‘วิโจน์’ ชี้โหวตนายกฯ สถานการณ์โคม่า อ้างเห็นใจ ‘เศรษฐา’ ต้องเคลียร์หลายประเด็น

20 ส.ค. 2566 - 13:58

  • ‘วิโรจน์’ ชวนจับตาวันโหวตนายกฯ ชี้ยังอยู่ในช่วงอลหม่าน อาการโคม่า

  • รับเห็นใจ ‘เศรษฐา’ ต้องเคลียร์หลายประเด็น

  • มอง ‘ทักษิณ’ กลับไทย เป็นเรื่องชอบธรรม

Wiroj_analyzed_that_voting_for_PM_is_coma_situation_SPACEBAR_Hero_1_bf2db3e8dc.jpeg
วิโรจน์  ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงคาดการณ์วันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 22 ส.ค.นี้ จะได้นายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ต้องเรียกว่าเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันชั่วโมงต่อชั่วโมง เนื่องจากการเจรจายังอยู่ในช่วงสับสนอลหม่านกันอยู่ 

“รอดไม่รอดตนไม่รู้เลย เพราะสถานการณ์ตอนนี้คือโคม่า จะรอดก็อาจจะรอดจะตายก็อาจจะตายไม่สามารถตอบได้ ตอนนี้ไม่มีหมอดูคนไหนที่กล้าแทงว่าแม่น ถ้าเป็นคนไข้ก็คงจะเรียกว่าอาการตีทูต ไม่ได้หมายความว่าตาย แต่หมายความว่าอาจจะรอดก็ได้ หรืออาจจะตายก็ได้คาดการณ์ได้ยาก” วิโรจน์ กล่าว 

ส่วนกรณีที่ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โดนโจมตีเรื่องคุณสมบัติและยังโดนโจมตีอยู่ต่อเนื่อง ถือเป็นปัญหาที่จะทำให้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้หรือไม่นั้น วิโรจน์ กล่าวว่า จริงๆ ตนเห็นใจ เศรษฐาเป็นอย่างมากเพราะ และรู้ว่ากลุ่มอนุรักษ์นิยมหาเรื่องที่จะทำลายแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเป็นของคนที่เขาต้องการ ดังนั้น ถ้า เศรษฐา เคลียร์ประเด็นนี้ได้ ก็จะเจอประเด็น 2 และประเด็น 3 ต่อให้ไม่ใช่ เศรษฐา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ก็จะถูกกลุ่มอนุรักษ์นิยมหรือกลุ่มอำนาจเก่าที่มาจากเผด็จการรัฐประหาร ทำร้ายอยู่เรื่อยไป ด้วยข้ออ้างต่างๆ ตนจึงคิดว่าควรที่จะให้กำลังใจ เศรษฐา 

เมื่อถามถึงกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับไทย ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันที่โหวตเลือกนายกฯ เหมือนเป็นการส่งสัญญาณ ว่าสุดท้ายแล้วพรรคเพื่อไทย ต้องสู้ให้ได้หรือไม่นั้น วิโรจน์ กล่าวว่า บางคนอาจจะคิดว่าเกี่ยว แต่ตนมองว่าไม่เกี่ยวกัน และยังยืนยันว่าการกลับมาของ ทักษิณ เป็นสิ่งที่ชอบธรรม ควรที่จะกลับมาได้ ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเมื่อถามว่า ในใจคิดว่า ทักษิณ จะกลับมาหรือไม่ วิโรจน์ กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้  

“ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ค่อนข้างที่จะชุลมุน สถานการณ์ดินฟ้าอากาศ ในวันนี้อาจจะกลับได้อีก 2 วัน อาจจะกลับไม่ได้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างตอบยาก อาจจะต้องดูกันวันต่อวันหรืออาจจะต้องลุ้นจนถึงคืนวันที่ 21 สิงหาคม ด้วยซ้ำไป” วิโรจน์ กล่าว 

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะดัน เศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ วิโรจน์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย ตนคงไม่สามารถตอบแทนได้ รวมไปถึงความชัดเจนแถลงจับมือกันกับใครบ้าง ตนมองว่าทุกวันนี้ประชาชนต้องการความชัดเจนที่มาจากพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ตอนนี้ความชัดเจน กลายเป็นมาจากพรรคร่วมรัฐบาล  

“ก็มองว่ายังไม่มีความชัดเจน แต่เป็นการตกลงกันไว้ว่าอย่าเพิ่งพูด แต่ก็คุมไว้ไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องออกมาพูด แต่ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องออกมาพูด ก็คือเขาต้องการที่จะมัดไว้เลยไง ให้ดิ้นไม่หลุด สลัดไม่ออก ไม่เรียกว่าเหนียมแล้ว ไม่มีเหนียมแล้วยุคนี้ คิดว่าเขาก็พยายามที่จะเดินเกมเล่นเกม แต่ผมว่าต้องเลิก เพราะยุคนี้สมัยนี้ ประชาชนเขามองออกกันหมดแล้ว ที่บอกว่าจะไม่มีลุงนะ แต่เขาก็คำนวณกัน คณิตศาสตร์ไม่เคยหลอกใคร ถ้าไม่เอาลุง ไม่เอาพรรคประชาธิปัตย์ มันก็ 230 กว่าเสียง ก็ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่ได้ คุณอนุทิน ก็พูดไว้อยู่แล้วว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยเขาไม่ร่วม คราวนี้บอกว่า จะรวมพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคประชาธิปัตย์บอกว่ายังไม่มีการติดต่อเข้ามา หรือถึงติดต่อเข้ามาก็รวมเสียงได้ 260 เสียงนิดๆ ซึ่งรู้ดีอยู่แล้วว่า 260 กว่าเสียง ไม่มีเสถียรภาพอยู่แล้ว สุดท้ายก็จะต้องรวมพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ มา เพียงแต่จะใช้เทคนิคกลไกยังไงในการดึงเข้ามา” วิโรจน์ กล่าว 

เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐ สามารถเปิดได้เลยใช่หรือไม่ ถ้าเกิดจับมือกับพรรคเพื่อไทย วิโรจน์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมากกว่าที่จะเป็นคนเปิด เพราะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนเมื่อถามต่อไปว่า พรรคเพื่อไทยเองก็สามารถเปิดได้เลยใช่หรือไม่ ว่าจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ วิโรจน์ ระบุว่า แล้วแต่เขาจะคิด เป็นเรื่องของเขา แต่ตนอยากบอกว่าประชาชนอ่านออกหมดแล้ว  

“หรือเรียกว่าหนังเรื่องนี้มีสปอยล์ (Spoil) จนรู้ฉากจบกันหมดแล้ว ว่าพระเอกจะไปจับมือกับใคร พระรองอยู่ที่ไหน นางเอกจะเป็นอย่างไร นางรองจะไปอยู่กับใคร ทุกคนรู้หมดแล้ว เพียงแต่ว่าไม่ยอมเฉลย ทำไมก็ไม่รู้” วิโรจน์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์