‘หมอวรงค์’ ชงผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลปกครองล้ม ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’

18 ต.ค. 2566 - 15:38

  • ‘หมอวรงค์’ ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาลปกครอง ล้มแจก ‘เงินดิจิทัล’

  • ชี้หากเดินหน้าเสี่ยงทำการเงินการคลังของประเทศเสียหาย นำชาติสู่วิกฤตครั้งใหญ่

  • ดักคอเปิดช่องรายใหญ่ฟอกเงินสีเทา จวกคนรวยได้ประโยชน์ แต่อ้างคนจนบังหน้า บอกใช้ ‘โทเคน’ เมื่อไหร่ คุกรออยู่

  • เตือนรัฐบาล ‘เศรษฐา’ อาจจบเห่ด้วยทุจริตไม่ต่างรัฐบาล ‘ยิ่งลักษณ์’ ที่พังเพราะ ‘จำนำข้าว’

Warong_filed_a_complaint_against_digital_wallet_project_SPACEBAR_Hero_891880be6d.jpg

ปมคัดค้านโครงการ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยวันนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี นำคณะเข้าเข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาไต่สวนและมีความเห็นส่งศาลปกครอง เพื่อระงับโครงการ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย เพราะเชื่อว่า หากยังเดินหน้าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง

นพ.วรงค์ ตั้งข้อสงสัยว่า การที่รัฐบาลได้หาเสียงประกาศจะแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท กับคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปทุกคน โดยใช้วงเงินราว 5 แสนกว่าล้านบาทนั้น หากต้องการช่วยเหลือคนจน ทำไมถึงต้องแจกให้กับคนรวยด้วย

“เอาง่ายๆ คือ ส.ส.1 คน มีผู้ช่วย 8 คน เฉพาะ ส.ส.รวมครอบครัวก็จะได้ประมาณ 8 หมื่นบาท หรือครอบครัวของนายกรัฐมนตรีก็จะได้ 4-5 หมื่นบาท และที่เป็นข้อกังขาคือ ทำไมแจกเป็นเงินดิจิทัล หรือโทเคน ซึ่งมีความซับซ้อนเพราะต้องมีการแลกเปลี่ยนจากเงินสดเป็นโทเคน และโทเคนเป็นเงินสด โดยเฉพาะเงื่อนไขของการจ่ายเงินโทเคนที่ระบุว่าต้อง 6 เดือนขึ้นไป ถึงจะแลกเป็นเงินสดได้ ไม่ได้เป็นประโยชน์กับคนยากจน เพราะผู้ค้ารายย่อยเขาต้องหมุนเงินทุกวัน ซึ่งจะเป็นอุปสรรค ทำให้โทเคนไปกองอยู่ที่นักธุรกิจรายใหญ่”

Warong_filed_a_complaint_against_digital_wallet_project_SPACEBAR_Photo03_62e392de43.jpg

จวกอ้างคนจนบังหน้า แต่คนรวยได้ประโยชน์ ชี้เปิดช่องรายใหญ่ฟอกเงินสีเทา

นอกจากนี้ คนยากจนต้องการเงินสดไม่ได้ต้องการเงินโทเคน ซึ่งก็จะนำไปสู่การฟอกเงินสีเทาครั้งใหญ่ในการรับซื้อโทเคนจากคนยากจนที่เขาต้องการเงินสด อีกทั้งขณะนี้รัฐบาลก็ยังไม่สามารถชี้แจงได้ว่าจะนำเงินจากไหนมาทำโครงการนี้ จึงกังวลว่าสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การทุจริตกระจายไปทั้งแผ่นดิน

“โครงการนี้ไม่ได้ช่วยคนจน แต่ช่วยคนรวย โดยเอาคนจนมาบังหน้า และสิ่งที่กระทำทั้งหมดจะนำไปสู่การขัดต่อกฎหมายหลายมาตราทั้งรัฐธรรมนูญมาตรา 162, 164 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 เพราะโครงการนี้เป็นการใช้จ่ายเงินอย่างมหาศาลเพื่อหวังคะแนนนิยมทางการเมือง และการนำโทเคนมาใช้จ่ายแทนธนบัตรเสี่ยงขัดต่อ พ.ร.บ.เงินตรา 2501 มาตรา 6 มาตรา 9 จึงต้องการบอกประชาชนว่าอย่าให้เขาหลอก ผมจึงได้รวบรวมข้อเท็จจริง ความเห็นจากนักวิชาการ อดีตผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย อดีต รมว.คลัง มาเสนอต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งศาลปกครองพิจารณาเพื่อยับยั้งโครงการดังกล่าว”

ถามหากเดินหน้าโคงการไปแล้ว แต่เกิด ‘อุบัติเหตุทางการเมือง’ ใครรับผิดชอบ บอกไม่อยากเห็น ‘นายกฯ’ หนี-อยู่ในคุก

ส่วนที่ไม่ไปยื่นต่อศาลปกครองโดยตรง เนื่องจากโครงการนี้ยังไม่ได้เริ่มต้น มาตรการทางปกครองจึงไม่ได้เกิด แต่มีการแถลงเป็นนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว จึงไม่อยากให้เกิดความเสียหายเหมือนโครงการจำนำข้าว ดังนั้น เพื่อไม่ให้ประเทศชาติเสียหายก่อน จึงมีช่องทางเดียวคือยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินไปยังศาลปกครอง ยกเว้นถ้ามีมติคณะรัฐมนตรีให้มีการดำเนินโครงการ ก็จะถือว่ามาตรการทางปกครองเกิดขึ้นแล้ว สามารถที่จะยื่นตรงต่อศาลปกครองได้  ส่วนอีกข้อห่วงใยคือถ้ามีการดำเนินโครงการ และมีการแจกโทเคนซึ่งจะขึ้นเป็นเงินสดได้ต้องผ่านไปแล้ว 6 เดือน หากในช่วงเวลานั้นเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง เช่น มีการยุบสภาฯ เงินนี้ใครจะรับผิดชอบ เชื่อว่ารัฐบาลใหม่ก็จะไม่รับผิดชอบ จะต้องบอกว่าให้ไปขึ้นเงินกับรัฐบาล ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ก็จะเกิดความวุ่นวาย เกิดการผูกคอตายของผู้ค้ารายย่อย

“ผมไม่ต้องการให้ประเทศชาติเกิดความเสียหาย แต่สิ่งนี้มีการแถลงต่อรัฐสภาเป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว มีความตั้งใจกระทำให้เกิดขึ้น การกระทำที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น หากมีการวิเคราะห์จะนำไปสู่ความเสียหายทางเศรษฐกิจ ก็จะเป็นช่องทางของผู้ตรวจการแผ่นดิน ยกเว้นมีมติ ครม.ดำเนินการแล้ว เสียหายแล้ว เราสามารถร้องตรงไปยังศาลปกครองและ ป.ป.ช.ได้ เรายังใจดีกับรัฐบาล เราไม่อยากเห็นนายกฯ หนีหรืออยู่ในคุก”

Warong_filed_a_complaint_against_digital_wallet_project_SPACEBAR_Photo01_bed49e8130.jpg

เตือนรัฐบาล ‘เศรษฐา’ อาจจบเห่ด้วยทุจริตไม่ต่างรัฐบาล ‘ยิ่งลักษณ์’ ที่พังเพราะ ‘จำนำข้าว’ ขู่ใช้ ‘โทเคน’ เมื่อไหร่ คุกรออยู่

นพ.วรงค์ บอกด้วยว่า ทั้งโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และโครงการจำนำข้าว มีจุดเหมือนกันมาก โดยโครงการรับจำนำข้าวมีงบประมาณ 94,000 ล้านบาท มีความเสียหายไม่ใช่เฉพาะช่วงรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ แต่นับไปถึงรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช เสียหายเกือบ 9 แสนล้าน เฉพาะรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ เสียหาย 6 แสนล้าน แต่โครงการดิจิทัลฯ 5 แสน 6 หมื่นล้านบาท มีหน่วยงานออกมาเตือนไม่แตกต่างกับสมัย ยิ่งลักษณ์

“ในสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตายด้วยทุจริต แต่โครงการนี้ ถ้ารัฐบาลเดินหน้าก็จะตายด้วยทุจริตด้วยการใช้โทเคน แต่ถ้าไม่ใช้โทเคน โอนเป็นเงินสดผ่านบัญชีโกงยาก อันนั้น อาจจะไม่ตาย แต่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับการเงินการคลังของประเทศ ขอเตือนหากใช้โทเคนเมื่อไหร่ คุกรออยู่แน่นอน”

อีกทั้งเชื่อว่าขณะนี้ ชาวบ้านยังไม่รู้จักโทเคน ยิ่งการบังคับว่าต้องผ่านไป 6 เดือน ถึงจะขึ้นเงินได้ ซึ่งชาวบ้านต้องการเงินสด ร้านค้าในหมู่บ้านไม่มีทางอยากจะรับ เพราะไม่มีเงินหมุน เมื่อประชาชนต้องการเงินสด ร้านค้าหัวดี คนที่มีเงินสีเทาจำนวนเยอะๆ สามารถจะไปร่วมมือเอาเงินสีเทาไปรับซื้อโทเคน วิธีการนี้ เป็นกระบวนการฟอกเงินสีเทาของประเทศครั้งใหญ่ที่ประชาชนอาจคาดไม่ถึง

Warong_filed_a_complaint_against_digital_wallet_project_SPACEBAR_Photo02_6cfeb6af45.jpg

แนะเปลี่ยนมาแจกคนจนในระบบ ดีกว่าลุยไฟแล้วทำประเทศเสี่ยง จี้เผยบริษัทพัฒนา ‘ซูเปอร์แอป-งบฯ ทำระบบ’ เพื่อความตรงไปตรงมา หวั่นแจก ‘โทเคน’ นำชาติสู่วิกฤตครั้งใหญ่

“ถ้าผมเป็นนายเศรษฐา จะแถลงบอกเลยว่า เมื่อถึงที่สุดแล้ว มันเป็นปัญหา มีอุปสรรค และประชาชนต้องการเงินสด พี่น้องประชาชนไม่อยากจะเห็นเอาเงินสดไปให้ตระกูลเศรษฐีใหญ่ๆ หรือครอบครัว สส.-สว. ดังนั้น เราจะลดไซส์ จะแจกเป็นเงินสด เฉพาะคนจนที่อยู่ในระบบที่เราต้องการจะช่วย อาจโดนด่านิดหน่อยแต่เชื่อประชาชนรับได้ ยังดีกว่าลุยไฟไปข้างหน้าแล้วมีความเสี่ยงต่อประเทศ เสี่ยงต่อพวกเราทุกคน ย้ำว่า เฉพาะ พ.ร.บ.เงินตรา มาตรา 6 ที่คุณเอาวัตถุมาใช้แทนเงินตรา มันจะทำให้ประเทศเกิดเงินสองระบบ เป็นเงินของแบงก์ชาติที่มีกฎหมายรองรับ และเงินของรัฐบาลที่มีแต่รัฐบาลรองรับ ถ้าผมเป็นต่างชาติผมไม่ถือเงินบาทแน่นอน ถ้าเกิดปัญหาแบงก์ชาติไม่ได้รับรอง อัตราแลกเปลี่ยนก็จะไหลออกไปเพราะคนไม่เชื่อค่าเงินบาท จึงขอเรียกร้องคุณเศรษฐา ถอยไปสักก้าวหนึ่ง ยอม โดยด่านิดหน่อย”

นพ.วรงค์ ยังเชื่อว่า การที่นายกฯ ไม่ระบุถึงบริษัทพัฒนาระบบ ‘ซูเปอร์แอป’ (Super App) และงบฯ ในการใช้สร้างระบบ เพราะรู้แล้ว แต่ไม่เปิดเผย มีตัวเลขและบริษัทอยู่ในหัวแล้ว ถ้าหากแฟร์จะต้องเปิดเผยให้ประชาชนทราบ แต่รัฐบาลยังอึมครึม ไม่แฟร์ ไม่ตรงไปตรงมา จึงทำให้เกิดปัญหา จึงเชื่อว่า การแจกเป็นโทเคนจะนำไปสู่วิกฤตครั้งใหญ่ของประเทศ

Warong_filed_a_complaint_against_digital_wallet_project_SPACEBAR_Photo04_b65d04db30.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์