เมื่อเวลา 11.00 น. กลุ่มวีวอช หรือ อาสาสมัครสังเกตการณ์เลือกตั้ง (We watch) ได้แถลงผลการสังเกตการณ์ การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป เมื่อ 14 พฤษภาคม 2566 รวมถึงการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2566
โดยสรุปว่า ประชาชนตื่นตัวกับการเลือกตั้ง พร้อมกับมีข้อเรียกร้องไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เร่งประกาศรับรองผลการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้าบริหารประเทศโดยเร็ว โดยอาจใช้ระยะเวลาที่เคยเกิดขึ้นในกฎหมายเลือกตั้งปี 2554 ว่า ภายใน 7 วันหลังการเลือกตั้ง รวมถึงผลคะแนนเลือกตั้งรายหน่วย
นอกจากนั้นแล้ว กกต. ต้องชี้แจงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมแสดงหลักฐานที่สร้างความกระจ่างกับประชาชน และไม่กระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนที่ต้องการให้ กกต. ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กลุ่มวีวอช ยังมีแถลงการณ์ในข้อกังวลต่อกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง 5 ข้อ คือ 1.ข้อกำหนดที่ให้ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โหวตเลือกนายกฯ 2.จำกัดสิทธิ นักบวช ผู้มีอาการเจ็บป่วยทางจิต ผู้ต้องขัง ห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง 3.ระบบเลือกตั้งใช้บัตร 2 ใบ แต่พบว่าหมายเลขผู้สมัครเขตและบัญชีรายชื่อไม่เหมือนกัน ทำให้ประชาชนสับสนไม่เอื้อต่อการใช้สิทธิ
4. การเสียสิทธิของผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่ไม่อาจไปใช้สิทธิได้ ทั้งที่การเลือกตั้งปี 2557 สามารถไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจริงได้ และ 5.ระยะเวลาประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ 60 วัน ล่าช้าเกินสมควร ทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตั้งล่าช้า
ทั้งนี้ กลุ่มวีวอชยังมีข้อเสนอต่อการปรับปรุงการทำงาน โดยเฉพาะในส่วนของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ อาทิ การจัดหน่วยเลือกตั้ง ที่เอื้อต่อการใช้สิทธิของผู้พิการ ผู้สูงอายุนั่งรถเข็นใช้ การให้ข้อมูลผู้สมัคร ส.ส.ที่ถูกต้องครบถ้วน และดำรงความเป็นกลาง
โดยยกตัวอย่างมีกรณีที่พบความไม่โปร่งใส เช่น มีป้ายหาเสียงของผู้สมัครติดบริเวณหน่วยเลือกตั้ง บางพื้นที่และในบางหน่วยเลือกตั้งพบว่าหลังคูหาไม่มีกำแพงทึบ หรือกระดานบัง ซึ่งอาจกระทบต่อการใช้สิทธิที่เป็นความลับได้ โดยพบในพื้นที่ กทม., สุราษฎร์ธานี, อุบลราชธานี, ชัยภูมิ, ระยอง, นครราชสีมา, สมุทรปราการ, ลพบุรี
นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่พบว่าเจ้าหน้าที่ กปน.ทำบัตรเลือกตั้งฉีกขาดระหว่างฉีกบัตรให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่ง กปน.ใช้วิธีซ่อมด้วยเทปกาวแทนการเปลี่ยนบัตรใหม่ ซึ่งอาจกระทบในหลักการลงคะแนนเป็นการลับได้
โดยสรุปว่า ประชาชนตื่นตัวกับการเลือกตั้ง พร้อมกับมีข้อเรียกร้องไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เร่งประกาศรับรองผลการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้าบริหารประเทศโดยเร็ว โดยอาจใช้ระยะเวลาที่เคยเกิดขึ้นในกฎหมายเลือกตั้งปี 2554 ว่า ภายใน 7 วันหลังการเลือกตั้ง รวมถึงผลคะแนนเลือกตั้งรายหน่วย
นอกจากนั้นแล้ว กกต. ต้องชี้แจงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมแสดงหลักฐานที่สร้างความกระจ่างกับประชาชน และไม่กระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนที่ต้องการให้ กกต. ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กลุ่มวีวอช ยังมีแถลงการณ์ในข้อกังวลต่อกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง 5 ข้อ คือ 1.ข้อกำหนดที่ให้ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โหวตเลือกนายกฯ 2.จำกัดสิทธิ นักบวช ผู้มีอาการเจ็บป่วยทางจิต ผู้ต้องขัง ห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง 3.ระบบเลือกตั้งใช้บัตร 2 ใบ แต่พบว่าหมายเลขผู้สมัครเขตและบัญชีรายชื่อไม่เหมือนกัน ทำให้ประชาชนสับสนไม่เอื้อต่อการใช้สิทธิ
4. การเสียสิทธิของผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่ไม่อาจไปใช้สิทธิได้ ทั้งที่การเลือกตั้งปี 2557 สามารถไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจริงได้ และ 5.ระยะเวลาประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ 60 วัน ล่าช้าเกินสมควร ทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตั้งล่าช้า
ทั้งนี้ กลุ่มวีวอชยังมีข้อเสนอต่อการปรับปรุงการทำงาน โดยเฉพาะในส่วนของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ อาทิ การจัดหน่วยเลือกตั้ง ที่เอื้อต่อการใช้สิทธิของผู้พิการ ผู้สูงอายุนั่งรถเข็นใช้ การให้ข้อมูลผู้สมัคร ส.ส.ที่ถูกต้องครบถ้วน และดำรงความเป็นกลาง
โดยยกตัวอย่างมีกรณีที่พบความไม่โปร่งใส เช่น มีป้ายหาเสียงของผู้สมัครติดบริเวณหน่วยเลือกตั้ง บางพื้นที่และในบางหน่วยเลือกตั้งพบว่าหลังคูหาไม่มีกำแพงทึบ หรือกระดานบัง ซึ่งอาจกระทบต่อการใช้สิทธิที่เป็นความลับได้ โดยพบในพื้นที่ กทม., สุราษฎร์ธานี, อุบลราชธานี, ชัยภูมิ, ระยอง, นครราชสีมา, สมุทรปราการ, ลพบุรี
นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่พบว่าเจ้าหน้าที่ กปน.ทำบัตรเลือกตั้งฉีกขาดระหว่างฉีกบัตรให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่ง กปน.ใช้วิธีซ่อมด้วยเทปกาวแทนการเปลี่ยนบัตรใหม่ ซึ่งอาจกระทบในหลักการลงคะแนนเป็นการลับได้




