‘วิษณุ’ เคลียร์ปมระเบียบราชทัณฑ์ต่อ ‘ผู้ถูกกักกัน’ ปัดเอื้อ ‘ทักษิณ’

8 มิ.ย. 2566 - 13:44

  • เคลียร์เรื่องร้อน! ‘วิษณุ’ แจง ‘ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถูกกักกัน’

  • ระบุถ้าศาลฯ สั่งจำคุก ใช้การกักกันไม่ได้ ชี้กฎหมายนี้ทำมาแล้ว แต่เพิ่งคลอด

  • ปัดเอื้อ ‘ทักษิณ’ ประกาศกลับไทย พร้อมตอบชัดปม ‘ขออภัยโทษ’ ต้องติดคุกก่อน

Wissanu_clarified_regulations_of_Department_of_Corrections_not_favor_Thaksin_SPACEBAR_Thumbnail_c7a633369f.jpeg
วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลและรักษาการ รมต.ยุติธรรม ชี้แจงกรณี ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถูกกักกัน พ.ศ. 2566 ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเอื้อต่อโทษจำคุกของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า การกักกันไม่ใช่โทษตามกฎหมายไทย เพราะโทษตามกฎหมายไทยมีอยู่ 5 อย่าง คือ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ และริบทรัพย์สิน ซึ่งกักกันไม่ได้อยู่ใน 5 อย่างดังกล่าว แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่าวิธีการเพื่อความปลอดภัย  

“ดังนั้น ปัญหาคือ การกักกันจะทำที่ไหน อย่างไร ทางกรมราชทัณฑ์จึงต้องออกระเบียบว่า ถ้าคนที่จะต้องถูกกักกันจะต้องถูกกักกันที่ไหน เช่น ที่บ้าน หรือที่ไหนอย่างไรก็ได้ เป็นคนละอย่างกับเรื่องโทษ หากศาลฯ สั่งจำคุก จะไปเปลี่ยนเป็นกักกันไม่ได้ สมมุติว่าเด็กและเยาวชนทำผิด ศาลฯ บอกให้กักกันก็ส่งไปอยู่กับบ้าน กับผู้ปกครองได้ แต่คนบางส่วนเข้าใจว่า การกักกันสามารถรวมกับโทษได้แล้ว ไปคิดถึงเคสนักโทษกลับมาเข้ามามอบตัวและไปกักกันที่บ้าน อย่างนั้นก็ไม่ใช่ จะใช้ในเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะคุณต้องโดนโทษไม่ได้โดนกักกัน” วิษณุ กล่าว  

ส่วนการที่ระเบียบดังกล่าวออกมาในห้วงเวลานี้ ทำให้เกิดการวิเคราะห์กันไปนั้น วิษณุ มองว่ามีอะไรหลายอย่างที่ควรจะออกมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ติดขัดอยู่ จึงเพิ่งจะออกมาได้ พร้อมยกตัวอย่างกรณีข่าวเรื่องคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีอำนาจใหญ่โต สามารถปลดนายกรัฐมนตรีได้ โดยมีตน, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมต.มหาดไทย ร่วมเป็นกรรมการ มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมต.กลาโหม เป็นประธาน ทั้งที่คณะกรรมการชุดนี้ตั้งมานานแล้ว แต่เพิ่งออกมา และไม่ได้มีอำนาจไปปลดใครอย่างที่เป็นข่าวหรือวิพากษ์วิจารณ์กัน และข้อสำคัญ นายกฯเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมกันนี้ ยังปฏิเสธความเชื่อมโยงของระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถูกกักกัน พ.ศ.2566 กับการกลับมาประเทศไทย ของ ทักษิณ  

“คงไม่โยง เพราะผมให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้นานแล้วว่านโยบายของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมต.ยุติธรรม ที่บอกว่า หากมีโทษและให้ไปรับโทษ โดยไปกักตัวไว้ที่บ้านได้นั้นมันยังไม่ออกมา ขณะนี้ที่ออกมาแล้วคือกฎกระทรวงปี 2552 สมัยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็น รมต.ยุติธรรม ซึ่งออกมาว่าสำหรับคนที่จะต้องถูกขัง 3 ประเภท ให้เปลี่ยนเป็นไปขังที่บ้านได้คือ 1.คนที่อยู่ระหว่างการสอบสวน เช่น แบม-ตะวัน 2.คนที่ศาลสั่งให้ลงโทษจำคุก และรับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 และ 3.หญิงมีครรภ์ที่ถูกศาลสั่งประหารชีวิต แต่ยังไม่คลอด บุคคลเหล่านี้จะต้องนำไปขังไว้ก่อน เช่น ที่บ้านหรือที่โรงพยาบาล มีแค่ 3 ข้อนี้เท่านั้น ไม่มีข้อที่ 4 ซึ่งระเบียบดังกล่าวเป็นคนละเรื่องกัน และควรจะออกมาตั้งแต่ 2-3 เดือนที่แล้ว แต่เพิ่งตรวจกันเสร็จและเพิ่งออกมาตอนนี้” วิษณุ กล่าว   

ส่วนกรณีนักโทษทางการเมือง มีความเป็นไปได้ที่จะขออภัยโทษหรือไม่นั้น วิษณุ อธิบายว่า จะเป็นนักโทษทางการเมือง หรือไม่ใช่นักโทษทางการเมืองก็ตาม ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันทั้งหมดคือ ขอเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ปัญหาคือเมื่อขอไปแล้ว หากถูกยกแล้วจะขออีก ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 ปี ทั้งนี้ หมายถึงการขอพระราชทานอภัยโทษเป็นการส่วนตัว แต่หากเป็นการขอพระราชทานอภัยโทษแบบครอบจักรวาล คือการออกมาพระราชกฤษฎีกา เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ ใครอยู่ในเกณฑ์เหล่านั้นให้ว่ากันไป แต่ในขณะนี้ ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกานั้น แต่อาจจะมีในปีหน้า ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ หรือ 72 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อถามย้ำว่า แม้จะไม่ได้มารับโทษก็อยู่ในเกณฑ์ที่จะขอพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ วิษณุ ตอบว่า “ถึงอย่างไรก็ต้องรับโทษก่อน ถึงจะขอพระราชทานอภัยโทษได้ ส่วนการขอนั้น จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ก็แล้วแต่กระบวนการ” ส่วนเมื่อถามว่า การจะขอพระราชทานอภัยโทษ จะต้องรับโทษไปแล้วกี่ปี วิษณุ ตอบว่า “ไม่มี เพราะการขอพระราชทานอภัยโทษ เป็นพระมหากรุณาธิคุณ เป็นพระราชอำนาจ ไม่มีกำหนดในเรื่องดังกล่าว แต่ถ้าการอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกมาสำหรับคราวหนึ่งเพื่อคน 3 หมื่นคน ก็มีเกณฑ์ของเขาอยู่ว่าจะต้องรับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 หรือจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ปี โดยขณะนี้ กฎหมายนี้ยังไม่มี มีไปคราวล่าสุดก็ออกไปแล้ว ปล่อยออกมาจากคุกไปแล้ว 3 หมื่นคน”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์