ปฏิปักษ์ รธน.-ลุแก่อำนาจ! ‘เท้ง’ ฟาด ‘วันนอร์’ สั่งตัดชื่อ ‘ทักษิณ’ ญัตติซักฟอก

10 มี.ค. 2568 - 18:28

  • ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ ส่งหนังสือด่วนถึง ‘ประธานสภาฯ’ แย้ง 3 ข้อ ยันไร้อำนาจสั่งลบชื่อ‘ทักษิณ’ ออกจาก ‘ญัตติซักฟอก’ ซัดตีความกฎหมายเป็น ‘ปฏิปักษ์ รธน.-ลุแก่อำนาจ’ ทำลาย ‘ฝ่ายนิติบัญญัติ’ ตรวจสอบ‘ฝ่ายบริหาร’

  • ย้อน ‘วันนอร์’ เคยเสนอญัตติมีชื่อคนนอก หลังตั้ง กมธ.วิสามัญสอบโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน - ยกกรณีปี 2529 อภิปรายไม่ไว้วางใจ ‘บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ อดีต’ รมว.พาณิชย์ มีพาดพิงบริษัทเอกชน 2 แห่ง

Wannoor_Nattapong_motion_of_censure_SPACEBAR_Hero_c8d7a6352b.jpg

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึง วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่องข้อโต้แย้งหนังสือให้แก้ไขข้อบกพร่องญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล และขอให้บรรจุญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเข้าระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้เร็วที่สุดต่อไป

หนังสือดังกล่าวระบุใจความตอนหนึ่งว่า ตามที่ประธานสภาฯ ขอให้ ณัฐพงษ์ พิจารณาแก้ไขข้อบกพร่องญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยอ้างว่าญัตติดังกล่าวมีเนื้อหาระบุรายชื่อบุคคลภายนอก อันอาจทำให้บุคคลภายนอกไก้รับความเสียหาย เนื่องจากไม่สามารถชี้แจงในที่ประชุมได้ ซึ่งประธานสภาฯอ้างว่ามีข้อบกพร่องตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 176 นั้น

ตนและคณะยืนยันว่าญัตติดังกล่าวไม่มีข้อบกพร่องตามที่ประธานสภาได้อ้างแต่ประการใด ดังนี้ 

1.ประธานสภาจะพิจารณาว่าเนื้อหาของญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ว้างใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ ว่าสมควรมีเนื้อหาอย่างใดมิได้ เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวมิได้ให้อำนาจแก่ประธานสภาในการใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยว่าเนื้อหาของญัตติสมควรจะเป็นประการใด

สมควรจะได้รับการบรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุมเพื่อเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะหรือไม่ หากแต่บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดอำนาจผูกพันในการใช้อำนาจของประธานสภาให้ต้องเปิดให้มีการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายหรือบุคคลหรือทั้งคณะเท่านั้น

อีกทั้งข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ. 2562 ข้อ 176 มิได้ให้อำนาจแก่ประธานสภาในการใช้ดุลยพินิจว่าเนื้อหาของญัตติควรจะเป็นอย่างไร หรือมีความเหมาสมหรือไม่ กล่าวคือข้อ 176 กำหนดให้ประธานสภา ตรวจสอบว่าญัตติมีความบกพร่องหรือไม่ ซึ่งตนเห็นว่าคำว่า ข้อบกพร่อง มีเจตนารมณ์หมายถึงข้อบกพร่องที่เป็นข้อผิดพลาดในเชิงข้อเท็จจริงหรือรูปแบบ เช่น มีรายชื่อผู้เสนอที่ไม่ครบตามเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด ลายมือชื่อของผู้เสนอไม่ถูกต้องตรงกับลายมือจริง ระบุชื่อรัฐมนตรีที่ระบุในญัตติผิดพลาด ไม่ถูกต้อง หรือมีการอ้างถึงมาตราหรือข้อกฎหมายที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน

ดังนั้นการที่ประธานสภา ใช้อำนาจโดยอ้างข้อบังคับการประชุมสภาดังกล่าว โดยตีความในทางที่เป็นปฏิปักษ์ต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นการใช้และตีความกฎหมายที่ลุแก่อำนาจที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและข้อบังคับการประชุมสภา ฯ พ.ศ. 2562 ได้กำหนดไว้ ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงและทำลายอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติในการควบคุมตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ข้อ 2 ข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 มิได้มีข้อห้ามมิให้ระบุชื่อบุคคลภายนอกในเนื้อหาญัตติ ดังนั้นการระบุชื่อบุคคลภายนอกในเนื้อหาของญัตติ จึงไม่ได้มีลักษณะเป็นการกระทำผิดหรือฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมสภาฯ แต่อย่างใด อีกทั้งในอดีตที่ผ่านมา ญัตติที่เสนอต่อประธานสภาหลายญัตติก็มีการระบุชื่อของบุคคลภายนอก 

เช่น ญัตติเร่งด่วนของวันมูหะมัดนอร์ ฉบับลงวันที่ 26 มิ.ย. 2562 เรื่องขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาตรวจสอบการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินฯ โดยมีการระบุถึงบริษัทเอกชนซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเป็นต้น อีกทั้งข้อบังคับการประชุมข้อ 178 กำหนดให้การอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ใดที่อาจเป็นเหตุให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับความเสียหาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นต้องรับผิดชอบผลแห่งการกระทำนั้นเอง เห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุมสภาฯ ปี 2562 จึงไม่ได้มีบทบัญญัติห้ามมิให้ระบุชื่อบุคคลภายนอกในเนื้อหาญัตติแต่อย่างใด

ยิ่งไปกว่านั้น หากบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับความเสียหายจากการอภิปรายหรือการกล่าวถ้อยคำในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร บุคคลนั้นมีสิทธิร้องขอต่อประธานสภาฯ ภายในกำหนดเวลาสามเดือนนับแต่วันที่มีการประชุมครั้งนั้น เพื่อให้มีการโฆษณาคำชี้แจงได้ ตามข้อ 39 แห่งข้อบังคับการประชุมสภาฯ ปี 2562 และมาตรา 124 วรรคสามแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งไม่ได้ห้ามการอภิปรายที่มีเนื้อหาพาดพิงถึงบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือบุคคลภายนอก

ข้อ 3 ข้อบังคับการประชุมสภาฯ ปี 2562 ข้อ 176 กำหนดให้เมื่อประธานสภาฯ ได้รับญัตติตามข้อ 174 แล้ว ให้ทำการตรวจสอบ หากมีข้อบกพร่องให้ประธานสภาฯ แจ้งผู้เสนอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับญัตติ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า สำนักเลขาธิการสภาฯ ได้มีหนังสือลงวันที่ 7 มี.ค. แจ้งผลการพิจารณาญัตติของประธานสภาฯ เห็นได้ว่าการแจ้งข้อบกพร่องตามข้อ 176 ในหนังสือดังกล่าวนั้นไม่เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่ข้อ 176 กำหนด จึงเป็นการแจ้งข้อบกพร่องที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสภา ฯ ปี 2562 ด้วยประธานสภาฯ ได้รับญัตติของตนและคณะเมื่อวันที่27 ก.พ. จึงถือว่าพ้นระยะเวลาเจ็ดวันตามที่ข้อบังคับการประชุมฯ กำหนด

“จากที่กล่าวมาข้างต้น ข้าพเจ้าและคณะขอยืนว่าญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลของข้าพเจ้าและคณะนั้น ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ดังนั้นจึงขอให้ประธานสภาฯ ได้พิจารณาบรรจุญัตติดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็วที่สุดต่อไป” ณัฐพงษ์ ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ ณัฐพงษ์ ยังแนบเอกสารการยื่นญัตติต่อประธานสภาฯที่ผ่านมาในอดีตหลายรายการโดยมีญัตติที่น่าสนใจคือญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ อดีต รมว.พาณิชย์  เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2529 ซึ่งมีการพาดพิงบริษัทเอกชน 2 แห่ง คือ บริษัทสหกสิกิจวิศวกร และบริษัทร่วมมิตรการแร่จำกัด  ในประเด็นที่อดีต รมว.พาณิชย์ ได้อนุมัตินำเข้าไม้ซุงจากประเทศเมียนมา เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรอันเป็นพฤติการณ์ที่ประชาชนเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

Wannoor_Nattapong_motion_of_censure_SPACEBAR_Photo_V01_bbe3569d7b.jpg
Wannoor_Nattapong_motion_of_censure_SPACEBAR_Photo_V02_03f109d03c.jpg
Wannoor_Nattapong_motion_of_censure_SPACEBAR_Photo_V03_b45522a109.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์