วิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม.พรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีถูกแชร์ภาพในโซเชียลฯ เพื่อสื่อในทำนองมีความรู้จักสนิทกับ ‘หาวเจ๋อตู้’ หรือ ‘ตู้ห่าว’ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด โดย วิชาญ อ้างว่า “ภาพที่ปรากฏเป็นข่าวนานมากแล้ว พร้อมยืนยันไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับ ‘ตู้ห่าว’
ตอนนั้น ตนเปิดตัวโรงงานแถว จ.สมุทรปราการ ตนไปเป็นเพื่อนกับคุณลุงที่ถูกเชิญไปร่วมงานเท่านั้น งานดังกล่าว พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผบ.ตร. ขณะนั้น เป็นประธาน แต่กลับถูกโยงทำให้ตนและครอบครัวได้รับความเสียหาย ถูกนำมาเล่นข่าวในช่วงจะเลือกตั้ง เป็นนักการเมืองที่ถูกป้ายสี ดังนั้น จึงไปแจ้งความเรียบร้อย ยืนยันว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายตู้ห่าว เห็นหน้าตอนนี้ก็ยังจำไม่ได้เลย” วิชาญ ระบุ
วิชาญ ยังกล่าวถึงกรณี ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ที่มีแนวโน้มย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันว่า พรรคฯ ดูแลและให้โอกาส ประเดิมชัย มาตั้งแต่ปี 2562 สมัยที่เจ้าตัวเป็น ส.ก. อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจจะย้ายไปอยู่พรรคใดถือเป็นสิทธิ
“เราก็จะได้คัดสรรบุคคลลงสมัครแทนนายประเดิมชัย ต่อไป ที่ผ่านมา ยังไม่ได้คุยกับนายประเดิมชัย ในเรื่องดังกล่าว แต่ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เริ่มมีกระแสข่าวว่าจะย้ายพรรค ซึ่งพรรคเพื่อไทยดูแลสมาชิกทุกคนเท่าเทียมกัน” วิชาญ ระบุ
ส่วนกรณี จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แสดงความไม่พอใจที่พรรคฯ ที่ไปคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งฟ้องร้องกัน จะให้มาลงสมัคร ส.ส.กาญจนบุรี ในนามพรรคเพื่อไทยนั้น วิชาญ ชี้แจงว่า “ต้องแยกกัน ใครเป็นคู่ขัดแย้งถือเป็นเรื่องส่วนตัว บุคคลที่เสนอตัวมาลงสมัครกับพรรคเพื่อไทย หากคุณสมบัติครบถ้วน พรรคก็ต้องพิจารณา พรรคไม่รู้ก่อนหรอกว่าใครเป็นคู่ขัดแย้งหรือทะเลาะกับใคร เรื่องความขัดแย้งส่วนตัวก็ควรเคลียร์กัน เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว หากอยากให้ผู้ใหญ่เคลียร์ควรมาบอกกัน ไม่ใช่ออกมาไปให้ข่าวแบบนั้น”
เมื่อถามว่า จิรายุ ระบุขอทบทวนบทบาททางการเมือง วิชาญ ก็กล่าวว่า “คงไม่ถึงขนาดนั้น นายจิรายุ อาจไม่สบายใจจึงได้พูดออกมาเพื่อให้พรรครับทราบ พอพรรครับทราบแล้วคงจะได้มีการพูดคุยกัน คู่กรณีที่มีการฟ้องร้องกันไปมาถือเป็นเรื่องส่วนตัว สมาชิกมีปัญหากันนั้นมีทุกพรรค เพราะคนอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก ขอย้ำว่าบางทีกรรมการสรรหาก็ไม่ทราบ เราพิจารณาจากบุคคลที่มาเสนอตัว โดยเราดูจากความรู้ ความเหมาะสม ความสามารถ มีคุณสมบัติครบถ้วนเท่านั้น”
ตอนนั้น ตนเปิดตัวโรงงานแถว จ.สมุทรปราการ ตนไปเป็นเพื่อนกับคุณลุงที่ถูกเชิญไปร่วมงานเท่านั้น งานดังกล่าว พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผบ.ตร. ขณะนั้น เป็นประธาน แต่กลับถูกโยงทำให้ตนและครอบครัวได้รับความเสียหาย ถูกนำมาเล่นข่าวในช่วงจะเลือกตั้ง เป็นนักการเมืองที่ถูกป้ายสี ดังนั้น จึงไปแจ้งความเรียบร้อย ยืนยันว่าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายตู้ห่าว เห็นหน้าตอนนี้ก็ยังจำไม่ได้เลย” วิชาญ ระบุ
วิชาญ ยังกล่าวถึงกรณี ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ที่มีแนวโน้มย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันว่า พรรคฯ ดูแลและให้โอกาส ประเดิมชัย มาตั้งแต่ปี 2562 สมัยที่เจ้าตัวเป็น ส.ก. อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจจะย้ายไปอยู่พรรคใดถือเป็นสิทธิ
“เราก็จะได้คัดสรรบุคคลลงสมัครแทนนายประเดิมชัย ต่อไป ที่ผ่านมา ยังไม่ได้คุยกับนายประเดิมชัย ในเรื่องดังกล่าว แต่ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เริ่มมีกระแสข่าวว่าจะย้ายพรรค ซึ่งพรรคเพื่อไทยดูแลสมาชิกทุกคนเท่าเทียมกัน” วิชาญ ระบุ
ส่วนกรณี จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แสดงความไม่พอใจที่พรรคฯ ที่ไปคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งฟ้องร้องกัน จะให้มาลงสมัคร ส.ส.กาญจนบุรี ในนามพรรคเพื่อไทยนั้น วิชาญ ชี้แจงว่า “ต้องแยกกัน ใครเป็นคู่ขัดแย้งถือเป็นเรื่องส่วนตัว บุคคลที่เสนอตัวมาลงสมัครกับพรรคเพื่อไทย หากคุณสมบัติครบถ้วน พรรคก็ต้องพิจารณา พรรคไม่รู้ก่อนหรอกว่าใครเป็นคู่ขัดแย้งหรือทะเลาะกับใคร เรื่องความขัดแย้งส่วนตัวก็ควรเคลียร์กัน เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว หากอยากให้ผู้ใหญ่เคลียร์ควรมาบอกกัน ไม่ใช่ออกมาไปให้ข่าวแบบนั้น”
เมื่อถามว่า จิรายุ ระบุขอทบทวนบทบาททางการเมือง วิชาญ ก็กล่าวว่า “คงไม่ถึงขนาดนั้น นายจิรายุ อาจไม่สบายใจจึงได้พูดออกมาเพื่อให้พรรครับทราบ พอพรรครับทราบแล้วคงจะได้มีการพูดคุยกัน คู่กรณีที่มีการฟ้องร้องกันไปมาถือเป็นเรื่องส่วนตัว สมาชิกมีปัญหากันนั้นมีทุกพรรค เพราะคนอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก ขอย้ำว่าบางทีกรรมการสรรหาก็ไม่ทราบ เราพิจารณาจากบุคคลที่มาเสนอตัว โดยเราดูจากความรู้ ความเหมาะสม ความสามารถ มีคุณสมบัติครบถ้วนเท่านั้น”





