ทำไม่ได้ควรลาออก ‘We Watch’ ร้อง ‘กกต.’ ผิดพลาดเลือกตั้ง 69

16 ก.พ. 2569 - 13:27

  • 'We Watch' เรียกร้อง  'กกต.' รับผิดชอบความผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง 69 

  • พร้อมขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงทุกข้อกล่าวหาทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส

  • ชี้ หากเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาไม่ได้ควร 'ลาออก' 

ทำไม่ได้ควรลาออก ‘We Watch’ ร้อง ‘กกต.’ ผิดพลาดเลือกตั้ง 69

กลุ่ม We Watch และเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน  เดินทางมายื่นหนังสือ  และอ่านแถลงการณ์ร่วมแสดงจุดยืนและเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งให้แสดวงความรับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้ง    เพราะการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ของ กกต. ปรากฏข้อผิดพลาด ความผิดปกติ  และปัญหาจำนวนมาก    ซึ่งขัดต่อหลักการพื้นฐานของการจัดการเลือกตั้งอย่างร้ายแรง สถานการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในวงกว้าง นำไปสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และสะท้อนถึง วิกฤตความเชื่อมั่นต่อองค์กรจัดการเลือกตั้งในปัจจุบัน  ประเด็นที่ขัดต่อหลักการสำคัญในการจัดการเลือกตั้งความโปร่งใส

กระบวนการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ในครั้งนี้  ส่อให้เห็นถึงการขาดความโปร่งใสตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง  ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของผลการเลือกตั้ง  และก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสุจริตของกระบวนการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ   ประเด็นที่พบ เช่น  การเปลี่ยนสโลแกนจากเดิมสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม  เป็นสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย   ซึ่งตัดคำว่าโปร่งใสออกไป สะท้อนทิศทางการสื่อสารที่ลดความสำคัญของการเปิดเผยต่อสาธารณะ 

กรณีที่บางหน่วยเลือกตั้งเก็บเอกสารผลการนับคะแนนออกจากหน่วยในระยะเวลาอันสั้น   ทั้งที่ควรเปิดเผยไว้เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้หลายกรณีที่จำนวนบัตรเลือกตั้ง   ผลคะแนน และจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่สอดคล้องกัน หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าบัตรเขย่ง   ซึ่งเกิดขึ้นในหลายจังหวัด   กรณีที่ประชาชนและผู้สังเกตการณ์ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลการนับคะแนนได้อย่างต่อเนื่อง ชัดเจน หรือถูกจำกัดการสังเกตการณ์ 

นอกจากนี้ จากการติดตามระบบรายงานผลคะแนนเลือกตั้งภายหลังการปิดหีบ พบว่าคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งมิได้ถูกส่งตรงสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง   แต่ถูกส่งเข้าสู่ศูนย์ติดตามผลส่วนกลางก่อนการเผยแพร่ ซึ่งมีลักษณะเป็นตัวกลางในกระบวนการรายงานผลคะแนน    และเปิดช่องให้มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลสามารถเข้าถึง ตรวจสอบ หรือปรับแก้ข้อมูลได้ก่อนการเปิดเผยต่อประชาชน   โดยปราศจากความชัดเจนถึงโครงสร้างอำนาจ ขั้นตอน และกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลที่เป็นอิสระ   

แม้ กกต. จะอ้างว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเลขคะแนนเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิคหรือการตรวจสอบข้อมูล    แต่เมื่อกระบวนการดังกล่าวไม่ถูกเปิดเผยอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้โดยสาธารณะ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดคำถามว่า ประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไร   ว่าคะแนนที่ปรากฏเป็นคะแนนจริง ถูกต้อง และไม่ถูกแทรกแซงความสุจริตและเที่ยงธรรม  

การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมต้องตั้งอยู่บนการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง และการตอบสนองต่อปัญหาอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม กลับพบว่า กกต. ได้เพิกเฉยต่อข้อผิดพลาดและข้อร้องเรียนในหลายกรณี    ซึ่งสร้างความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง   ตัวอย่างกรณีที่สะท้อนปัญหาดังกล่าว ได้แก่ กรณีการชี้นำการออกเสียงประชามติในบางพื้นที่ 

กรณีการวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสียที่ผิดพลาด แม้มีการทักท้วงจากผู้สังเกตการณ์ แต่เจ้าหน้าที่มิได้แก้ไขหรือทบทวนคำวินิจฉัย กรณีเจ้าหน้าที่บางรายยืนคุมการลงคะแนน หรือปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะที่อาจกระทบต่อเสรีภาพในการตัดสินใจของประชาชน พฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการซื้อเสียงหรือการทุจริต    ซึ่งหลายกรณียังไม่ปรากฏการตรวจสอบอย่างจริงจัง 

ประชาชนคาดหวังให้ กกต. ใช้งบประมาณสาธารณะอย่างคุ้มค่า และจัดการเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ    โดยเฉพาะในบริบทที่ความไว้วางใจต่อองค์กรจัดการเลือกตั้งอยู่ในระดับต่ำอย่างยิ่ง   จากเอกสารงบประมาณค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2569    พบว่า มีการใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้นประมาณ 7,824 ล้านบาท    ซึ่งเป็นงบประมาณสาธารณะจำนวนมหาศาล และควรเพียงพออย่างยิ่งในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐานและรัดกุม

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ปรากฏไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดด้านเอกสาร   ความล่าช้าในการบริหารจัดการข้อมูล ความไม่พร้อมของหน่วยเลือกตั้ง    และความสับสนของเจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติการ กลับชี้ให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องอย่างรุนแรงระหว่างงบประมาณที่ใช้ไปกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ตัวอย่างปัญหาด้านประสิทธิภาพที่พบ ได้แก่  การจัดหน่วยเลือกตั้งที่ไม่เอื้อต่อการใช้สิทธิอย่างเท่าเทียม   โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนพิการ   การให้ข้อมูลแก่ประชาชนที่ไม่ครบถ้วนหรือคลาดเคลื่อน เช่น ตัวอย่างบัตรเลือกตั้งไม่ชัดเจน หรือการย้ายหน่วยเลือกตั้งโดยไม่ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าอย่างทั่วถึง ความล่าช้าและความผิดพลาดในการจัดการบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กรณีเจ้าหน้าที่กรอกรหัสเขตเลือกตั้งหน้าซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าผิด   อันสะท้อนถึงการขาดการฝึกอบรมและการบริหารจัดการที่เป็นระบบ 

ความเป็นมืออาชีพขององค์กรจัดการเลือกตั้งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผลการเลือกตั้ง    อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงการขาดมาตรฐานและความพร้อมในหลายด้าน   ประเด็นสำคัญที่พบ ได้แก่   การจัดคูหาและพื้นที่ลงคะแนนที่อาจไม่สามารถคุ้มครองหลักการลงคะแนนโดยลับได้อย่างเพียงพอ   การใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีข้อกังวลว่าสามารถเชื่อมโยงย้อนกลับไปยังต้นขั้วบัตรและข้อมูลผู้ลงคะแนนได้  แม้ กกต. จะชี้แจงว่ามีมาตรการแยกเก็บข้อมูล แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า โครงสร้างของระบบดังกล่าวเปิดโอกาสให้หลักการลงคะแนนโดยลับถูกละเมิดได้หรือไม่ 

องค์กรจัดการเลือกตั้งจำเป็นต้องมีความเป็นอิสระจากอิทธิพลทางการเมือง   เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นกลางและเที่ยงธรรม    อย่างไรก็ตาม ความเป็นอิสระดังกล่าวต้องดำรงอยู่ควบคู่กับ ความยึดโยงกับประชาชน และความรับผิดรับชอบต่อสาธารณะ หากความเป็นอิสระปราศจากกลไกตรวจสอบ ย่อมกลายเป็นอำนาจที่ไม่ต้องรับผิด และบั่นทอนความชอบธรรมขององค์กรโดยตรง ในทางโครงสร้าง  กกต.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน   หากแต่ได้มาจากกระบวนการสรรหาและการให้ความเห็นชอบโดยวุฒิสภา   ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งวุฒิสภาไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ส่งผลให้ที่มาขององค์กรจัดการเลือกตั้งขาดความยึดโยงกับประชาชนตั้งแต่ต้นทาง ยิ่งไปกว่านั้น    กลไกการตรวจสอบ กกต. ยังอยู่ภายใต้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  ซึ่งเช่นเดียวกัน ได้รับการสรรหาและให้ความเห็นชอบโดยวุฒิสภา โครงสร้างดังกล่าวขัดแย้งกันในการตรวจสอบถ่วงดุล และทำให้การเอาผิดหรือการเรียกร้องความรับผิดจากองค์กรจัดการเลือกตั้งเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ 

นอกจากปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าวแล้ว ในทางปฏิบัติ กกต. ยังขาดกลไกที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการแสดงความรับผิดรับชอบเมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรือข้อร้องเรียนในกระบวนการเลือกตั้ง   อีกทั้งยังมีข้อจำกัดด้านการสื่อสารกับประชาชน โดยช่องทางการสื่อสารสาธารณะขององค์กรมีลักษณะเป็นการสื่อสารทางเดียว   จำกัดหรือปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน    และมักออกมาชี้แจงเฉพาะเมื่อเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างแล้วเท่านั้น  รูปแบบการสื่อสารดังกล่าวไม่เพียงทำให้ประชาชนไม่สามารถสะท้อนปัญหา ตั้งคำถาม หรือร้องเรียนต่อข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที   การไม่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรจัดการเลือกตั้ง ส่งผลให้ความเป็นอิสระขององค์กรถูกมองว่าไม่มาพร้อมกับความรับผิดรับชอบต่อสาธารณะ และยิ่งซ้ำเติมวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้งและองค์กรจัดการเลือกตั้ง 

ด้วยเหตุนี้ ความเป็นอิสระขององค์กรจัดการเลือกตั้งภายใต้โครงสร้างปัจจุบันจึงถูกตั้งคำถามว่า  ไม่ได้เป็นอิสระเพื่อคุ้มครองเจตจำนงของประชาชน หากแต่เป็นความเป็นอิสระที่ไม่ถูกเลือก ไม่ถูกตรวจสอบ และไม่ต้องรับผิดต่อประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนพฤติการณ์และความผิดปกติต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อพิจารณาย้อนกลับไปถึงปัญหาการเลือกตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 และปี พ.ศ.2566    จะพบว่าปัญหาความเคลือบแคลงสงสัยไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่เพียงอย่างเดียว    หากแต่เป็นผลพวงที่เกิดขึ้นจากการออกแบบโครงสร้างเชิงสถาบันและพัฒนาการของกฎหมายที่ผ่านการรัฐประหาร และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ขาดความยึดโยงกับประชาชน   ส่งผลให้องค์กรอิสระที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งถูกแทรกแซงจากกลุ่มอิทธิพลได้ง่าย    และมีอำนาจที่สูงยิ่งและขาดความยึดโยงกับประชาชน     เช่นเดียวกัน ด้านการตรวจสอบและเอาผิดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างยากลำบาก 

จากสถานการณ์ในปัจจุบันและข้อค้นพบดังกล่าว องค์กรมีเรียกร้องต่อ กกต.และข้อเสนอต่อสาธารณะ  2 ระยะ    ดังต่อไปนี้ ระยะเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาความเคลือบแคลงสงสัยของสังคม 

ประการแรก เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน ประชาชนตรวจสอบได้ และดำเนินการทันที โดยเปิดเผยผลคะแนนอย่างเป็นทางการครบ 100%  ผ่านระบบ ECT Report โดยเร็วที่สุด  รวมทั้งเปิดเผยเอกสารสรุปผลคะแนนรายหน่วย (แบบ 5/18) ตามระเบียบโดยเร็ว หากเป็นได้ ควรพิจารณาเปิดเผยภาพกระดานขีดคะแนน (แบบ 5/11) เพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบได้    รวมถึงคะแนนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทุกประเภท นอกจากนี้ ปัญหาในการจัดการบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าต้องมีการชี้แจงถึงจำนวนบัตรที่มีปัญหาและลักษณะของปัญหาอย่างโปร่งใสและเป็นระบบ   เพื่อลดความเคลือบแคลงสงสัยของประชาชน  

ประการที่สอง ชี้แจงข้อสงสัยอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และมีหลักฐานรองรับ อธิบายทุกจุดที่สาธารณะตั้งข้อสงสัยอย่างละเอียดและตรวจสอบได้    กรณีคะแนนลดลงหรือข้อมูลไม่ตรงกัน  ต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจน   เข้าใจได้ และตรวจสอบซ้ำได้ กรณีระบบรายงานผลขัดข้องหรือเว็บไซต์ล่ม ต้องมีคำอธิบายเชิงเทคนิคด้านระบบคอมพิวเตอร์อย่างโปร่งใส เปิดเผยโครงสร้างการทำงานเบื้องหลังการรายงานคะแนน ว่าใครมีอำนาจเข้าถึงและแก้ไขข้อมูล ระบุจำนวนครั้งของการปรับปรุงข้อมูล แก้จากอะไรเป็นอะไร และด้วยเหตุผลใด ยืนยันมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก 

สำหรับกรณีการใช้ระบบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในกระบวนการเลือกตั้งตามที่สาธารณชนจำนวนมากแสดงความวิตกกังวลต่อกรณีการนำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาใช้ในกระบวนการเลือกตั้ง   ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงข้อมูลจนสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้สิทธิลงคะแนนได้ หรือ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลได้ รวมถึงอาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยลับนั้น เพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะสิทธิในความลับของการลงคะแนน

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเลือกตั้งโดยรวมคณะกรรมการการเลือกตั้งต้อง    ชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม    ทั้งจุดประสงค์ ขอบเขต และขั้นตอนการใช้ระบบดังกล่าวในทุกระดับ มาตรการป้องกันไม่ให้ข้อมูลในระบบสามารถเชื่อมโยงกับตัวบุคคลได้ กลไกทางเทคนิคและกฎหมายที่รับประกันว่าความลับจะไม่ถูกละเมิด กระบวนการจัดเก็บ เข้าถึง และทำลายข้อมูล รวมถึงผู้มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว รวมถึงการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและมาตรการรับมือหากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล 

ประการที่สาม นับคะแนนใหม่เฉพาะหน่วยที่มีข้อสงสัย ตามอำนาจกฎหมาย และเปิดเผยต่อสาธารณะ ใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งนับคะแนนใหม่ในหน่วยหรือเขตที่มีข้อสงสัย เพื่อแก้ข้อคลางแคลงใจตรงจุด การเปิดหีบบัตรเพื่อนับใหม่ต้องกระทำต่อหน้าประชาชน ผู้สังเกตการณ์ และสื่อมวลชน ถ่ายทอดการนับคะแนนใหม่แบบถ่ายทอดสด หรือบันทึกภาพไว้เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์