‘วิโรจน์’ พบ ป.ป.ช. คดีแก้ ม.112 โดนซักจุดยื่น-ให้สัมภาษณ์สื่อ
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้ารับฟังข้อกล่าวหาคดี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่ร่วมลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ ป.ป.ช. ซึ่งใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง ว่า เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างผม และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งข้อกล่าวหาก็ไม่ได้เกินกว่าที่คาดการณ์ไว้
วิโรจน์ กล่าวต่อว่า การทำหน้าที่ สส. ใช้อำนาจนิติบัญญัติแก้ไขกฎหมาย ม.112 ซึ่งข้อกล่าวหาก็เน้นไปที่การแก้ไขเนื้อหาสาระของกฎหมายเป็นหลัก ดังนั้นในกรณีนี้ก็ไม่ได้กังวลใจอะไร เพราะการแก้ไขเนื้อหาสาระ มีการปรึกษากับนักกฎหมายอยู่แล้ว และเป็นการศึกษาอำนาจนิติบัญญัติโดยชอบ
ทั้งนี้มีการซักถามประเด็นอื่นด้วยหรือไม่ อย่างกรณีที่เห็นว่าเป็นกระบวนการต่อเนื่อง วิโรจน์ กล่าวว่า สำหรับกรณีของผมคนเดียวมีเรื่องการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการสำนักข่าว เพราะการที่เราแสดงเหตุผลอย่างเปิดเผยต่อสื่อสาธารณะ เป็นเรื่องที่เรายืนยันเจตนาสุจริตของเรามากกว่า ส่วนการให้สัมภาษณ์ของตนก็ไม่ได้กังวลอะไร เมื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ผมก็เบาใจ
ส่วน ป.ป.ช. มีการถามถึงกรณีการใช้ตำแหน่ง สส. ประกันตัวให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่เคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไข ม.112 หรือไม่ วิโรจน์ กล่าวว่า ไม่มี เรื่องหลักอยู่ที่การแก้ไข ม.112 ในส่วนเนื้อหาสาระ ซึ่งเราก็พร้อมที่จะชี้แจง รวมถึงในการยื่นญัตติ เราก็มีการระบุถึงเหตุผลในการดำเนินการอยู่แล้วเช่นกัน
สื่อถามย้ำที่บอกว่าเบาใจ เพราะตรงกับข้อต่อสู้หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ไม่ แต่เป็นเพราะข้อกล่าวหาที่มีความตรงไปตรงมา โดยสุดท้ายได้มีการตรวจพยานหลักฐานจำนวน 106 แผ่น ส่วนเรื่องระยะเวลา ก็ได้หารือกับ ป.ป.ช.แล้ว ตลอดจนมีการพูดคุยกันในรายละเอียดตามข้อกล่าวหา และการชี้แจงของผม ก็มีการระบุถึงหลักฐานอ้างอิงต่างๆ ด้วย
คาดว่า ป.ป.ช.จะมัดรวมคดี หรือพิจารณาเป็นรายบุคคล วิโรจน์ กล่าวว่า คงคาดการณ์ลำบาก แต่มองว่าน่าจะเป็นรายบุคคล
ส่วนมั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถหักล้างได้ทุกประเด็น วิโรจน์ กล่าวว่า เท่าที่ดูคร่าวๆ ไม่ได้มีความกังวล และฝ่ายกฎหมายมีการแนะนำว่าให้ชี้แจงอย่างความตรงไปตรงมา
สำหรับกรณีการวิพากษ์วิจารณ์อำนาจของ ป.ป.ช. วิโรจน์ กล่าวว่า เป็นหนึ่งในหน้าที่ของ สส. อยู่แล้ว เชื่อว่าหากมีใบสั่ง หรืออะไรไม่ชอบมาพากลตามที่กังวลกัน ข้าราชการคงไม่ทำ
หาก 25 สส.ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะกระทบต่องานสภาฯ และการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ วิโรจน์ กล่าวว่า เรื่องการปรับระบบรูปแบบการทำงาน ทำมาตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกลแล้ว แต่เดิม สส. ของเราบางคนมักจะทำงานแบบฉายเดี่ยวหมื่นลี้ ตอนนี้มาทำงานเป็นทีมแล้ว ก็ต้องถ่ายทอดค่ายกล จินบู๊ 7 ตัดทอน ของสำนักบู๊ตึ๊ง หมายความว่าหากมีความจำเป็นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จริง ก็จะมีช่วงรอยต่อ ถ้าเราทำตอนต้นไว้ดี การไปต่อสุดทางคงไม่ยาก แต่การที่มีใครหายไป อาจทำให้มีการชะงักเล็กน้อย ยืนยันว่า สามารถไปต่อได้แน่นอน
ปชน. ยื่นถอดถอน 'ประธาน ป.ป.ช.' ไม่เกี่ยวคดี 44 สส.
วิโรจน์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พรรคประชาชน มีการรวบรวมรายชื่อเสนอถอดถอน สุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ออกจากตำแหน่ง และการถูกตรวจสอบเรื่องคดี 44 สส. จะไม่ทำให้เรื่องนี้สะดุดใช่หรือไม่ ว่าเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภา ตามมาตรา 236 ถอดเรื่องการถูกตรวจสอบออกจากสารบบก็ได้
หากมีเหตุการณ์ที่ประธานขององค์กรที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบทุจริตคอรัปชั่นในประเทศนี้ของข้าราชการแทบทุกคนในประเทศนี้ และมีกรณีคลิปเสียงดังกล่าวเกิดขึ้น จะไม่ให้สงสัยเลยก็ไม่ได้อยู่แล้ว และยิ่งไปพบกับประธานรัฐสภา เพราะฉะนั้นจะให้ละเลยคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นทั้งสองเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน ต่อให้ไม่มีเรื่อง 44 สส.ก็ต้องดำเนินการ
ส่วนจะมี สส. พรรคการเมืองอื่นร่วมลงชื่อด้วยหรือไม่ วิโรจน์ กล่าวว่า ต้องดูรายชื่อ แต่เข้าใจว่าจะมี สว. จำนวนหนึ่ง มาร่วมลงชื่อด้วยเช่นกัน เพราะเป็นสิทธิของสมาชิกรัฐสภา และเป็นผลดีกับทุกฝ่าย เพราะบุคคลในคลิปจะได้มีโอกาสชี้แจง ว่าประโยคที่พูดสื่อถึงอะไร เราก็ไม่อยากให้สังคมตีความไปเอง เพราะฉะนั้นควรตรวจสอบเรื่องนี้อย่างโปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม ตามสโลแกนของ ป.ป.ช.เป็นเรื่องที่ดีที่สุด
#พรรคประชาชน #ก้าวไกล #มาตรา112 #ปปช #THAILAND #SPACEBAR




