สอยนายกฯ หนีภาษี-พีเอ็น ‘วิโรจน์’ บี้ ‘คลัง’ อย่าดึงเรื่อง

28 ส.ค. 2568 - 13:45

  • ‘วิโรจน์’ ไล่บี้ ‘รมช.คลัง’ สอย ‘แพทองธาร’ หนีภาษี-ตั๋วพีเอ็น

  • ด้าน ‘จุลพันธ์’ แจงไม่ได้เร่ง แต่ต้องเน้น ‘ความถูกต้อง-เป็นธรรม’

  • ชี้เรื่องเกิดปี59 ต้องสอบทุกฝ่าย-ใช้เวลานาน

สอยนายกฯ หนีภาษี-พีเอ็น ‘วิโรจน์’ บี้ ‘คลัง’ อย่าดึงเรื่อง

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี 'วันมูหะมัดนอร์ มะทา' ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าประธานโดยช่วงกระทู้ถามสด 'วิโรจน์ ลักขณาอดิศร' สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ ถามรมว.คลัง ต่อประเด็นการดำเนินการตรวจสอบกรณีตั๋วพีเอ็น ของ 'แพทองธาร ชินวัตร' นายกฯ และรมว.คลัง โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปอย่างล่าช้า นับตั้งแต่ที่พรรคประชาชนอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อมี.ค.2568 และส่อว่ามีการดึงเรื่องตรวจสอบหลังจากที่ไม่ยอมตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในการวินิจฉัยเรื่องคดีภาษี ขณะเดียวกันการไม่ยืนยันเรื่องกรอบเวลาแล้วเสร็จนั้น ส่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ รมว.คลัง รมช.คลัง และ 'ปิ่นสาย สุรัสวดี' อธิบดีกรมสรรพากรส่อละเว้นการปฏิบัติหน้าที่  

ด้าน 'จุลพันธ์  อมรวิวัฒน์' รมช.คลัง ชี้แจงแทนรมว.คลังว่า ยืนยันว่า ในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกรมสรรพากร ไม่ปัดความรับผิดชอบ และตั้งแต่ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อ มี.ค.2568 ได้สั่งการไปยังอธิบดีให้ดำเนินการ ซึ่งการดำเนินการนั้นเป็นไปตามขั้นตอน ไม่ใช่ละเว้น หรือดึงเรื่องเพราะเป็นบุคลากรของฝ่ายรัฐบาล อย่างไรก็ดีจากการตรวจสอบเรื่องที่ร้องเรียน พบว่าข้อเท็จจริงไม่เพียงพอ ไม่มีพยานหลักฐานที่ครบถ้วน กรมสรรพากรต้องแสวงหาข้อมูลภายในทั้งแบบแสดงภาษีบุคคล แสดงภาษีนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ข้อมูลผู้ถือหุ้นบริษัท โดยปัจจุบันได้รับข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกครบถ้วนแล้ว แต่ยังต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม และเมื่อครบแล้วต้องเชิญบุคคลให้ปากทำ ทั้งคนที่ทำธุรกรรมการโอนหุ้น ผู้รับโอน  อย่างไรก็ดีเรื่องการโอนหุ้นดังกล่าวพบว่ามีธุรกรรมครั้งแรกปี 2559 ดังนั้นต้องตรวจสอบย้อนหลังนาน มีบริษัทที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก  

"ท่านยื่นหนังสือฉบับนี้มาที่กรมสรรพากร แต่ไม่ได้ยื่นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หากมั่นใจว่ากระบวนการนี้ผิด  เป็นกระบวนนการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หนังสือร้องเรียนต้องส่งไป ป.ป.ช. แน่นอน แต่มายื่นสรรพากรเพื่อต้องการสืบค้นให้กระจ่าง   ส่วนการดำเนินการตรวจสอบนั้นมีระยะเวลายาวนานไม่ต่างกัน เช่น คดีที่ถูกร้องว่านักการเมืองฝั่งของท่าน โอนเงินสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง เมื่อ 4 ปีมาแล้ว ซึ่งขณะนี้ดำเนินการอยู่ ต้องแสวงหาข้อเท็จจริงให้ครบเพื่อให้ความเป็นธรรม ไม่ใช่จะใช้เป็นเครื่องมือทำลายกันทางการเมือง หากผิดต้องดำเนินการ ทั้งนี้ต้องยึดความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีอย่างเสมอภาค”

จุลพันธ์ ชี้แจง  

รมช.คลัง กล่าวด้วยว่า กระบวนการตรวจสอบได้เน้นหลักให้ความเป็นธรรมสูงสุด ไม่กล้าตอบว่าภายใน 1 ปีจะทำให้เสร็จ  ทั้งนี้กรมสรรพากรทำให้เสร็จนั้นเป็นไปไม่ได้ หากไม่ได้ข้อมูลครบถ้วน แต่การตรวจสอบยังทำไม่หยุด เชื่อว่าสุดท้ายกระบวนการมีข้อสรุปเป็นที่ยอมรับได้กับสังคม ทั้งนี้ไม่มีที่กระทรวงการคลังที่ยึดถือหลักของกฎหมาย จะทำไม่ครบถ้วน หรือบิดเบือน หลบเลี่ยง ไม่ว่าข้อสรุปเป็นอย่างไร ข้อสรุปจากกมสรรพากรที่ทุกฝ่ายยอมรับได้และเป็นไปตามกฎหมายทุกอย่าง 

จุลพันธ์ุ กล่าวอีกว่า ไม่มีกรณีพิเศษที่เกิดแต่ น.ส.แพทองธาร เท่านั้น แต่เป็นกรณีที่ถูกยกมาพูดในสภาฯ ทั้งนี้เมื่อรับเรื่องได้ตั้งกรรมการตรวจสอบ 2 ชุด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและศึกษาถึงการใช้ตั๋วพีเอ็นที่เป็นช่องโหว่ และควรแก้ไขหรือไม่ ซึ่งในการศึกษาการใช้ตั๋วพีเอ็นนั้น จะมีข้อสรุปและคำตอบภายในปีนี้ หากมีความจำเป็นเพื่อปิดช่องโหว่ต้องให้ สภาฯ แก้ไข ในสภาฯ  

“กรณีตรวจสอบกรณีของน.ส.แพทองธารดำเนินการร แม้มองว่าจะช้า แต่กรมสรรรพากรไม่ได้เร่ง แต่ไม่ช้า เป็นไปตากระบวนการ หากจะเร่งเพื่อความไม่เป็นธรม เพื่อถูกใจท่าน  หรือทำให้ช้า เพื่อถูกใจผู้ถูกร้องก็ทำไม่ได้เช่นกัน”

จุลพันธ์ กล่าว 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์