วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงหน้าตาของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า เป็นอย่างที่ทุกคนเห็น เป็นคนเดิมๆ เพียงแต่มีการสลับกระทรวงแบบเก้าอี้ดนตรี อย่างไรตาม คงต้องให้ระยะเวลาในการทำงาน ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงคุณสมบัติของว่าที่รัฐมนตรี เช่น ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ พิชิต ชื่นบาน จากพรรคเพื่อไทย นั้นต้องไปถาม เศรษฐา ทวีสิน ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ทั้งนี้ มองว่า การวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสม เป็นสิ่งที่ต้องรับฟัง และมองว่ายังต้องให้เวลาในการทำงาน
“เพราะผลงานจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าใครดี ใครไม่ดี เหมาะหรือไม่เหมาะ เพราะประชาชนก็จับจ้องมองอยู่ตาไม่กะพริบ ซึ่งต้องยอมรับว่า ถ้าเปิดโผ ครม.ออกมาแล้ว ประชาชนก็คาดหวังอะไรใหม่ๆ แต่หากทุกอย่างออกมาเป็นเหมือนเดิม ประชาชนอาจจะสิ้นหวัง และอาจจะเป็นแรงขับเคลื่อน หรือบางคนเรียกว่าแรงกดดัน ที่ทำให้ตัวรัฐมนตรีต้องเร่งพิสูจน์ตัวเอง” วิโรจน์ ระบุ
ส่วนการเตรียมตัวเพื่อตรวจสอบในฐานะฝ่ายค้านนั้น วิโรจน์ กล่าวว่า การตรวจสอบคงต้องรอให้รัฐบาลทำงานออกมาก่อน ส่วนตอนนี้ สิ่งที่พรรคก้าวไกลกำลังเร่งอยู่ คือการแก้ไขและการทบทวนกฎหมาย เพราะอาจมีความล้าสมัยหรืออำนวยเพื่อการเรียกรับผลประโยชน์ ส่วนการตรวจสอบถ่วงดุล พรรคก้าวไกลจะโฟกัสไปที่การตรวจสอบงบประมาณ เมื่อถามถึงการวางตัวเป็นคณะกรรมาธิการนั้น วิโรจน์ กล่าวว่า เราคงไม่ได้พิจารณาว่า ตำแหน่งไหนที่ดูเท่ แต่ดูถึงความเหมาะสมของจังหวะในการขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งในเรื่องของการเสนอแก้กฎหมาย ที่จำเป็นและบทบาทการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล ซึ่งในการเลือกกรรมาธิการ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารพรรคเป็นคนจัดการตัดสินใจ เหมือนครั้งพรรคอนาคตใหม่
เมื่อถามความเห็นถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จะประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย วิโรจน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของ นพ.ชลน่าน และมองว่าคงจะประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค พร้อมกับประกาศเป็นรัฐมนตรี แต่ส่วนตัวมองข้ามช็อตไปแล้ว ส่วนการลาออกของ นพ.ชลน่าน จะช่วยลดแรงเสียดทานจากกระแสสังคมได้หรือไม่นั้น วิโรจน์ กล่าวว่า นักข่าวถาม ก็รู้อยู่แล้วว่าจะเพิ่มหรือลด เพราะไม่ได้ลาออกไปตัวเปล่าเล่าเปลือย
“มองว่าถ้าลาออกแบบนี้ คงจะมีคนอยากลาออกแบบนี้อีกเยอะ เพราะคำว่า ลาออก ในมุมมองของประชาชน เพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่การลาออกในลักษณะนี้ เพื่อไปรับตำแหน่งที่ใหญ่โตขึ้น ให้คุ้มกับสิ่งที่ตัวเองทำ” วิโรจน์ ระบุ
“เพราะผลงานจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าใครดี ใครไม่ดี เหมาะหรือไม่เหมาะ เพราะประชาชนก็จับจ้องมองอยู่ตาไม่กะพริบ ซึ่งต้องยอมรับว่า ถ้าเปิดโผ ครม.ออกมาแล้ว ประชาชนก็คาดหวังอะไรใหม่ๆ แต่หากทุกอย่างออกมาเป็นเหมือนเดิม ประชาชนอาจจะสิ้นหวัง และอาจจะเป็นแรงขับเคลื่อน หรือบางคนเรียกว่าแรงกดดัน ที่ทำให้ตัวรัฐมนตรีต้องเร่งพิสูจน์ตัวเอง” วิโรจน์ ระบุ
ส่วนการเตรียมตัวเพื่อตรวจสอบในฐานะฝ่ายค้านนั้น วิโรจน์ กล่าวว่า การตรวจสอบคงต้องรอให้รัฐบาลทำงานออกมาก่อน ส่วนตอนนี้ สิ่งที่พรรคก้าวไกลกำลังเร่งอยู่ คือการแก้ไขและการทบทวนกฎหมาย เพราะอาจมีความล้าสมัยหรืออำนวยเพื่อการเรียกรับผลประโยชน์ ส่วนการตรวจสอบถ่วงดุล พรรคก้าวไกลจะโฟกัสไปที่การตรวจสอบงบประมาณ เมื่อถามถึงการวางตัวเป็นคณะกรรมาธิการนั้น วิโรจน์ กล่าวว่า เราคงไม่ได้พิจารณาว่า ตำแหน่งไหนที่ดูเท่ แต่ดูถึงความเหมาะสมของจังหวะในการขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งในเรื่องของการเสนอแก้กฎหมาย ที่จำเป็นและบทบาทการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล ซึ่งในการเลือกกรรมาธิการ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารพรรคเป็นคนจัดการตัดสินใจ เหมือนครั้งพรรคอนาคตใหม่
เมื่อถามความเห็นถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จะประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย วิโรจน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของ นพ.ชลน่าน และมองว่าคงจะประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค พร้อมกับประกาศเป็นรัฐมนตรี แต่ส่วนตัวมองข้ามช็อตไปแล้ว ส่วนการลาออกของ นพ.ชลน่าน จะช่วยลดแรงเสียดทานจากกระแสสังคมได้หรือไม่นั้น วิโรจน์ กล่าวว่า นักข่าวถาม ก็รู้อยู่แล้วว่าจะเพิ่มหรือลด เพราะไม่ได้ลาออกไปตัวเปล่าเล่าเปลือย
“มองว่าถ้าลาออกแบบนี้ คงจะมีคนอยากลาออกแบบนี้อีกเยอะ เพราะคำว่า ลาออก ในมุมมองของประชาชน เพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่การลาออกในลักษณะนี้ เพื่อไปรับตำแหน่งที่ใหญ่โตขึ้น ให้คุ้มกับสิ่งที่ตัวเองทำ” วิโรจน์ ระบุ




