‘วิโรจน์ ลักขณาอดิศร’ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบส่วยสติกเกอร์ร่วมกับสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยว่า หลังประชุมร่วมกันสัปดาห์ที่แล้ว เขาจะนำเบาะแสที่ได้จากสหพันธ์การขนส่งฯ กับหลักฐานที่ได้จากพลเมืองดีไปให้จเรตำรวจแห่งชาติ และ ‘พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว’ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบ.ทล.) เพื่อเป็นเบาะแสในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ในวัน พฤหัสบดี ที่ 8 มิ.ย. นี้ เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ โดยเขาจะไปพร้อมกับสหพันธ์การขนส่งฯ
ส่วนการที่ตำรวจต้องมาตรวจสอบกันเองจะมีความมั่นใจแค่ไหนว่าจะมีความโปร่งใส ‘วิโรจน์’ บอกว่าเขาเชื่อมั่นและวางใจในตัวของ ‘พล.ต.ต.จรูญเกียรติ’ เพราะเป็นคนตรงฉิน อีกทั้งตอนนี้เรายังไม่มีอำนาจบริหารหรืออำนาจหน้าที่ในการสั่งการ สิ่งที่ทำได้คือคงต้องเชื่อใจตำรวจไปก่อน
ส่วนสิ่งที่คงต้องทำหลังจากนี้ ‘วิโรจน์’ มองว่าเป็นเรื่องของการแก้กฎหายต่างๆ ให้สอดคล้องกับหน้างานจริง เพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือในการรีดไถประชาชน รวมถึงต้องดูเรื่องบทลงโทษและวิธีบังคับใช้กฎหมายว่าเป็นการให้ดุลยพินิจหรืออำนาจกับเจ้าหน้าที่เกินไปหรือไม่
สำหรับวันพรุ่งนี้ (6 มิ.ย.) ที่จะมีการประชุมคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ‘วิโรจน์’ บอกว่าตัวเขาไม่ได้อยู่ในคณะทำงาน แต่การแก้ปัญหาคอร์รัปชันอยู่ใน MOU มีความสำคัญอยู่แล้ว คงต้องมีการพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย รวมถึงอีกหลายเรื่อง เช่น การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การเรียกรับผลประโยชน์ในขั้นตอนการจดทะเบียนและต่อทะเบียน การขออนุญาตใช้รถบรรทุก คงต้องนำเข้าหารือในรายละเอียด
ส่วนการที่ตำรวจต้องมาตรวจสอบกันเองจะมีความมั่นใจแค่ไหนว่าจะมีความโปร่งใส ‘วิโรจน์’ บอกว่าเขาเชื่อมั่นและวางใจในตัวของ ‘พล.ต.ต.จรูญเกียรติ’ เพราะเป็นคนตรงฉิน อีกทั้งตอนนี้เรายังไม่มีอำนาจบริหารหรืออำนาจหน้าที่ในการสั่งการ สิ่งที่ทำได้คือคงต้องเชื่อใจตำรวจไปก่อน
ส่วนสิ่งที่คงต้องทำหลังจากนี้ ‘วิโรจน์’ มองว่าเป็นเรื่องของการแก้กฎหายต่างๆ ให้สอดคล้องกับหน้างานจริง เพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือในการรีดไถประชาชน รวมถึงต้องดูเรื่องบทลงโทษและวิธีบังคับใช้กฎหมายว่าเป็นการให้ดุลยพินิจหรืออำนาจกับเจ้าหน้าที่เกินไปหรือไม่
สำหรับวันพรุ่งนี้ (6 มิ.ย.) ที่จะมีการประชุมคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ‘วิโรจน์’ บอกว่าตัวเขาไม่ได้อยู่ในคณะทำงาน แต่การแก้ปัญหาคอร์รัปชันอยู่ใน MOU มีความสำคัญอยู่แล้ว คงต้องมีการพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย รวมถึงอีกหลายเรื่อง เช่น การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การเรียกรับผลประโยชน์ในขั้นตอนการจดทะเบียนและต่อทะเบียน การขออนุญาตใช้รถบรรทุก คงต้องนำเข้าหารือในรายละเอียด



