‘วันนอร์’ ยัน สั่งปิดประชุม เป็นทางออกที่ดีที่สุด

5 ส.ค. 2566 - 14:27

  • ‘วันนอร์’ แจงสั่งปิดประชุมวานนี้ เป็นทางออกที่ดีที่สุดกับบ้านเมือง

  • ไม่ได้ต้องการปกป้องปิดสวิตซ์ สว.ตามที่ถูกกล่าวหา

Wannor_confirm_order_close_the_meeting_yesterday_is_best_solution_SPACEBAR_Hero_a99e18c540.jpeg
วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ชี้แจงถึงกรณีสั่งปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ (4 ส.ค.) ยืนยันว่า ได้ตัดสินใจเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองแล้ว หลังจากมีปัญหาการเสนอญัตติของรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เพื่อขอทบทวนมติรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมาที่มีการตีความข้อบังคับ ไม่ให้เสนอชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซ้ำ ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่สอง 
 
ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ตัวนี้ต้องการชี้แจงให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจ เพราะมีการกล่าวหาจากบุคคลบางฝ่ายว่าประธานรีบปิดการประชุมเพื่อไม่ให้มีการอภิปรายญัตติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ปิดสวิตช์ สว.นั้น ถือ เป็นเรื่องที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะตนเองตั้งใจจะให้มีการอภิปรายญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวอย่างเต็มที่ มีการบรรจุอยู่ในวาระการประชุมเป็นวาระที่สอง และต้องการเลื่อนขึ้นมาเป็นวาระที่หนึ่ง แทนวาระการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ยังไม่สามารถเดินหน้าดำเนินการได้เนื่องจากอยู่ในกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณา แต่ยังไม่ทันได้ เลื่อนวาระดังกล่าวขึ้นมาพิจารณา ทางรังสิมันต์ กลับเสนอญัตติด่วน ขึ้นมาเพื่อทบทวนมติรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม  ทั้งที่เป็นมติที่ได้ดำเนินการตามข้อบังคับที่ 151 แล้ว และตามข้อบังคับ ถือเป็นมติที่เด็ดขาด ดังนั้นการขอทบทวนมติที่มีผลเด็ดขาดไปแล้วจะกระทำไม่ได้ ประกอบกับเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะพิจารณาในวันที่ 16 สิงหาคม ซึ่งโดยปกติเมื่อเรื่องใดอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล รัฐสภาก็จะไม่พิจารณาเรื่องนั้นไว้ก่อน เพราะเป็นการใช้อำนาจของศาล ประกอบกับรัฐธรรมนูญมาตรา 211 ระบุไว้ชัดเจนว่า คำวินิจฉัยและคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่าเด็ดขาด ผูกพันทุกองค์กร โดยเฉพาะรัฐสภาคณะรัฐมนตรีและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 
 
“การที่เราจะตัดหน้า ทั้งๆที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีความชัดเจนแล้วว่าจะพิจารณาเรื่องนี้ในวันที่ 16 ส.ค. ถ้าเราไปพิจารณาก่อน ผมคิดว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ เพราะมันเป็นการย้อนแย้งกับที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณา” วันมูหะมัดนอร์ กล่าว 
 
ประธานรัฐสภา กล่าวว่า หากการประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ ที่ประชุมมีมติทบทวน และศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยตามหลังมาไม่ตรงกับมติของรัฐสภา ลองคิดดูว่า ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับใคร รัฐสภาก็จะขาดความน่าเชื่อถือ เพราะเป็นที่ทราบดีว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจ  จึงควรรอให้ศาลมีความชัดเจนเรื่องนี้ แล้วค่อยนำเรื่องดังกล่าว มาพูดคุยทบทวนทีหลังได้ แต่จะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ  
ส่วนเหตุผลอะไรที่จะต้องฟังศาลรัฐธรรมนูญนั้น จนไม่สามารถจะบอกได้ แต่ในฐานะที่เป็นประธานรัฐสภา เป็นผู้นำขององค์กร เราไม่สามารถนำองค์กร ไปทำให้มีปัญหากับองค์กรที่กำลังจะตัดสินเรา  
 
ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ตนเองต้องขออภัย โดยยืนยันว่า เมื่อวานนี้ไม่ได้รีบหรือปิดหนี เพื่อไม่ให้มีการอภิปรายญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272 ย้ำว่า ตนตั้งใจรอเวลาเกือบชั่วโมงเพื่อให้สมาชิกเข้าประชุมได้ครบองค์ประชุม และตั้งใจจะเลื่อนวาระ แก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวที่สมาชิกพรรคก้าวไกล อยากจะอภิปรายขึ้นมาเป็นวาระแรก แต่กลายเป็นว่า สมาชิกเองกลับไม่ยอมที่จะให้เลื่อนเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา โดยการเสนอเรื่องด่วนที่ไม่ได้อยู่ในวาระขึ้นมาพิจารณาแทน ส่วนตัวยอมรับว่า การกระทำดังกล่าวเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ก็ต้องถามเหตุผลกลับว่า ทำไมสมาชิกไม่ยอมเลื่อน วาระ แก้ไขรัฐธรมนูญดังกล่าวขึ้นมา ทั้งที่ตนก็ถามหลายครั้งแล้ว  
 
“การไม่ยอมให้เลื่อนวาระที่สองคือแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมา ดูเหมือนว่า จะทำให้สภาเกิดความสับสนกับบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ เพราะวันที่ 16  ส.ค.ถ้าศาลวินิจฉัยจบ ทุกอย่างก็จะเดินหน้าต่อไปได้” วันมูหะมัดนอร์ กล่าว 
 
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จำเป็นจะต้องพูดคุยกับ สส. พรรคก้าวไกลเพื่อให้ถอนญัตติด่วนดังกล่าวออกไปหรือไม่ เนื่องจากญัตติยังคงค้างอยู่ในการเสนอ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า เหตุผลที่ตนต้องปิดการประชุมไปเพื่อต้องการให้ญัตติด่วนที่ รังสิมันต์ เสนอทบทวนยังคงค้างอยู่ในการพิจารณา เมื่อเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อไหร่ ก็ต้องนำญัตติของรังสิมันต์มาพิจารณาต่อได้ แต่จะเป็นการพิจารณา หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เพราะจะได้ไม่เป็นการละเมิดศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การประชุมรัฐสภาครั้งหน้าจะเกิดขึ้นหลังจากวันที่ 16 ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ญัตติทั้ง 4 ญัตติ คือ การโหวตเลือกนายกฯ การแก้ไขมาตรา 272 การทบทวนมติรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. และ ญัตติไม่เห็นด้วยกับการทบทวนมติรัฐสภา 19 ก.ค. ก็ยังอยู่ และจะเดินหน้าต่อไปหลังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว 
 
ส่วนการนัดประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้งก็ต้องรอความชัดเจนของศาลรัฐธรรมนูญก่อน หากนัดพิจารณาในวันที่ 17 สิงหาคม ก็จะเป็นเหมือนกับนัดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม โดยจะทำให้เร็วที่สุด และคาดว่า จะกำหนดการประชุมภายใน 3 วัน แต่ก็ต้องไม่ผิดข้อบังคับการประชุม และต้องกระทำได้อย่างสง่างาม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์