ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวจากพรรคพลังประชารัฐ ก่อนการแถลงข่าวถึงทิศทางการเมือง ของ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ในช่วงเช้า โดยทาง วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้มายังที่ทำการพรรคก่อน และได้มาสอบถามผู้สื่อข่าวว่า เกิดอะไรขึ้น โดยอ้างว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรค ให้มาดูว่า นฤมล จะแถลงอะไร
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีลำดับ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่มีกระแสข่าวว่า นฤมล ตกไปอยู่อันดับที่ 20 กว่า หรือเรื่องของงบประมาณเกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในพรรค แต่ทาง วิรัช ปฏิเสธตอบทุกคำถาม
เมื่อถามอีกว่า ถ้าเกิดเป็นกระแสข่าวลบในช่วงการเลือกตั้ง จากกระทบต่อคะแนนนิยมพรรค หรือไม่นั้น วิรัช ตอบว่า “กระแสแบบนี้มีมาตลอด เมื่อวานก็มีการพาดพิงถึงตน ทั้งที่ตนก็มั่นคงและตั้งตรงมาตลอด”
จากนั้น นฤมล ได้เดินทางมาถึง ในเวลา 09:30 น. เพื่อแถลงข่าว วิรัช จึงได้เข้าไปตีแขนเบาๆ เพื่อปลอบและให้กำลังใจ พร้อมสอบถามว่าเป็นอะไร แต่ปรากฏว่า นฤมล ไม่มองหน้า วิรัช แม้อีกฝ่ายจะพยายามจับแขน ก่อนที่ นฤมล จะขึ้นไปปรึกษากับทางพรรค ก่อนแถลงข่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อ วิรัช ไม่ได้ตามขึ้นไป ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่า เป็นคู่ขัดแย้งกันโดยตรง หรือโดยอ้อมหรือไม่ วิรัช จึงย้อนว่า “ถ้าคนเป็นคู่ขัดแย้ง จะมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร”
ส่วนตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นเพราะลูกชาย วิรัช (อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ปฏิบัติหน้าที่แทน รมว.คมนาคม) ได้ตำแหน่งปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ต้นๆ หรือไม่ วิรัช ก็ย้อนทันทีว่า “จ.นครราชสีมา มีกี่เขต ลูกชายก็เป็นสัดส่วนของโคราช ส่วนพ่อก็เป็นโควตาส่วนกลาง จะใช้ก็ใช้ ไม่ใช้ก็ไม่ได้ว่าอะไร”
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีลำดับ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่มีกระแสข่าวว่า นฤมล ตกไปอยู่อันดับที่ 20 กว่า หรือเรื่องของงบประมาณเกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในพรรค แต่ทาง วิรัช ปฏิเสธตอบทุกคำถาม
เมื่อถามอีกว่า ถ้าเกิดเป็นกระแสข่าวลบในช่วงการเลือกตั้ง จากกระทบต่อคะแนนนิยมพรรค หรือไม่นั้น วิรัช ตอบว่า “กระแสแบบนี้มีมาตลอด เมื่อวานก็มีการพาดพิงถึงตน ทั้งที่ตนก็มั่นคงและตั้งตรงมาตลอด”
จากนั้น นฤมล ได้เดินทางมาถึง ในเวลา 09:30 น. เพื่อแถลงข่าว วิรัช จึงได้เข้าไปตีแขนเบาๆ เพื่อปลอบและให้กำลังใจ พร้อมสอบถามว่าเป็นอะไร แต่ปรากฏว่า นฤมล ไม่มองหน้า วิรัช แม้อีกฝ่ายจะพยายามจับแขน ก่อนที่ นฤมล จะขึ้นไปปรึกษากับทางพรรค ก่อนแถลงข่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อ วิรัช ไม่ได้ตามขึ้นไป ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่า เป็นคู่ขัดแย้งกันโดยตรง หรือโดยอ้อมหรือไม่ วิรัช จึงย้อนว่า “ถ้าคนเป็นคู่ขัดแย้ง จะมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร”
ส่วนตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นเพราะลูกชาย วิรัช (อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ปฏิบัติหน้าที่แทน รมว.คมนาคม) ได้ตำแหน่งปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ต้นๆ หรือไม่ วิรัช ก็ย้อนทันทีว่า “จ.นครราชสีมา มีกี่เขต ลูกชายก็เป็นสัดส่วนของโคราช ส่วนพ่อก็เป็นโควตาส่วนกลาง จะใช้ก็ใช้ ไม่ใช้ก็ไม่ได้ว่าอะไร”




