ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (25 ก.ย.) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล1111 โดยหนังสือดังกล่าว ระบุหัวข้อเรื่องว่า ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย พร้อมแนบเอกสาร สำเนารายงานการสอบข้อเท็จจริงของผู้ตรวจการแผ่นดิน และคำชี้แจงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระบุเนื้อหาว่า
เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงและหลักฐานว่า กรมราชทัณฑ์โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีคำสั่งพักการลงโทษนักโทษเด็ดขาด ทักษิณ ชินวัตร โดยได้รับการปล่อยตัวไปแล้วเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ดังข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ดังต่อไปนี้
1\. การที่กรมราชทัณฑ์โดยเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครส่งตัวผู้ต้องขัง ทักษิณ ชินวัตร ไปรักษาตัวนอกเรือนจำที่โรงพยาบาลตำรวจเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2567 และโรงพยาบาลตำรวจรับตัวไว้รักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม2567 ติดต่อกันเกินกว่า 180 วัน เป็นการไม่ชอบด้วยกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ. 2563
ปรากฎข้อเท็จจริงจากรายงานของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ส่งมา สอดคล้องกับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามคำแถลงที่แนบมาด้วย
เมื่อการส่งตัวและการรับตัว ทักษิณ ชินวัตร ไปรักษาตัวนอกเรือนจำที่โรงพยาบาลตำรวจเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่อาจนับเวลาที่ ทักษิณ ชินวัตร อยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ว่ายังอยู่ในการคุมขังตามมาตรา 55 วรรคสาม ของพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ได้ จึงไม่อาจถือว่า ทักษิณ ชินวัตร ได้รับโทษมาแล้วครบหกเดือน ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการพักการลงโทษ
2\. ทักษิณ ชินวัตร มิได้เป็นผู้ต้องขังที่มีอายุเกิน 70 ปีที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือช่วยเหลือได้น้อย เนื่องจากหลังจากได้รับการปล่อยตัว ปรากฏเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนว่า ทักษิณ ชินวัตร ได้ออกจากบ้านไปทำกิจกรรมส่วนตัว กิจกรรมทางสังคมและกิจกรรมทางการเมือง เช่นบุคคลปกติทั่วไป ไม่มีอาการของการเป็นบุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หรือช่วยเหลือได้น้อยแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็คงได้ประจักษ์แก่ตนเองอย่างชัดแจ้งว่า ทักษิณ ชินวัตร ผู้ซึ่งเป็นบิดาหาใช่บุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือช่วยเหลือตัวเองได้น้อยแต่อย่างใดไม่
3\. ด้วยข้อเท็จริงเอกสารที่แนบมา เป็นที่ชัดแจ้งว่าการส่งตัว ทักษิณ ชินวัตร ไปรักษาตัวนอกเรือนจำที่โรงพยาบาลตำรวจ การรับตัว ทักษิณ ชินวัตร ไว้รักษาตัวเกินกว่า 180 วัน การให้ความเห็นว่า ทักษิณ ชินวัตรเป็นบุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และการมีคำสั่งให้ ทักษิณ ชินวัตร ได้รัการพักการลงโทษ เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากการดำเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ คือ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
- ปลัดกระทรวงยุติธรรม
- อธิบดีกรมราชทัณฑ์
- ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
- คณะทำงานที่วินิฉัยว่า ทักษิณ ชินวัตร เป็นบุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือช่วยเหลือได้น้อย
- แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ
- แพทย์ผู้รักษา
โดย คณะรัฐมนตรี ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรม ตามที่บัญญัติไว้ตามมาตรา3 และรัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามที่บัญญัติในมาตรา 53 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเนื่องจากนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมีอำนาจกำกับโดยทั่วไปซึ่งการบริหาราชการแผ่นดินตามที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงเรียนมายังนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเพื่อดำเนินการ ดังนี้
- สั่งการให้กระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ ดำเนินการให้มีการยกเลิกคำสั่งพักการลงโทษ ทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัตรราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
2. สั่งให้มีการสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติหน้าที่ส่งตัว ทักษิณ ชินวัตรไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ และรับตัว ทักษิณ ชินวัตร ไว้รักษา และ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนในการออกคำสั่งพักการลงโทษ ทักษิณ ชินวัตร โดยมิชอบตามข้อ3




