เตือน ‘รัฐบาล’ รั้นแจก ‘เงินหมื่นดิจิทัล’ ระวังเสี่ยงซ้ำรอย ‘จำนำข้าว’

16 ม.ค. 2567 - 15:15

  • ‘สว.สมชาย’ ยกเอกสาร ป.ป.ช. เตือน ‘รัฐบาล’

  • ยังรั้นแจก ‘เงินหมื่นดิจิทัล’ ระวังเสี่ยงซ้ำรอย ‘จำนำข้าว’

  • แซะ ‘เศรษฐา’ อยู่ในประเทศแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้มากกว่าไปต่างประเทศ

Warning_government_about_giving_out_digital_money_risk_of_repeating_rice_pledging_case_SPACEBAR_Hero_f1e7ca18a0.jpg

เป็นอีกหนึ่งคนที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ ‘รัฐบาลเศรษฐา’ อย่างต่อเนื่องสำหรับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.​) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา และล่าสุด กรณีที่คณะกรรมการเพื่อศึกษาและดำเนินการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีข้อเสนอแนะต่อนโยบายดังกล่าวของรัฐบาล เพื่อป้องกันการทุจริตนั้น

สมชาย ระบุว่า ได้เห็นรายละเอียดดังกล่าวแล้ว พบว่าเป็นประเด็นที่คณะกรรมการดิจิทัลของรัฐบาล ควรรับไปพิจารณาให้ละเอียดและรอบคอบ และต้องพิจารณาควบคู่กับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ได้ตอบคำถามในประเด็นดังกล่าวเช่นกัน อย่างไรก็ดี สิ่งที่ ป.ป.ช.มีข้อเสนอแนะนั้น เป็นประเด็นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตต่อการทำนโบายของรัฐบาล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 32 โดยมีรายละเอียดของข้อเสนอแนะที่สำคัญ คือ สถานการณ์ประเทศยังไม่วิกฤต และการทำนโยบายควรมุ่งเน้นกลุ่มเปราะบาง รวมถึงใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังค์ แทนใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) รวมถึงคำนึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ในข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.ที่มีจำนวนหน้ากว่า 177 หน้า พบว่ามีข้อเสนแนะอยู่ 58 หน้า ที่เหลือนั้นเป็นภาคผนวก ที่ผมมองว่าเป็นส่วนสำคัญ หากรัฐบาลเดินหน้าโครงการจนเกิดความเสี่ยง หรือการกระทำที่ทำผิดกฎหมาย เอกสารในภาคผนวกนั้นสามารถใช้เป็นเอกสารพยานหลักฐานต่อศาลได้ ซึ่งการเตือนของ ป.ป.ช.นั้น คล้ายกับการวินิจฉัยในโครงการรับจำนำข้าว

สมชาย มองว่า รัฐบาลควรเลิกโครงการดังกล่าว แต่หากจะมุ่งมั่นเพื่อใช้เงินของประเทศ ผ่านการกู้เงิน ทั้งการออกพระราชกำหนด หรือพระราชบัญญัติ ควรพิจาารณาปรับรายละเอียด เช่น พุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มเปราะบาง 1.5 แสนล้านบาท ส่วน 3.5 แสนล้านบาท ให้นำมาใช้กับนโยบายอื่นๆ ของรัฐบาล ที่เน้นการจ้างงาน เพิ่มทักษะการทำงานของประชาชน จ้างงานนักศึกษาจบใหม่ พัฒนาด้านระบบเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศหรือทักษะการประกอบอาชีพของประชาชน เป็นต้น

สมชาย วิจารณ์ด้วยว่า ประเทศเสียเวลา 4 เดือน ไปกับดิจิทัลวอลเล็ต ที่ไม่เห็นผลสัมฤทธิ์ แทนที่จะได้เห็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชนในระยะต่างๆ ส่วนตัวมองว่า ที่ยังไม่เห็นผลการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนคาดหวัง 

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เดินทางไปต่างประเทศมากจนเกินความจำเป็น และมองว่าภารกิจในต่างประเทศบางอย่าง ควรให้รองนายกฯ ที่เกี่ยวข้อง หรือ รมว.การต่างประเทศ, รมว.พาณิชย์ ไปดำเนินการแทน ซึ่งรวมถึงการเดินทางไปเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เช่นกัน

นายกฯ เดินทางไปตลอดเวลา แทนที่จะนั่งหัวโต๊ะ เป็นแม่ทัพการนำแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง 4 เดือนที่ผ่านมา ผมไม่ให้ผ่านโปร และยังให้สอบตก ผมมองว่ารัฐบาลนี้ เข้ามาบริหารประเทศควรสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศก่อนจะบินไปต่างประเทศบ่อยๆ แม้ว่านายกฯ จะบอกว่าเขาคือเซลล์แมนประเทศ แต่เขามีผลผลิตอะไรใหม่ๆ หรือสินค้าอะไรไปขายต่างชาติบ้าง หากจะไปแค่ทำความรู้จัก ผมมองว่าแค่ส่งนามบัตร หรือ โบรชัวร์ ไปก็ได้ เทียบกับคนที่เพิ่งตั้งบริษัทใหม่ๆ ยังไม่เข้มแข็ง แต่ซีอีโอเดินทางไปต่างประเทศเป็นว่าเล่น บางงานที่ไม่จำเป็นควรให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปทำแทน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์