ความเคลื่อนไหวพรรคก้าวไกล (กก.) หลัง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยเฉพาะประเด็นการแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ถูกหยิบยกมาเป็นเงื่อนไข และมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางในการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกฯ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
ล่าสุด (16 กรกฎาคม 2566) วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความพร้อมภาพบนทวิตเตอร์ ‘Wiroj 77’ และเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Wiroj Lakkhanaadisorn - วิโรจน์ ลักขณาอดิศร’ ระบุว่า
“ในการแก้ไข ม.112 ต้องเป็นไปด้วยความประณีต รอบคอบ และรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายรอบด้าน ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาตามสมควร จะแก้ไขได้หรือไม่ แก้ไขได้เพียงใด เราก็พร้อมน้อมรับภายใต้กติกาของระบบรัฐสภา จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลว่าจะมีการดึงดัน หรือดำเนินการอย่างหุนหันพลันแล่น แต่อย่างใด
หากเรามุ่งแต่จะเข้าสู่อำนาจ ยอมเสียสัจจะ ยอมผิดคำพูดต่อประชาชน ตามเงื่อนไขที่ 1 เงื่อนไขที่ 2 เงื่อนไขที่ 3 และเงื่อนไขต่อๆ ไป ก็จะถูกหยิบยกขึ้นมา เพื่อบีบให้เราทิ้งคำมั่นที่มีต่อประชาชนไปเรื่อยๆ
ในท้ายที่สุด นอกจากจะไม่ได้อำนาจใดๆ แล้ว ประชาชนผู้เป็นเจ้านาย ที่เคยเดินเคียงข้างสนับสนุน ก็จะอันตรธานหายไป แถมยังอาจจะรุมประณามสาปแช่งเราอีกด้วย”
ล่าสุด (16 กรกฎาคม 2566) วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความพร้อมภาพบนทวิตเตอร์ ‘Wiroj 77’ และเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Wiroj Lakkhanaadisorn - วิโรจน์ ลักขณาอดิศร’ ระบุว่า
“ในการแก้ไข ม.112 ต้องเป็นไปด้วยความประณีต รอบคอบ และรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายรอบด้าน ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาตามสมควร จะแก้ไขได้หรือไม่ แก้ไขได้เพียงใด เราก็พร้อมน้อมรับภายใต้กติกาของระบบรัฐสภา จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลว่าจะมีการดึงดัน หรือดำเนินการอย่างหุนหันพลันแล่น แต่อย่างใด
หากเรามุ่งแต่จะเข้าสู่อำนาจ ยอมเสียสัจจะ ยอมผิดคำพูดต่อประชาชน ตามเงื่อนไขที่ 1 เงื่อนไขที่ 2 เงื่อนไขที่ 3 และเงื่อนไขต่อๆ ไป ก็จะถูกหยิบยกขึ้นมา เพื่อบีบให้เราทิ้งคำมั่นที่มีต่อประชาชนไปเรื่อยๆ
ในท้ายที่สุด นอกจากจะไม่ได้อำนาจใดๆ แล้ว ประชาชนผู้เป็นเจ้านาย ที่เคยเดินเคียงข้างสนับสนุน ก็จะอันตรธานหายไป แถมยังอาจจะรุมประณามสาปแช่งเราอีกด้วย”



