ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึง วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่องข้อโต้แย้งหนังสือให้แก้ไขข้อบกพร่องญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล และขอให้บรรจุญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเข้าระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้เร็วที่สุดต่อไป
หนังสือดังกล่าวระบุใจความตอนหนึ่งว่า ตามที่ประธานสภาฯ ขอให้ ณัฐพงษ์ พิจารณาแก้ไขข้อบกพร่องญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยอ้างว่าญัตติดังกล่าวมีเนื้อหาระบุรายชื่อบุคคลภายนอก อันอาจทำให้บุคคลภายนอกไก้รับความเสียหาย เนื่องจากไม่สามารถชี้แจงในที่ประชุมได้ ซึ่งประธานสภาฯอ้างว่ามีข้อบกพร่องตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 176 นั้น
ตนและคณะยืนยันว่าญัตติดังกล่าวไม่มีข้อบกพร่องตามที่ประธานสภาได้อ้างแต่ประการใด ดังนี้
1.ประธานสภาจะพิจารณาว่าเนื้อหาของญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ว้างใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ ว่าสมควรมีเนื้อหาอย่างใดมิได้ เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวมิได้ให้อำนาจแก่ประธานสภาในการใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยว่าเนื้อหาของญัตติสมควรจะเป็นประการใด
สมควรจะได้รับการบรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุมเพื่อเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะหรือไม่ หากแต่บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดอำนาจผูกพันในการใช้อำนาจของประธานสภาให้ต้องเปิดให้มีการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายหรือบุคคลหรือทั้งคณะเท่านั้น
อีกทั้งข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ. 2562 ข้อ 176 มิได้ให้อำนาจแก่ประธานสภาในการใช้ดุลยพินิจว่าเนื้อหาของญัตติควรจะเป็นอย่างไร หรือมีความเหมาสมหรือไม่ กล่าวคือข้อ 176 กำหนดให้ประธานสภา ตรวจสอบว่าญัตติมีความบกพร่องหรือไม่ ซึ่งตนเห็นว่าคำว่า ข้อบกพร่อง มีเจตนารมณ์หมายถึงข้อบกพร่องที่เป็นข้อผิดพลาดในเชิงข้อเท็จจริงหรือรูปแบบ เช่น มีรายชื่อผู้เสนอที่ไม่ครบตามเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด ลายมือชื่อของผู้เสนอไม่ถูกต้องตรงกับลายมือจริง ระบุชื่อรัฐมนตรีที่ระบุในญัตติผิดพลาด ไม่ถูกต้อง หรือมีการอ้างถึงมาตราหรือข้อกฎหมายที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน
ดังนั้นการที่ประธานสภา ใช้อำนาจโดยอ้างข้อบังคับการประชุมสภาดังกล่าว โดยตีความในทางที่เป็นปฏิปักษ์ต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นการใช้และตีความกฎหมายที่ลุแก่อำนาจที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและข้อบังคับการประชุมสภา ฯ พ.ศ. 2562 ได้กำหนดไว้ ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงและทำลายอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติในการควบคุมตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร
— ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
ข้อ 2 ข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 มิได้มีข้อห้ามมิให้ระบุชื่อบุคคลภายนอกในเนื้อหาญัตติ ดังนั้นการระบุชื่อบุคคลภายนอกในเนื้อหาของญัตติ จึงไม่ได้มีลักษณะเป็นการกระทำผิดหรือฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมสภาฯ แต่อย่างใด อีกทั้งในอดีตที่ผ่านมา ญัตติที่เสนอต่อประธานสภาหลายญัตติก็มีการระบุชื่อของบุคคลภายนอก
เช่น ญัตติเร่งด่วนของวันมูหะมัดนอร์ ฉบับลงวันที่ 26 มิ.ย. 2562 เรื่องขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาตรวจสอบการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินฯ โดยมีการระบุถึงบริษัทเอกชนซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเป็นต้น อีกทั้งข้อบังคับการประชุมข้อ 178 กำหนดให้การอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ใดที่อาจเป็นเหตุให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับความเสียหาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นต้องรับผิดชอบผลแห่งการกระทำนั้นเอง เห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุมสภาฯ ปี 2562 จึงไม่ได้มีบทบัญญัติห้ามมิให้ระบุชื่อบุคคลภายนอกในเนื้อหาญัตติแต่อย่างใด
ยิ่งไปกว่านั้น หากบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับความเสียหายจากการอภิปรายหรือการกล่าวถ้อยคำในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร บุคคลนั้นมีสิทธิร้องขอต่อประธานสภาฯ ภายในกำหนดเวลาสามเดือนนับแต่วันที่มีการประชุมครั้งนั้น เพื่อให้มีการโฆษณาคำชี้แจงได้ ตามข้อ 39 แห่งข้อบังคับการประชุมสภาฯ ปี 2562 และมาตรา 124 วรรคสามแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งไม่ได้ห้ามการอภิปรายที่มีเนื้อหาพาดพิงถึงบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือบุคคลภายนอก
ข้อ 3 ข้อบังคับการประชุมสภาฯ ปี 2562 ข้อ 176 กำหนดให้เมื่อประธานสภาฯ ได้รับญัตติตามข้อ 174 แล้ว ให้ทำการตรวจสอบ หากมีข้อบกพร่องให้ประธานสภาฯ แจ้งผู้เสนอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับญัตติ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า สำนักเลขาธิการสภาฯ ได้มีหนังสือลงวันที่ 7 มี.ค. แจ้งผลการพิจารณาญัตติของประธานสภาฯ เห็นได้ว่าการแจ้งข้อบกพร่องตามข้อ 176 ในหนังสือดังกล่าวนั้นไม่เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่ข้อ 176 กำหนด จึงเป็นการแจ้งข้อบกพร่องที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสภา ฯ ปี 2562 ด้วยประธานสภาฯ ได้รับญัตติของตนและคณะเมื่อวันที่27 ก.พ. จึงถือว่าพ้นระยะเวลาเจ็ดวันตามที่ข้อบังคับการประชุมฯ กำหนด
“จากที่กล่าวมาข้างต้น ข้าพเจ้าและคณะขอยืนว่าญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลของข้าพเจ้าและคณะนั้น ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ดังนั้นจึงขอให้ประธานสภาฯ ได้พิจารณาบรรจุญัตติดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็วที่สุดต่อไป” ณัฐพงษ์ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ ณัฐพงษ์ ยังแนบเอกสารการยื่นญัตติต่อประธานสภาฯที่ผ่านมาในอดีตหลายรายการโดยมีญัตติที่น่าสนใจคือญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ อดีต รมว.พาณิชย์ เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2529 ซึ่งมีการพาดพิงบริษัทเอกชน 2 แห่ง คือ บริษัทสหกสิกิจวิศวกร และบริษัทร่วมมิตรการแร่จำกัด ในประเด็นที่อดีต รมว.พาณิชย์ ได้อนุมัตินำเข้าไม้ซุงจากประเทศเมียนมา เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรอันเป็นพฤติการณ์ที่ประชาชนเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง







