วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ชี้แจงกรณีที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาล่ม ในการพิจารณาเรื่องด่วน คือ 1.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ…. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา256 และเพิ่มหมวด15/1) ที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และคณะ เป็นผู้เสนอ และ2.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ…. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา256 และเพิ่มหมวด15/1) ที่วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และคณะ เป็นผู้เสนอว่า การประชุมดังกล่าว ประธานเป็นผู้บรรจุ เมื่อมีผู้ทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยให้บรรจุ อยากเรียนเหตุผลว่า ไม่ใช่อยากหรือไม่อยากบรรจุ แต่เป็นอำนาจหน้าที่ ส่วนใหญ่การอภิปรายหรือชี้แจง ก็จะบอกว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ระบุว่า ให้ทำประชามติก่อน แต่ต่อมา ชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และคณะ ได้ส่งญัตติมาให้สภาฯ พิจารณา เพื่อส่งไปให้ศาลฯ วินิจฉัยว่า ต้องทำประชามติกี่ครั้ง ทำตอนไหน ประธานรัฐสภามีอำนาจบรรจุเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ สมาชิกรัฐสภามีอำนาจเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่
“ขอตอบเป็นข้อๆ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 21/2567 ลงวันที่ 17 ม.ค.67 สาระสำคัญที่คนไม่ค่อยได้อ่าน ผมอยากชี้แจงตรงนี้ให้ทราบทั่วกัน เพราะผมไม่อยากชี้แจงเรื่องนี้ขณะทำหน้าที่ประธานการประชุม เพราะจะกลายเป็นว่า ไม่เป็นกลาง และเสียเวลามาชี้แจงเหตุผลที่บรรจุร่างฯทั้ง 2 ญัตติของพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทย ด้วยเหตุผลจากคำวินิจฉัยศาลฯที่21/2567 ประการแรกที่ ชูศักดิ์ กับคณะถามว่า สมาชิกรัฐสภาสามารถที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ ศาลฯ ตอบในนี้ชัดเจนว่า หน้าที่การออกกฎหมาย และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งรายมาตรา หรือทั้งฉบับ เป็นอำนาจหน้าที่ที่สมาชิกรัฐสภาจะกระทำได้ ถ้าเข้าชื่อกันครบแล้วเสนอมา คำถามที่สอง การบรรจุญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ประธานรัฐสภาสามารถบรรจุได้หรือไม่ หรือต้องไปถามประชามติก่อน ในคำวินิจฉัยฯ บอกชัดเจนว่า การบรรจุระเบียบวาระเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งรายมาตรา หรือทั้งฉบับ เป็นอำนาจหน้าที่ของประธานรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา”
— ประธานรัฐสภา กล่าว
วันมูหะมัดนอร์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นคำถามที่ว่า ต้องไปถามประชามติก่อนหรือไม่ ในคำวินิจฉัยศาลฯที่21/67 อาจต่างกับคำวินิจฉัยฯที่4/64บ้างเล็กน้อย ระบุว่า หากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติเสียก่อน ซึ่งประเด็นนี้ คณะที่ปรึกษาทางกฎหมายของประธานสภาฯ ประชุมกัน 2 ครั้งแล้วลงมติเสียงข้างมาก เห็นว่า ประธานรัฐสภาบรรจุได้ และควรบรรจุ ทีนี้หากจะไปทำประชามติ ไม่ทราบว่าหากรัฐสภาต้องการตามคำวินิจฉัยศาลฯที่21/67 จะดูที่ไหน จะดูได้แค่เพียงว่า พรรคการเมือง สมาชิก หรือประชาชนเสนอมา ถือว่าเป็นความต้องการของรัฐสภาหรือยังที่จะพิจารณาเรื่องนี้ ดังนั้นคณะที่ปรึกษาฯ และส่วนตัวจึงเห็นว่าประธานรัฐสภาควรบรรจุ แล้วไปพิจารณาว่ารัฐสภาต้องการหรือยัง หมายความว่า รัฐสภาจะรับหลักการหรือไม่ ที่จะแก้รัฐธรรมนูญมาตรา256 หากไม่รับหลักการคือรัฐสภาไม่ต้องการ ต้องเป็นมติของรัฐสภา ไม่ใช่ของพรรคการเมืองใด
“หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ผ่านในวาระรับหลักการ ไปจนถึงวาระ3 ผมก็ยังไม่ให้เลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือสสร. และไม่ให้ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องไปถามประชามติเสียก่อน ตรงนี้คือขั้นตอนว่า ต้องไปทำประชามติเสียก่อนเมื่อรัฐสภาต้องการ ก็เลือกวิธีนี้ แต่ถ้าเลือกวิธีที่ยังไม่รู้ว่า รัฐสภาต้องการหรือไม่ ก็ไปถามประชามติเสียก่อน ตามคำวินิจฉัยศาลฯ ที่ 4/64 หรือที่เข้าใจกันก็ได้ แต่ถามแล้วก็ต้องเสียเงิน 3 พันล้านไปให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น หากประชาชนไม่เอา ก็ตกไป หากประชาชนเอา ก็ต้องมาประชุมรัฐสภา หากรัฐสภาเกิดไม่เอา เป็นเพียงความต้องการพรรคการเมือง แต่มติรัฐสภาเป็นเสียงข้างมาก รวมถึง เสียงสว.อย่างน้อย 67 คน ถ้าไม่เห็นด้วยก็แก้ไขไม่ได้ ดังนั้นก่อนเสียเงิน 3พันล้าน จึงเลือกใช้วิธีให้รัฐสภาแสดงความต้องการก่อน”
— วันมูะมัดนอร์ กล่าว
ประธานรัฐสภา กล่าวด้วยว่า กรณีสมาชิกไม่เข้าร่วมประชุม เพราะเกรงว่าจะขัดคำวินิจฉัยของศาลฯ ถือเป็นสิทธิ์ของสมาชิก เพราะแม้แต่ศาลฯ ยังเห็นไม่ตรงกัน ทั้งเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย และคำวินิจฉัยกลาง ส่วนประเด็นสุดท้าย จะต้องทำประชามติกี่ครั้ง คำวินิจฉัยศาลฯ ไม่ได้ระบุชัดเจน เพียงแต่บอกว่าให้ไปอ่านคำวินิจฉัยเอง ซึ่งหลังจากญัตติของนพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. ที่เสนอส่งให้ศาลฯ ตีความเรื่องนี้ ไม่ให้ถูกเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในการประชุมเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา และองค์ประชุมล่มในการประชุมฯ วันนี้ (14 ก.พ.) ถือว่า ญัตติยังคงค้างการพิจารณาจำนวน 3 ญัตติ คือญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ญัตติ และญัตติของนพ.เปรมศักดิ์ ส่วนจะมีการประชุมพิจารณาเมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถตอบได้ ประธานรัฐสภาและวิป 3 ฝ่ายจะต้องประชุมนัดกันใหม่อีกครั้ง ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อม
ส่วนญัตติที่ค้างอยู่แบบนี้ แล้วมีผู้ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการอย่างไร ประธานรัฐสภา กล่าวว่า การยื่นศาลฯ ตีความเป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กร เรื่องนี้เกี่ยวกับความขัดแย้งของอำนาจประธานรัฐสภาจะบรรจุได้หรือไม่ ก็ต้องผ่านประธานฯ ต้องมีสมาชิกเข้าชื่อไม่น้อยกว่า 40 คน แล้วนำเข้าที่ประชุมว่า เสียงส่วนใหญ่เห็นเป็นเช่นใด ประชาชนโดยตรงไม่สามารถส่งไปได้ เพราะไม่ถือว่าเป็นองค์กร
ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาฯ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการลงมติให้สภานำตัว ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.พรรคไทยก้าวหน้า ไปดำเนินคดี ภายหลังตำรวจเชียงใหม่ออกหมายจับว่า หนังสือขอจับกุมตัวของตำรวจส่งมาถึงสภาฯ แล้ว ซึ่งมีการบรรจุเป็นวาระการประชุมในวันที่ 20 ก.พ.จะอนุมัติหรือไม่ ขึ้นอยู่กับที่ประชุม
ส่วนจะนำเข้าคณะกรรมการจริยธรรมสภาฯหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็มีผู้ร้องเข้ามาก็ดำเนินการไป




