‘หมอวรงค์’ ล็อกเป้า! ยื่น ป.ป.ช.สอบ ‘TH-AI Passport’ เตือน ‘ไชยชนก’ เลิกทำตัวเป็นเด็ก

26 มิ.ย. 2569 - 15:46

  • ‘นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม’ ยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,650 ล้านบาท

  • ชี้ TOR ส่อล็อกสเปก-เอื้อเอกชน ผ่านเงื่อนไขจอดิจิทัลและร้านสะดวกซื้อ

  • เรียกร้องยกเลิก TOR เดิม เปิดประมูลใหม่ พร้อมเตือน ‘ไชยชนก’ เลิกทำตัวเป็นเด็ก

‘หมอวรงค์’ ล็อกเป้า! ยื่น ป.ป.ช.สอบ ‘TH-AI Passport’ เตือน ‘ไชยชนก’ เลิกทำตัวเป็นเด็ก

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เข้ายื่นเอกสารหลักฐานต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบข้อสงสัยการทุจริต เอื้อประโยชน์ หรือมีการล็อกสเปก ในโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือ TH-AI PASSPORT วงเงิน 1,650 ล้านบาท โดยได้นำหลักฐาน TOR ของโครงการดังกล่าวจำนวน 33 แผ่น เอกสารที่ใช้ประกอบการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงหลักฐานที่ส่อว่าบริษัทรับผลิตสื่อมีศักยภาพครบถ้วนตามเงื่อนไข

และขอให้ตรวจสอบว่าเงื่อนไขใน TOR ของโครงการกำหนดคุณสมบัติหรือรายละเอียดของงานที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของโครงการ หรือมีลักษณะเป็นการกำหนดเงื่อนไขเฉพาะที่ทำให้เอกชนบางรายหรือบางกลุ่มได้เปรียบผู้ประกอบการรายอื่น โดยเฉพาะเงื่อนไขด้านการประชาสัมพันธ์ผ่านทางจอดิจิทัล เครือข่ายสื่อ การกำหนดจำนวนสาขาร้านสะดวกซื้อ จำนวนจอ รวมถึงองค์ประกอบอื่นที่อาจไม่เป็นสาระสำคัญในการยกระดับทักษะด้าน AI โดยตรง แต่กลับกำหนดให้เป็นส่วนสำคัญของโครงการ

รวมถึงประเด็นการจัดทำราคากลาง ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ตรวจสอบแหล่งที่มาของราคากลาง การเปรียบเทียบราคา การประเมินต้นทุน และเหตุผลประกอบการกำหนดวงเงิน มีความชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้หรือไม่

พร้อมขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ครอบคลุมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการทุกระดับ ตั้งแต่ผู้กำกับดูแลกระทรวง อย่าง ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนิติบุคคล และภาคเอกชนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องได้รับผลประโยชน์จากโครงการ

นพ.วรงค์ เผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบมีการล็อกสเปกพุ่งเป้าไปที่กำหนดพื้นที่หรือจอดิจิทัลในการประชาสัมพันธ์ โดยบริษัทแพลนบีระบุว่าสามารถประชาสัมพันธ์ผ่านร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 2,000 สาขา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเงื่อนไขใน TOR ที่ระบุว่าจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ผ่านร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา ไม่น้อยกว่า 6,000 จอ

ทั้งนี้ นพ.วรงค์ ระบุว่า ส่วนตัวสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงการใช้ AI ในระดับโปรหรือพรีเมียมแบบฟรี แต่สิ่งที่ปฏิเสธคือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือ E-Bidding ที่มีการล็อกสเปกหรือเอื้อประโยชน์เกิดขึ้น

พร้อมชี้ให้เห็นว่า “จากการเขียนเอกสารแนบท้ายสัญญาเปลี่ยนเป็นการใช้จ่ายเงินรายเดือนตามที่ใช้จ่ายจริง ไม่ใช่จ่ายตามข้อตกลงที่ระบุจะจ่าย 1,621 บาท หากฟังผิวเผินก็ดูเหมือนจะประหยัด แต่พบว่ากระบวนการหรือการประมูลมีการล็อกสเปกมาแล้ว แม้จะมีการแก้ไขสัญญา แต่กระบวนการที่เริ่มมาไม่มีความโปร่งใส และการเขียนสัญญาแนบท้ายให้มีการจ่ายรายเดือนนั้น แต่ในเงื่อนไข TOR กำหนดการจ่ายเงิน 5 งวด งวดละ 20% โดยเฉพาะงวดที่ 2 ถึงงวดที่ 5 จะเชื่อมโยงกับกระบวนการที่ล็อกสเปกไว้ คือเงื่อนไขการประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัล ซึ่งการระบุว่าจะมีการจ่ายเงินเป็นรายเดือนนั้นมีความย้อนแย้งกับ TOR ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า TOR สามารถแก้ไขได้

ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า หากจะต้องแก้ไข TOR ให้สอดคล้องกับสัญญาแนบท้าย ขอให้แก้ไข TOR ให้เกิดความเรียบร้อยและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และแก้เงื่อนไขการล็อกสเปกไว้ด้วย และเปิดประมูลใหม่จะทำให้ประเทศชาติประหยัดงบประมาณ ซึ่งก็จะทำให้เรื่องหนักกลายเป็นเบา

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม

พร้อมกันนี้ นพ.วรงค์ กล่าวฝากไปยัง ไชยชนก ชิดชอบ ว่า “เลิกทำตัวเป็นเด็ก เพราะบริหารชาติบ้านเมืองต้องยึดประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง ขออย่าอ้างว่าตนเองไม่รู้ ตนเองแทรกแซงไม่ได้ เพราะเมื่อถึงที่สุดแล้วปัญหาที่เกิดขึ้น รัฐมนตรีหนีความรับผิดชอบไม่ได้”

จากการอภิปรายและการแถลงข่าวของผมได้เตือนรัฐมนตรีแล้ว จึงขอให้เร่งดำเนินการจัดการก่อนที่จะนำไปสู่ความเสียหายมากกว่านี้ “หมดเวลาทำตัวเป็นเด็กแล้ว”

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม

นพ.วรงค์ ยังบอกว่า TOR ที่มีปัญหา โดยเฉพาะในข้อ 4 ที่มีการระบุว่า “อย่างน้อยดังนี้” ถือเป็นสภาพบังคับ ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงข้อย่อยที่ 5 และเงื่อนไขในข้อ 8 ที่ระบุเงื่อนไขการจ่ายเงิน 5 งวด และการชำระเงินก็จะโยงย้อนกลับมาถึงข้อ 4 ด้วย

และบริษัท Plan B ไม่ได้มีส่วนในการประมูลโดยตรง ขออย่าไปกล่าวหา Plan B แต่บริษัทที่ประมูลชนะมีความพัวพัน สามารถกำหนดทิศทางและกำหนดศักยภาพได้ ซึ่งเป็นการใช้คอนเนกชันเพื่อนำไปสู่การชนะประมูล แม้จะมีบริษัทที่เข้าประมูลงาน 3 แห่ง แต่ไม่แปลกใจที่เสนอราคาไม่แตกต่างกันมากและไม่แตกต่างจากราคากลาง ซึ่งส่อว่ามีการฮั้วกันมาตั้งแต่แรกแล้ว

ส่วนหลักฐานที่นำมายื่นร้องจะหนักแน่นและเอาผิดได้เหมือนกรณี “โครงการรับจำนำข้าว” หรือไม่นั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า “หลักฐานและ TOR ที่มีอยู่ก็ถือว่าจบแล้ว ยกเว้นจะรีบยกเลิกและแก้ไขใหม่ เพื่อที่หนักจะได้เป็นเบา”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์