วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีการบรรจุระเบียบวาระเรื่องด่วนพิเศษ พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสภาฯพรุ่งนี้(5ก.ย.) ทางพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอ ชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯจากพรรคเพื่อไทย ขึ้นมาโหวตแข่งกับ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า และแคนดิเดตนายกฯจากพรรคภูมิใจไทย หากจะต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์ระหว่างคู่ชิง 2 คน จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ว่า เมื่อถึงวาระด่วนการโหวตเลือกนายกฯ เป็นเรื่องของสมาชิกที่ประชุมที่จะเสนอชื่อบุคคล ส่วนผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องแสดงวิสัยทัศน์หรือไม่ เนื่องจากไม่มีข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในเรื่องนี้ ไม่เหมือนการเลือกประธานฯ และรองประธานสภาฯ ที่ข้อบังคับระบุให้ต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์ก่อนการพิจารณาเลือก
“ผมขอย้อนไปว่าในการเลือกนายกฯตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ผ่านมา ตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่มีการแสดงวิสัยทัศน์ เพราะท่านเป็นคนนอกสภาฯ ไม่ได้อยู่ในสภาฯ ตอนเสนอชื่อท่านไม่ได้อยู่ ก็ไม่มีการแสดงวิสัยทัศน์ ต่อมาคือ เศรษฐา ทวีสิน และ แพทองธาร ชินวัตร ก็เช่นกัน แต่คราวนี้ไม่ทราบว่าจะมีการเสนอชื่อบุคคลที่อยู่ในสภาฯ หรือนอกสภาฯ เพราะฉะนั้นการแสดงวิสัยทัศน์ต้องขึ้นอยู่กับผู้ถูกเสนอชื่อ อย่างกรณีของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เคยแจ้งความจำนงตอนถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ ขอแสดงวิสัยทัศน์ สภาฯ ก็อนุญาต พรุ่งนี้จึงอยู่ที่สภาฯ ว่า จะให้ดำเนินการอย่างไร ที่มันเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับ”
— ประธานสภาฯ กล่าว
เมื่อถามว่ากรอบการอภิปรายแสดงความเห็นของสส. หลังมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ประธานสภาฯ กล่าวว่า การแสดงความเห็นน่าจะเป็นเรื่องเหตุผลของการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพราะอะไร แต่การอภิปรายเกี่ยวกับความรู้ความสามารถ หรือปัญหาของแต่ละคนว่า ท่านนั้นไม่ดีมีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ คิดว่าคงไม่ใช่วาระนี้ เพราะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ต้องมาแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาอยู่แล้ว ในวันนั้นสมาชิกสามารถอภิปรายได้ ทั้งเรื่องความรู้ความสามารถ หรือเรื่องอื่นๆที่ไม่ผิดข้อบังคับ ดังนั้น วาระโหวตนายกฯ ในวันพรุ่งนี้(5 ก.ย.) ไม่น่าจะมีการอภิปรายแสดงความเห็นของสมาชิก
ส่วนการพลิกขั้วรัฐบาลในขณะนี้จะส่งผลกระทบกับตำแหน่งประธานสภาฯ หรือไม่ วันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ตรงนี้ต้องไปดูรัฐธรรมนูญกับข้อบังคับ แต่ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือฉบับปี2540 , 2550 ระบุว่า ประธานสภาฯ ต้องเลือกจากสมาชิกในสภาฯ นั้นๆ เมื่อเป็นแล้ว การพ้นตำแหน่งมี 2 กรณีคือลาออก หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ก็ไม่ได้เป็นอำนาจหน้าที่ฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะมากำหนดตำแหน่งนี้ ยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของสมาชิกสภาฯ ตามกฎหมาย ไม่ได้มีเรื่องอะไรเป็นกรณี




