วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี อธิบายถึงแนวทางกฎหมายกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์พลังประชารัฐพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคเดียวกันจะมีปัญหาหรือไม่ ว่า ท่านพูดเล่น พูดเป็นภาษาพูด ถ้าใครไปแหย่ท่านก็พูด ก็ทำให้เห็นว่าเป็นหน่อเนื้อเชื้อไขเดิมสุดท้ายก็ไปแตกเป็น 2-3 พรรคอยู่ดี ความหมายคือการพูดย้อนกันไปมา
เมื่อถามย้ำว่าไม่น่ามีการเชื่อมโยงหรือครอบงำกันใช่หรือไม่ วิษณุ ระบุว่า จะมีหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่ไม่สามารถครอบงำทางกฎหมายได้
ส่วนหากมีผู้นำประเด็นดังกล่าวไปร้องเรียนได้หรือไม่นั้น วิษณุ ระบุว่า ร้องได้ และดำเนินการไต่สวนกันไปว่าเป็นอย่างไร จะจับประเด็นจากคำพูดนั้นไม่ได้ เพราะเป็นการพูดยอกย้อนเล่นคำกันเท่านั้น ซึ่งตนได้ฟังอยู่
เมื่อถามว่า กังวลจะถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นการตีความ 2 มาตรฐานหรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า ไม่ถูกหรอก ถ้าหากครอบงำกันเป็นคำในกฎหมายถือเป็นความผิด ซึ่งมันต้องมีพฤติกรรม แต่นี่เป็นเพียงคำพูด
ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องจับตาเป็นพิเศษหรือไม่นั้น วิษณุ กล่าวว่า ใครติดใจก็ไปร้อง
เมื่อถามว่าทางการเมืองแต่ละพรรคสามารถเป็นพันธมิตรกันได้หรือไม่นั้น วิษณุ กล่าวว่า ได้ทุกพรรคอยู่แล้ว บางพรรคหาเสียงกันจะเป็นจะตายพอถึงเวลาตั้งรัฐบาลก็จับมือกันได้
เมื่อถามย้ำว่าไม่น่ามีการเชื่อมโยงหรือครอบงำกันใช่หรือไม่ วิษณุ ระบุว่า จะมีหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่ไม่สามารถครอบงำทางกฎหมายได้
ส่วนหากมีผู้นำประเด็นดังกล่าวไปร้องเรียนได้หรือไม่นั้น วิษณุ ระบุว่า ร้องได้ และดำเนินการไต่สวนกันไปว่าเป็นอย่างไร จะจับประเด็นจากคำพูดนั้นไม่ได้ เพราะเป็นการพูดยอกย้อนเล่นคำกันเท่านั้น ซึ่งตนได้ฟังอยู่
เมื่อถามว่า กังวลจะถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นการตีความ 2 มาตรฐานหรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า ไม่ถูกหรอก ถ้าหากครอบงำกันเป็นคำในกฎหมายถือเป็นความผิด ซึ่งมันต้องมีพฤติกรรม แต่นี่เป็นเพียงคำพูด
ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องจับตาเป็นพิเศษหรือไม่นั้น วิษณุ กล่าวว่า ใครติดใจก็ไปร้อง
เมื่อถามว่าทางการเมืองแต่ละพรรคสามารถเป็นพันธมิตรกันได้หรือไม่นั้น วิษณุ กล่าวว่า ได้ทุกพรรคอยู่แล้ว บางพรรคหาเสียงกันจะเป็นจะตายพอถึงเวลาตั้งรัฐบาลก็จับมือกันได้



