วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นด้วย กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยการคำนวนประชากรสำหรับแบ่งเขตเลือกตั้ง ต้องนับจำนวนบุคคลต่างด้าวด้วยหรือไม่
“ดีแล้ว จะได้รู้แล้วรู้รอด และเชื่อว่าจะทันกรอบเวลาการเลือกตั้ง เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย” วิษณุ กล่าว
ส่วนข้อสังเกตที่ว่า กรณีนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างองค์กร ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณาหรือไม่นั้น วิษณุ มองว่า “มีช่องความสงสัยในอำนาจหน้าที่ ถ้าส่งไปแล้วก็ไม่ต้องติดใจอะไร”
เมื่อถามว่าการยื่นตีความดังกล่าวจะกระทบกับกรอบทำงานของ กกต. ที่เคยขอรัฐบาล อย่าเพิ่งยุบสภาฯ ภายในเดือน ก.พ.หรือไม่นั้น วิษณุ ตอบว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของรัฐบาล และต่อให้ยุบไปแล้วศาลรัฐธรรมนูญก็พิจารณาได้ อีกทั้งกำหนดวันเลือกตั้งที่ประกาศไปแล้วก็ยังเลื่อนได้ ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญกรณีมีเหตุจำเป็น เช่น น้ำท่วม ภูเขาไฟระเบิด และถ้ามีเหตุขัดข้องในเรื่องนี้ ก็สามารถเลื่อนได้
วิษณุ ระบุด้วยว่า แม้กรณีนี้อาจทำให้การเลือกตั้งล่าช้า แต่ไม่ได้เป็นการถ่วงเวลา เพราะมีการกันเวลาเอาไว้
“ดีแล้ว จะได้รู้แล้วรู้รอด และเชื่อว่าจะทันกรอบเวลาการเลือกตั้ง เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย” วิษณุ กล่าว
ส่วนข้อสังเกตที่ว่า กรณีนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างองค์กร ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณาหรือไม่นั้น วิษณุ มองว่า “มีช่องความสงสัยในอำนาจหน้าที่ ถ้าส่งไปแล้วก็ไม่ต้องติดใจอะไร”
เมื่อถามว่าการยื่นตีความดังกล่าวจะกระทบกับกรอบทำงานของ กกต. ที่เคยขอรัฐบาล อย่าเพิ่งยุบสภาฯ ภายในเดือน ก.พ.หรือไม่นั้น วิษณุ ตอบว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของรัฐบาล และต่อให้ยุบไปแล้วศาลรัฐธรรมนูญก็พิจารณาได้ อีกทั้งกำหนดวันเลือกตั้งที่ประกาศไปแล้วก็ยังเลื่อนได้ ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญกรณีมีเหตุจำเป็น เช่น น้ำท่วม ภูเขาไฟระเบิด และถ้ามีเหตุขัดข้องในเรื่องนี้ ก็สามารถเลื่อนได้
วิษณุ ระบุด้วยว่า แม้กรณีนี้อาจทำให้การเลือกตั้งล่าช้า แต่ไม่ได้เป็นการถ่วงเวลา เพราะมีการกันเวลาเอาไว้



