ชี้ช่องรัฐบาล! แนะส่งเรื่อง ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ถาม ‘กฤษฎีกา’ 2 รอบ

6 ธ.ค. 2566 - 16:42

  • ‘วิษณุ’ ชี้ช่อง! แนะรัฐบาลส่งเรื่อง ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ถาม ‘กฤษฎีกา’ 2 รอบ

  • เชื่อตอบกลับทัน พ.ค. 2567 เตือนส่งเฉพาะร่างฯ ระวังโดนคดีตามหลัง

  • บอกไม่ทราบ ‘พ.ร.บ.เงินกู้’ เป็น ‘ทางลง’ ของรัฐบาลหรือไม่ เพราะยังไม่เห็น ‘ทางขึ้น’

Wissanu_advises_govt_send_the_Digital_Wallet_ask_the_Council_of_State_two_times_SPACEBAR_Hero_93565a20f8.jpg

กรณีที่รัฐบาลเตรียมสอบถาม ‘กฤษฎีกา’ ถึงการออกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ว่าผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ในเรื่องนี้ วิษณุ เครืองาม ในฐานะคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องที่ตอนนี้ยังตอบไม่ถูก และไม่มีใครตอบถูก เพราะรัฐบาลยังไม่ได้สอบถามมา จึงไม่ทราบว่าจะถามว่าอย่างไร ซึ่งหากส่งมาแล้วก็มี 2 ทางเลือก คือนำเข้าคณะทำงานที่ชำนาญด้านนี้ ที่มี พนัส สิมะเสถียร เป็นประธาน เพราะเป็นคนร่างกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ซึ่งอาจทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีกว่า และตนเองไม่ได้อยู่คณะนี้ หรืออาจนำเข้าคณะพิเศษ ดึงคนที่มีความชำนาญด้านต่างๆ เพราะมองแล้วไม่ใช่มิติด้านกฎหมายการเงินการคลัง เพียงอย่างเดียว แต่มีกฎหมายเรื่องเงินคงคลัง กฎหมายวิธีการงบประมาณ และกฎหมายเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญ ที่ต้องอาศัยความสามารถของกรรมการหลายคณะ

เห็นว่าทางออกที่ดี ควรส่งคำถามเป็น 2 ช่วง คือช่วงแรก ควรถามว่า รัฐบาลประสบปัญหาวิกฤต ประเทศชาติมีวิกฤต และรัฐบาลคิดว่าจะทำอย่างนี้ถูกกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ถูก ขอให้ช่วยแนะนำว่าควรทำอย่างไร ถึงจะทำได้เพื่อช่วยแก้วิกฤต ซึ่งหากกฤษฎีกาตอบมาว่า ออกร่างกฎหมายกู้เงินได้ ก็ค่อยส่งร่างกฎหมายไปรอบที่ 2 ไม่ใช่อยู่ดีๆ แล้วส่งร่างกฎหมายกู้เงินไปเลย เพราะถ้าทำเช่นนี้ ก็จะตรวจสอบได้เฉพาะว่า ร่างกฎหมายนี้ถูกต้องตามกฎหมายวินัยการเงินกันคลังหรือไม่ และถ้อยคำถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะไม่ได้คำตอบที่ต้องการ และวันหนึ่งจะมีคดีไปถึงศาลอีกอยู่ดี ดังนั้น จึงควรถาม 2 รอบ หากถามเร็วก็ตอบเร็ว เชื่อว่าทันเดือน พ.ค. 2567 อย่างแน่นอน

เมื่อถามถึงเงื่อนเวลาในการพิจารณา วิษณุ มองว่า หากส่งคำถามแรกไป ขั้นตอนการตอบอาจจะช้ากว่าคำถามที่ 2 ซึ่งหากเร่งพิจารณาทุกวัน ก็น่าจะเสร็จเร็ว ส่วนคำถามที่ 2 นั้น จะสามารถตอบได้เร็วมาก เพราะมีการตอบคำถามแรกไปแล้ว เช่น ถ้ากฤษฎีกาตอบว่า ออกเป็นร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน ก็แสดงว่าออกได้ เมื่อส่งร่าง พ.ร.บ.ไป ก็แค่ตรวจถ้อยคำ ส่วนเรื่องที่ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถือว่าผ่านขั้นตอนการพิจารณามาในคำถามแรกไปแล้ว

ทั้งนี้ กฤษฎาฎีกาชินกับการตอบคำถามเหมือนศาล ที่ถามแค่ไหนก็ตอบแค่นั้น โดยหลายเรื่องที่ถามกฤษฎีกาไปว่า ทำได้หรือไม่ กฤษฎีกาก็ตอบแค่ว่าได้หรือไม่ได้ แต่ไม่เคยตอบว่า ถ้าไม่ได้จะต้องทำอย่างไร จะไม่มีการชี้ช่องให้ ดังนั้น การจะถามคำถามไปยังกฤษฎีกา ควรถามให้กว้าง

ถ้าส่งร่างพระราชบัญญัติไปรอบเดียวเขาจะตีความในมิติที่แคบ ถามช้างก็ตอบช้าง ไม่ได้ตอบม้า แต่ถ้าถามไปว่าจะช้าง หรือม้า หรือวัว หรือควายดี เขาก็จะได้ตอบให้

ส่วนการส่งร่าง พ.ร.บ.ไปถามเลยนั้น จะทำให้มีคดีความตามมาหรือไม่ วิษณุ ตอบว่า “ไม่ทราบ เพราะที่ขู่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะถูกต้องเสมอไป ขณะนี้ ต่างคนต่างไม่รู้ทั้งนั้นว่า ในตอนนี้รัฐบาลจะสอบถามกฤษฎีกาว่าอย่างไร”

Wissanu_advises_govt_send_the_Digital_Wallet_ask_the_Council_of_State_two_times_SPACEBAR_Photo01_f20ae39551.jpg

เมื่อถามถึงกรณีที่สอบถามว่า ประเทศวิกฤต จะออกได้เป็นพระราชกำหนดเท่านั้นหรือไม่ วิษณุ ชี้แจงว่า อันดับแรก คนที่จะตัดสินว่าประเทศวิกฤตหรือไม่คือรัฐบาล และการที่จะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แบ่งได้เป็น 2 วรรค คือ วรรคแรก กรณีที่วิกฤตฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน ให้ออกเป็นพระราชกำหนดได้ และอีกวรรคหนึ่ง เป็นการแก้ปัญหาฉุกเฉิน จำเป็นเร่งด่วน ต้องเป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือความมั่นคงทางการเมือง ซึ่งในประเด็นแรก เรื่องวิกฤตหรือไม่ฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัย แต่เรื่องนี้ จำเป็นต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางการเมืองหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ได้

ดังนั้น หากเกิดวิกฤตไม่ถึงขนาดไฟลนก้น เพียงแต่เหมือนวิกฤตมาแล้วหลายเดือน และมีแนวโน้มว่าจะวิกฤตต่อ ก็ออกเป็น พ.ร.บ.ได้ แต่ปัญหามีอยู่ว่า การออก พ.ร.บ.กู้เงิน มาช่วยประชาชน วิกฤตหรือไม่เป็นเรื่องหนึ่ง และเข้าใจว่าในมาตรา 9 ของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ บัญญัติไว้ว่า รัฐจะไปจ่ายเงินเพื่อประชานิยมไม่ได้ ตรงนี้เป็นเรื่องที่จะต้องตอบ และจะไปสัมพันธ์กับเรื่องที่ไม่ตรงปกตอนที่หาเสียง พูดเอาไว้อย่างไร ก็เกี่ยวโยงกับกฎหมายเลือกตั้งด้วย

เมื่อถามย้ำว่า การออกเป็น พ.ร.บ.เงินกู้ จะต้องระมัดระวังอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลรู้อยู่แล้ว ไม่ต้องบอกผ่านสื่อ เพราะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แต่ขอย้ำว่า ถ้าถามกฤษฎีกาไป 2 ท่อน 2 ตอน อย่างที่เสนอ ก็คงไม่ต้องมาถามคำถามนี้ โดยเฉพาะต้องขมวดคำถามว่า ทั้งหมดถ้าทำไม่ได้ ต้องทำอย่างไร เช่น ถ้าบอกว่าให้ใช้งบประมาณ ก็ต้องใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน การออกเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน ก็ถือว่าเสี่ยง

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าการออก พ.ร.บ.เงินกู้ เป็นทางลงของรัฐบาลหรือไม่นั้น ผมไม่ทราบ เพราะยังไม่เห็นทางขึ้น จึงไม่ทราบว่าทางลงเป็นยังไง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์