ทำเนียบรัฐบาล (27 มิถุนายน 2566) วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงท่าทีของพรรคต่อการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ในวันที่ 28 มิถุนายน ส.ส.ของพรรคทั้งหมด 10 คน จะเดินทางไปรายงานตัวที่รัฐสภา
ส่วนที่ต้องรอถึงวันสุดท้ายเนื่องจากมีสมาชิกบางคนเพิ่งกลับจากไปต่างประเทศ และวันที่ 3 กรกฎาคม มีกำหนดการรัฐพิธีเปิดประชุมสภา และรออยู่ว่าจะมีการเรียกประชุมสภาครั้งแรกเมื่อไหร่ หลังจากมีความชัดเจน จะมีการพูดคุยกับสมาชิกพรรคอีกครั้งหนึ่ง ว่าแนวทางในการโหวตเลือกประธานสภาฯ จะเป็นในทิศทางใด มีแคนดิเดตจากพรรคใด แล้วจะโหวตอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลักการของพรรคจะต้องโหวตให้ประธานสภาฯ ที่มาจากพรรคอันดับ 1 หรือไม่ หัวหน้าพรรค ชทพ. กล่าวว่า ต้องฟังความคิดเห็นหลากหลายในพรรคก่อน เพราะมีอยู่หลายแนวทาง โดยเฉพาะต้องดูว่า ประสบการณ์ และเสถียรภาพในการควบคุมการประชุมสภาฯ
เพราะที่ผ่านมาประชาชนคงเห็นว่า ในการประชุมสภาฯ เวลามีเหตุการณ์ต่างๆ ในสภาฯ ขึ้นมา ประสิทธิภาพในการควบคุมการประชุม ความแม่นยำในการใช้กฎหมาย รวมถึงวุฒิภาวะทางอารมณ์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ส่วนจะเป็นใครต้องพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง แต่ยืนยันว่าเราต้องหาคนที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ประธานสภาฯ แต่ต้องเป็นประธานรัฐสภาด้วย
เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาจะมีการเปิดให้ฟรีโหวตหรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะปกติหากมีการแข่งขันกันจะต้องมีการให้โหวตลับ คงต้องมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามว่า หากมีการเสนอชื่อบุคคลที่มาจากขั้วรัฐบาลเก่า จะพิจารณาเป็นพิเศษหรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า คงไม่พิเศษ แต่เราจะพิจารณาถึงคุณสมบัติ ดูว่าความเหมาะสมเป็นอย่างไรมากกว่า เพราะเราให้ความสำคัญกับศักยภาพในการที่จะควบคุมดูแลการประชุมสภามากที่สุด
เมื่อถามว่า ปัจจุบันได้มีโอกาสที่จะพูดคุยกับพรรคร่วมเดิมหรือไม่ ถึงแนวทางการโหวตเลือกประธานสภาฯ วราวุธ กล่าวว่า ถ้ารู้วันประชุมที่แน่นอน และตัวบุคคลที่แน่นอน คงจะยกหูพูดคุยกัน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการพลิกขั้วกลับมาเป็นรัฐบาล วราวุธ กล่าวว่า ตอนนี้มันมีหลายกระแส ข่าวลือ ข่าวปล่อย มีมาก ประชาชนต้องฟังหูไว้หู ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนแรง ซึ่งการบริโภคข่าว ทำความเข้าใจกับข่าว ประชาชนต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร อย่าพึ่งมั่นใจอะไรที่ได้อ่านร้อยเปอร์เซ็นต์
“บางครั้งข่าวในสื่อโซเชียล เราแทบไม่รู้เลยว่ามีแหล่งที่มาจากไหน บางครั้งมีเฟกนิวส์ออกมา จึงต้องใช้วิจารณญาณ แต่เชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ มันจะมีระยะเวลาของมัน”
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการซื้องูเห่า มีการประเมินหรือไม่ว่ามาอย่างไร หัวหน้าพรรค ชทพ. กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีใครมาซื้อตนเลย และเราไม่เคยไปติดต่อซื้อใครด้วย ซึ่งข่าวนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งข่าว ที่เป็นข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อย และช่วงนี้ใกล้เปิดสภาฯ เป็นเรื่องปกติที่จะมีข่าวเหล่านี้ออกมา จึงอยากขอให้ประชาชน เวลาฟังข่าวอะไรอย่าพึ่งตัดสินใจ เพราะเราไม่รู้ว่าคนที่ให้ข่าวนั้นมีเจตนาอย่างไร
อย่างไรก็ตาม คิดว่าการเมืองในแต่ละยุค จะมีวิวัฒนาการที่แตกต่างกันไป 10 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นนวัตกรรมใหม่ใหม่ทางการเมืองเกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นเชื่อว่าในสภาฯ ชุดต่อไป อาจจะมีนวัตกรรมใหม่ใหม่เกิดขึ้นอีกเช่นกัน อะไรที่ควรหรือไม่ควร ล้วนแล้วแต่เป็นจรรยาบรรณของ ส.ส.ที่จะมีวิจารณญาณของตัวเองอยู่แล้ว
ส่วนจะเกิดสิ่งใดอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นนั้นตนตอบไม่ได้ อย่างข่าวการซื้อตัวที่เกิดขึ้นมาเราไม่มั่นใจว่ามันเป็นตามนั้นหรือไม่ เพราะเราไม่มีหลักฐาน จึงเป็นเพียงแค่ข่าวลือ ข่าวปล่อย และถ้าจะมีเขาคงคุยกันหลังม่าน ฉะนั้นคงไม่มีใครที่จะทราบได้ว่าจริงหรือไม่ แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรจะมี
เมื่อถามว่า คิดว่าการประชุมสภาครั้งนี้จะราบรื่นหรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า คิดว่าคนที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราว คือ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คงมีภารกิจที่ท้าทายพอสมควร และตนดีใจที่เป็น พล.ต.ท.วิโรจน์ เพราะเป็นนักการเมืองที่คร่ำหวอดมานาน เป็นผู้ใหญ่ที่ ส.ส.นับหน้าถือตามาก ดังนั้นคิดว่าจะสามารถควบคุมการประชุมสภาให้ผ่านพ้นไปด้วยดี ขอเป็นกำลังใจให้กับ พล.ต.ท.วิโรจน์
เมื่อถามถึงจุดยืนเกี่ยวกับมาตรา 112 วราวุธ กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคชาติไทยพัฒนาเอามาตรา 112 แต่ไม่เอาพรรคที่แก้มาตรา 112
ส่วนที่ต้องรอถึงวันสุดท้ายเนื่องจากมีสมาชิกบางคนเพิ่งกลับจากไปต่างประเทศ และวันที่ 3 กรกฎาคม มีกำหนดการรัฐพิธีเปิดประชุมสภา และรออยู่ว่าจะมีการเรียกประชุมสภาครั้งแรกเมื่อไหร่ หลังจากมีความชัดเจน จะมีการพูดคุยกับสมาชิกพรรคอีกครั้งหนึ่ง ว่าแนวทางในการโหวตเลือกประธานสภาฯ จะเป็นในทิศทางใด มีแคนดิเดตจากพรรคใด แล้วจะโหวตอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลักการของพรรคจะต้องโหวตให้ประธานสภาฯ ที่มาจากพรรคอันดับ 1 หรือไม่ หัวหน้าพรรค ชทพ. กล่าวว่า ต้องฟังความคิดเห็นหลากหลายในพรรคก่อน เพราะมีอยู่หลายแนวทาง โดยเฉพาะต้องดูว่า ประสบการณ์ และเสถียรภาพในการควบคุมการประชุมสภาฯ
เพราะที่ผ่านมาประชาชนคงเห็นว่า ในการประชุมสภาฯ เวลามีเหตุการณ์ต่างๆ ในสภาฯ ขึ้นมา ประสิทธิภาพในการควบคุมการประชุม ความแม่นยำในการใช้กฎหมาย รวมถึงวุฒิภาวะทางอารมณ์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ส่วนจะเป็นใครต้องพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง แต่ยืนยันว่าเราต้องหาคนที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ประธานสภาฯ แต่ต้องเป็นประธานรัฐสภาด้วย
เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาจะมีการเปิดให้ฟรีโหวตหรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะปกติหากมีการแข่งขันกันจะต้องมีการให้โหวตลับ คงต้องมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามว่า หากมีการเสนอชื่อบุคคลที่มาจากขั้วรัฐบาลเก่า จะพิจารณาเป็นพิเศษหรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า คงไม่พิเศษ แต่เราจะพิจารณาถึงคุณสมบัติ ดูว่าความเหมาะสมเป็นอย่างไรมากกว่า เพราะเราให้ความสำคัญกับศักยภาพในการที่จะควบคุมดูแลการประชุมสภามากที่สุด
เมื่อถามว่า ปัจจุบันได้มีโอกาสที่จะพูดคุยกับพรรคร่วมเดิมหรือไม่ ถึงแนวทางการโหวตเลือกประธานสภาฯ วราวุธ กล่าวว่า ถ้ารู้วันประชุมที่แน่นอน และตัวบุคคลที่แน่นอน คงจะยกหูพูดคุยกัน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการพลิกขั้วกลับมาเป็นรัฐบาล วราวุธ กล่าวว่า ตอนนี้มันมีหลายกระแส ข่าวลือ ข่าวปล่อย มีมาก ประชาชนต้องฟังหูไว้หู ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนแรง ซึ่งการบริโภคข่าว ทำความเข้าใจกับข่าว ประชาชนต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร อย่าพึ่งมั่นใจอะไรที่ได้อ่านร้อยเปอร์เซ็นต์
“บางครั้งข่าวในสื่อโซเชียล เราแทบไม่รู้เลยว่ามีแหล่งที่มาจากไหน บางครั้งมีเฟกนิวส์ออกมา จึงต้องใช้วิจารณญาณ แต่เชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ มันจะมีระยะเวลาของมัน”
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการซื้องูเห่า มีการประเมินหรือไม่ว่ามาอย่างไร หัวหน้าพรรค ชทพ. กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีใครมาซื้อตนเลย และเราไม่เคยไปติดต่อซื้อใครด้วย ซึ่งข่าวนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งข่าว ที่เป็นข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อย และช่วงนี้ใกล้เปิดสภาฯ เป็นเรื่องปกติที่จะมีข่าวเหล่านี้ออกมา จึงอยากขอให้ประชาชน เวลาฟังข่าวอะไรอย่าพึ่งตัดสินใจ เพราะเราไม่รู้ว่าคนที่ให้ข่าวนั้นมีเจตนาอย่างไร
อย่างไรก็ตาม คิดว่าการเมืองในแต่ละยุค จะมีวิวัฒนาการที่แตกต่างกันไป 10 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นนวัตกรรมใหม่ใหม่ทางการเมืองเกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นเชื่อว่าในสภาฯ ชุดต่อไป อาจจะมีนวัตกรรมใหม่ใหม่เกิดขึ้นอีกเช่นกัน อะไรที่ควรหรือไม่ควร ล้วนแล้วแต่เป็นจรรยาบรรณของ ส.ส.ที่จะมีวิจารณญาณของตัวเองอยู่แล้ว
ส่วนจะเกิดสิ่งใดอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นนั้นตนตอบไม่ได้ อย่างข่าวการซื้อตัวที่เกิดขึ้นมาเราไม่มั่นใจว่ามันเป็นตามนั้นหรือไม่ เพราะเราไม่มีหลักฐาน จึงเป็นเพียงแค่ข่าวลือ ข่าวปล่อย และถ้าจะมีเขาคงคุยกันหลังม่าน ฉะนั้นคงไม่มีใครที่จะทราบได้ว่าจริงหรือไม่ แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรจะมี
เมื่อถามว่า คิดว่าการประชุมสภาครั้งนี้จะราบรื่นหรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า คิดว่าคนที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราว คือ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คงมีภารกิจที่ท้าทายพอสมควร และตนดีใจที่เป็น พล.ต.ท.วิโรจน์ เพราะเป็นนักการเมืองที่คร่ำหวอดมานาน เป็นผู้ใหญ่ที่ ส.ส.นับหน้าถือตามาก ดังนั้นคิดว่าจะสามารถควบคุมการประชุมสภาให้ผ่านพ้นไปด้วยดี ขอเป็นกำลังใจให้กับ พล.ต.ท.วิโรจน์
เมื่อถามถึงจุดยืนเกี่ยวกับมาตรา 112 วราวุธ กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคชาติไทยพัฒนาเอามาตรา 112 แต่ไม่เอาพรรคที่แก้มาตรา 112




