ช่วงที่ผ่านมา เราอาจได้เห็นบทบาทของ ‘เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ’ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ในการยื่นร้องตรวจสอบนักการเมือง-พรรคการเมือง อย่างล่าสุดกับกรณียื่น กกต.พิจารณายุบพรรคก้าวไกล โดยอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ (31 ม.ค.) ว่าการเดินหน้าแก้ไขมาตรา 112 นั้นเข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ แต่มาวันนี้ เจ้าตัวเป็นฝ่ายถูกร้องเรียนบ้าง โดยเฉพาะความคืบหน้าปม ‘รถเบนซ์ 2 คัน-เช็ค 25 ล้านบาท’ ที่หลายๆ คนยังสงสัย
โดยทาง วัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้ายื่นหนังสือถึง วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้สอบสวนจริยธรรมร้ายแรงกับเรืองไกร ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567
วัชระ ระบุว่า เรืองไกรเป็น กมธ.งบฯ มาตั้งแต่ปี 63, 65, 66 และ 67 ก่อนหน้านี้ เรืองไกรได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ได้รับรถเบนซ์ 2 คัน สีดำ 1 คัน, สีขาว 1 คัน ซึ่งอ้างว่า “ผู้ใหญ่ใจดีให้มา” และในวันที่โพสต์ภาพรถเบนซ์ดังกล่าว ก็เป็นวันที่มีการประชุม กมธ.งบฯ พอดี ทั้งนี้ ได้ยื่นเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาเป็นเวลากว่า 1 ปี 6 เดือนแล้ว และทราบว่า เรืองไกรจดทะเบียนครอบครองรถเบนซ์สีดำ 1 คัน ส่วนสีขาว ไม่มีการระบุว่า ใครเป็นผู้ครอบครอง จึงขอให้สืบสวนขยายผลเรื่องนี้ต่อไป
ส่วนกรณีแคชเชียร์เช็ค 25 ล้านบาท ที่มีการสั่งจ่ายให้กับเรืองไกร เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2564 ที่เรืองไกร ได้มีการโพสต์เช่นกันนั้น ก็เป็นที่น่าสงสัยว่า เรืองไกรได้รับเช็คดังกล่าวเป็นค่าอะไร, จากผู้ใด ซึ่งกรณีนี้ วีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น (คปต.) ได้ร้องต่อ ป.ป.ช. ผ่านมา 2 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเช่นกัน
ทั้งนี้ เป็นที่สังเกตว่า ทั้ง 2 กรณี เมื่อเรืองไกร ถูกร้อง เจ้าตัวก็ได้ลบโพสต์และเนื้อหาทั้ง 2 กรณีออกไป ดังนั้น ในฐานะที่เรืองไกร เป็นหนึ่งในผู้พิจารณางบประมาณประเทศ ปีละกว่า 3 ล้านล้านบาท และถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ควรต้องมีความโปร่งใส
ขอย้ำว่า ทั้ง 2 กรณีนี้ ต้องมีที่มาและที่ไป หากนายเรืองไกร อ้างว่าเป็นค่าจ้าง คือค่าจ้างอะไร ผมในฐานะประชาชนและผู้เสียภาษี มีสิทธิ์สงสัยในพฤติการณ์ของนายเรืองไกร เช่นเดียวกับที่นายเรืองไกร สงสัยและยื่นสอบนักการเมืองทั้งสภาฯ อยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะเรื่องแคชเชียร์เช็ค 25 ล้าน ท่านได้แต่ใดมา ทําชอบสิ่งใดนา วานบอก ท่านเอออวยผู้ใดไซร้ จึงได้รางวัลมหาศาล จึงขอให้ตรวจสอบว่า เขาได้รับเช็คมาโดยถูกต้องหรือไม่ รถที่ซื้อมาได้มาโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
— วัชระ เพชรทอง

วัชระ กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงเรื่องนี้มีเหตุอันสงสัยว่า เรืองไกรอาจได้รับทรัพย์สินจากการเป็น กมธ. ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 3 (5) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งตนจะไปยื่นหนังสือต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ก.พ.นี้ เพราะการเป็น กมธ. และเจ้าหน้าที่รัฐนั้น ทำให้การกระทำใดๆ หรือการรับทรัพย์ หรือสิ่งของใดๆ ที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ต้องเป็นไปตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการทุกประการ และถ้าเรืองไกร มีจิตสำนึก ก็ควรลาออกจาก กมธ.งบฯ ปี 2567
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมจึงมาร้องในตอนนี้ เพราะเหตุการณ์ผ่านมาหลายปีแล้ว วัชระ ตอบว่า เนื่องจากเรืองไกร ได้ทำการปิดเฟซบุ๊กของตัวเอง จึงถือเป็นการปกปิดหลักฐาน เพราะวีระ ได้นำโพสต์ดังกล่าวไปโพสต์ต่อ แต่เรืองไกร ก็ไม่ได้ฟ้องร้องแต่อย่างใด เท่ากับยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง
ส่วนเมื่อถามว่า สภาฯ จะสามารถถอดถอนเรืองไกร ได้หรือไม่นั้น วัชระ ตอบว่า ต้องสอบถามไปที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่าเหตุใดจึงตั้งเรืองไกร ให้เป็น กมธ. และการตั้งที่ชอบด้วยจริยธรรมทางการเมืองหรือไม่-อย่างไร





