‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ประธาสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมลาออกจากตำแหน่ง เปิดทางให้ ‘ชลน่าน ศรีแก้ว’ สส.น่าน พรรคเพื่อไทย เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน ว่า ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องนี้ แม้แต่นพ.ชลน่านเอง ก็ไม่เคยมาทวง มีแต่มาให้กำลังใจ และพูดว่า ‘ไม่เคยคิดจะมาดำรงตำแหน่งนี้’ และส่วนตัวไม่เคยมีสัญญาอะไรกับใคร เพราะมาจาก สส.เลือกกันมา โดยที่ไม่มีใครเสนอแข่ง ได้รับการเลือกเข้ามาคนเดียว และไม่รู้ว่าจะไปสัญญาทำไม เพราะมันเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ และตอนนี้ยังแข็งแรง ปกติ ทำงานไหว ตราบใดที่ยังทำงานได้ ก็ยังทำงานปกติ ถ้าทำงานไม่ไหวค่อยว่ากันอีกที พร้อมกล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญคือไม่อยากให้ฝ่ายบริหารมาสั่งการหรือมากำหนดฝ่ายนิติบัญญัติ
"หากจะพ้นจากตำแหน่ง ต้องไม่ใช่เพราะฝ่ายบริหารมากำหนด เนื่องจากเป็นคนละฝ่ายกันแล้ว ต้องแยกกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ และเราเคารพซึ่งกันและกัน เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยอะไรออกมา เราก็เคารพ แม้จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็อยากให้อิสระ อย่างฝ่ายบริหารจะ ปรับ ครม.กี่ครั้ง จะปรับอย่างไร ก็เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร เราก็ไม่ได้เกี่ยวอะไร แต่ถ้าฝ่ายบริหารอยากมาปรับในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติก็ไม่ควรเป็นเช่นนี้ เว้นแต่ว่าจะส่งคนมาแข่งชิงตำแหน่ง ก็มาว่ากันในสภา ในส่วนของตนเลือกกันไปแล้วถ้าจะเปลี่ยนก็ต้องเป็นเคสที่ลาออกหรือถูกศาลรัฐธรรมนูญชี้ แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรก็ยังทำหน้าที่ต่อ"
วันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า ครั้งแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ตอนนั้นลาออกก่อน เพราะไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค เนื่องจากตอนนั้นพรรคความหวังใหม่มีปัญหา มีคนลาออกจำนวนมาก หัวหน้าพรรคจึงขอร้อง เพื่อต้องการรักษาให้พรรคยังคงอยู่ ซึ่งตอนนั้นแม้เป็นเลขาก็ไม่จำเป็นต้องลาออก แต่ตนเห็นว่าตำแหน่งนี้ต้องเข้าประชุมพรรค กำหนดตัวผู้อภิปราย และจะมานั่งเป็นประธานคงไม่ได้ และเห็นว่าเหลือเวลาไม่ถึงปีจึงตัดสินใจลาออกไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าเรื่องตำแหน่งไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือทำหน้าที่ได้ตามกฎหมายและข้อบังคับหรือไม่ หากทำหน้าที่ได้ ก็ทำต่อไป แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องให้คนอื่นมาทำ ขออย่าไปยึดมั่นถือมั่น ส่วนครั้งนี้ ก็ยังไม่มีเหตุอะไร ตนก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไป หากมีเหตุอะไรก็ค่อยว่ากันอีกที ยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
พร้อมกันนี้ยังเปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (14ส.ค.) ได้บรรจุระเบียบวาระ เรื่องการเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง แทน ‘ปดิพัทธ์ สันติภาดา’ ซึ่งไม่แน่ใจว่าทางสส. ขัดข้องหรือไม่ แต่ทางวิป 3 ฝ่ายได้ประชุมกันแล้วว่าจะเลือกในวันพรุ่งนี้ หากพร้อมก็ให้มีการเสนอชื่อในที่ประชุม ถ้ามีการเสนอเพียงอีกชื่อเดียว ก็ไม่ต้องลงมติ แต่ถ้าเสนอมากกว่าหนึ่งชื่อ ก็ต้องมีการลงมติ โดยเป็นการลงคะแนนลับ อย่างไรก็ตาม ถ้าสภายังไม่พร้อมจะขอเลื่อนไปก่อนก็ต้องแล้วแต่ที่ประชุมในวันพรุ่งนี้ แต่ใจตนอยากให้เลือกให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ เพราะเป็นตำแหน่งที่จะต้องทูลเกล้าฯ ซึ่งต้องใช้เวลา
ส่วนที่มีการพูดถึงโควตา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง เป็นของพรรคใหญ่นั้น วันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้มีประธานและรองประธานสองคน ไม่ได้บอกว่า คนที่หนึ่งและคนที่สอง ขึ้นอยู่กับประธานจะมอบหมายงานให้ใครทำอะไร ซึ่งมีศักดิ์ศรีเหมือนกัน แต่เรียกเป็นรองหนึ่งรองสอง เดิมเรียกตามพรรคใหญ่ในเวลาที่ประธานไม่อยู่จะมอบอำนาจหน้าที่ให้ใคร ซึ่งปกติจะมอบเรียงตามลำดับ ถ้าเทียบก็เหมือนกับกรณีรัฐมนตรีช่วย ก็ต้องทำงานตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ไม่ได้หมายความว่า รองประธานคนที่หนึ่งจะมีอำนาจมากกว่ารองประธานคนที่สอง
ทั้งนี้หากเลือกรองประธาน แทนตำแหน่งที่ว่างแล้ว ก็จะเรียกรองประธานฯทั้งสองคนมาหารือ เพื่อถามว่าใครถนัดงานไหน ก็จะมอบหมายงานตามนั้น เพราะประธานอยากจะให้ทุกคนทำตามความรู้ความสามารถ และเผื่อความสบายใจ




