ผลาญภาษีประชาชน! ‘หมอวรงค์’ ชงยกเลิก ‘บำนาญ สส.–สว.’

2 เม.ย. 2569 - 17:52

  • ‘หมอวรงค์’ ซัดกองทุนอดีต สส.-สว. เป็น “กองทุนอภิสิทธิ์”

  • ชี้ตัวเลขติดลบต่อเนื่อง เสี่ยงถังแตกในอนาคต

  • ชงยกเลิก “บำนาญนักการเมือง” ลดภาระภาษีประชาชน

ผลาญภาษีประชาชน! ‘หมอวรงค์’ ชงยกเลิก ‘บำนาญ สส.–สว.’

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2567

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายบางช่วงบางตอนว่า กองทุนนี้เรียกให้เข้าใจว่าเป็นกองทุนสวัสดิการของอดีต สส. สว. ผมกล้าพูดเต็มปากว่ากองทุนนี้อย่างไรก็ต้องติดลบ ถือว่าเป็นกองทุนอภิสิทธิ์ เพราะพวกเราเสนอเอง พิจารณากฎหมายเอง และผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับพวกเราเป็นคนออกระเบียบเอง เป็นกองทุนที่เอาภาษีของประชาชนมาดูแลพวกเรามากที่สุดในทุก ๆ กองทุน

กองนี้จริงอยู่ หลายคนบอกว่าเป็นกองทุนที่จ่ายเงินสมทบ โดยให้สมาชิกทั้ง สส. สว. จ่ายเดือนละ 3,500 บาท แต่เราจ่ายเงินจำนวนนี้เพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ 5 สิทธิ ได้แก่

  1. เงินทุนเลี้ยงชีพ (บำนาญ)
  2. ค่ารักษาพยาบาล/ตรวจร่างกาย ไม่เกิน 1.3 แสนบาทต่อปี
  3. เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรเบิกได้ 2 คน
  4. กรณีทุพพลภาพ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน
  5. กรณีถึงแก่กรรม จำนวน 200,000 บาท

ผมคิดว่ามันเป็นสิทธิประโยชน์ที่ทะลุฟ้าทะลุเพดาน ไม่มีกองทุนไหนให้สวัสดิการมากมายขนาดนี้ จนผมรู้สึกว่าเราเอาเปรียบประชาชนมากเกินไปหรือไม่ อะไรลดได้ลด อะไรตัดได้เราควรจะตัด เพราะมิฉะนั้นวันหนึ่งกองทุนนี้ต้องถังแตก จากรายงานที่มีการชี้แจงมา ปี 2566 ติดลบ 19 ล้านบาท ปี 2567 ติดลบ 23 ล้านบาท

นพ.วรงค์ กล่าวต่อไปว่า โดยเฉพาะเรื่องเงินทุนเลี้ยงชีพ หรือบำนาญที่มีการปรับเปลี่ยนล่าสุดในปี 2567 หากพวกเราเป็น สส. 1 ปี ถ้ามีการยุบสภา จะได้บำนาญเลี้ยงดูตลอดชีวิต เริ่มต้นที่ 21,300 บาท จนถึงเพดานสูงสุดที่ 42,700 บาท ตามระยะเวลาการเป็นสมาชิกรัฐสภา ตั้งแต่ 1 เดือน - 24 ปี

เราเอาเปรียบประชาชนมากเกินไป ยิ่งวันนี้พวกเราอายุน้อยกันเยอะ ผ่านไป 1 ปี หากมีการยุบสภา ประชาชนต้องเลี้ยงดูพวกเราตลอดชีวิต เผลอ ๆ เลี้ยงดูไป 40-50 ปี

พร้อมเผยอีกว่า ในปี 2569 ได้ตั้งงบประมาณกองทุนฯ ไว้ที่ 420 ล้านบาท เราเก็บเดือนละ 3,500 บาท สส. 500 คน และ สว. 200 คน เดือนหนึ่งได้ประมาณ 29.4 ล้านบาท ถ้าเทียบกับกองทุนประกันสังคม หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ สัดส่วนการที่เอาเงินของรัฐมาอุดหนุนต่างกันมาก โดยผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายคนละ 5 เปอร์เซ็นต์ รัฐจ่าย 2.5 เปอร์เซ็นต์ แต่กองทุนฯ ของพวกเราปีหนึ่งจ่าย 400-500 ล้านบาท ต่างกันถึง 13-15 เท่า ซึ่งมาก และไม่มีใครทำได้ ยกเว้นพวกเราที่กำหนดกติกา และในอนาคตอาจกลายเป็นกองทุนที่แบกรับภาระมากที่สุดในประเทศ

ภายใต้สภาวะแบบนี้ เรา สส.–สว. เป็นนักการเมืองที่อาสาเข้ามา วันที่ไม่มีตำแหน่ง ประชาชนต้องเลี้ยงดูพวกเราตลอดชีพเชียวหรือ ผมอยากเรียกร้องให้พวกเราที่มีส่วนได้เสียลองช่วยกันเสียสละสักครั้ง โดยยกเลิกบำนาญ สิทธิประโยชน์อื่นผมยังพอรับได้ แต่บำนาญที่เป็นภาระต้องใช้ภาษีประชาชนมาเลี้ยงดู ผมเชื่อว่าประชาชนรับไม่ได้ ผมขอเสนอให้ยกเลิกบำนาญ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์