‘นราพัฒน์ แก้วทอง’ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคเหนือ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยของพรรคประชาธิปัตย์ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเชิญประชุมร่วมระหว่างกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคและสส.พรรค ยืนยันว่า การจะร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ตามข้อบังคับพรรคได้กำหนดไว้แล้วชัดเจนว่า หากมีเทียบเชิญ หรือมีข้อเสนอใดๆมา จะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม กก.บห.พรรคก่อน จากนั้นจึงจะมีการประชุมร่วมระหว่าง กก.บห.และสส.พรรคเพื่อหามติ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ **เราทำงานได้ในฐานะฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ** หากมีการประชุมร่วมก็ต้องหารือกันว่า หากเป็นฝ่ายค้าน จะทำประโยชน์อะไรให้กับประชาชน และถ้าร่วมรัฐบาลจะทำประโยชน์ให้ประชาชนได้อย่างไร เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ไม่มีใครสามารถตัดสินใจคนเดียวได้ ต้องออกเป็นมติพรรค
เมื่อถามว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจร่วมรัฐบาลแล้ว มีความกังวลว่าจะเสียเรื่องฐานเสียงของประชาชนที่สนับสนุนพรรคหรือไม่ นราพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องการเมือง ต้องเอาประชาชนที่ตั้งอยู่แล้ว ถ้าเราสามารถทำอะไรแล้วประชาชนได้ประโยชน์ เราทำตรงนั้นดีกว่า การที่จะมาไกล่เกลี่ยกันว่าพรรคเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ สังคมเขามองว่าพรรคไหนจะทำงานให้ประชาชนได้ ชึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีการเตรียมตัว เราเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับ ในอนาคต หากพรรค จะเป็นพรรคทางเลือกให้กับประชาชน ซึ่งยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เราก็พร้อมทำหน้าที่
‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแพทองธาร 1 ที่มีกระแสข่าวว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ 26 สิงหาคมนี้ ว่า ยังไม่ได้ระบุถึงขั้นนั้นอยู่ที่ความพร้อมทั้งหมด แต่กำลังเร่งเพราะต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งได้ทำงานเต็มที่ ขออย่ากังวลเพราะทำหน้าที่ เสมือนรัฐบาลจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ จึงจะพ้นจากหน้าที่ตามระเบียบข้อบังคับ แต่ก็อยากให้ ทุกอย่าง เสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ส่วนจะมีการโปรดเกล้าฯเมื่อใด อยู่ที่กระบวนการขั้นตอนการตรวจสอบ
ส่วนการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาภูมิธรรม กล่าวว่า ได้มีการเตรียมคู่ขนานไว้แล้ว ทันทีที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งก็จะสามารถ เรียกประชุมได้ คาดว่าภายในต้นเดือนกันยายนหรือ ไม่เกินกลางเดือนกันยายนรัฐบาลชุดใหม่จะสามารถทำหน้าที่ได้
ส่วนกรณีที่จำนวนคนเกินกว่าตำแหน่งรัฐมนตรี ได้มีการเคลียร์เรื่องนี้หรือยังนั้นนายภูมิธรรมกล่าวว่า เกินเกือบทุกพรรคเพราะไม่รู้ตามดุลยพินิจใหม่ที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความ คำว่าจริยธรรมไว้กว้างมาก จึงต้องระมัดระวัง
เมื่อถามถึงพรรคพลังประชารัฐมีข้อสรุปที่ชัดแล้วหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวส่งชื่อมา 2 บัญชี ภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องขออนุญาตเพราะตามมารยาทไม่ควรพูดถึงพรรคอื่น แต่เชื่อว่าแต่ละพรรครู้ดีอยู่แล้ว ต้องรีบดำเนินการให้ทันกับสถานการณ์ของประเทศ เพราะภัยพิบัติต่างๆรออยู่ไม่อยากให้ช้า ถึงขั้นกระทบต่อ ภัยพิบัติที่ประชาชนได้รับ ต้องดำเนินการไปตามกระบวนการ
ส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์จะนับรวมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลครั้งนี้หรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลมันพูดชัดเจนไม่ได้ จนกว่าสุดท้ายจะตกลงและมีชื่อยื่น และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา เพราะในกระบวนการต่างๆ ไม่รู้ว่าใครจะมีปัญหาหรือไม่ หรือแต่ละพรรคจะได้ ตามโควต้าที่เป็นอยู่หรือไม่ หรือเกิดปัญหาภายในพรรค ที่จัดการไม่ได้หรือไม่ เราไม่รู้ข้อเท็จจริง
ส่วนการเชิญพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลจะต้องมีการ เทียบเชิญ หรือไม่ หรือสามารถส่งชื่อเข้ามาได้เลย ภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้เราไม่ควรดำเนินการแบบนี้เพราะจะ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ หรือไม่มั่นคงในพรรคร่วมรัฐบาล เป็น ไปตามขั้นตอนหรือ step by step ถ้าเกิดปัญหาตรงไหนค่อยคลี่คลายไปตามสภาพ เพราะวันนี้เราได้ร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาลและทุกคนได้เสนอตัวมาแล้ว ขึ้นอยู่กับว่ารายละเอียด จะลงตัวอย่างไร
ทั้งนี้ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมจะต้องแจ้งให้พรรคอื่นที่ร่วมรัฐบาลทราบใช่หรือไม่นายภูมิธรรมกล่าวว่ายังไม่ถึงขั้นตอนนั้น ขอคิดในขั้นตอนปัจจุบัน และขอคิดเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนก่อน
ภูมิธรรม ระบุว่าส่วนตัว ยังไม่ได้ยื่นใบกรอกประวัติ และยังไม่ได้รับแจ้ง ว่าจะดำรงตำแหน่ง กระทรวงใด




