วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์กรณี สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาระบุถึงการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นลงพื้นที่แบบแฝงการหาเสียงว่า ตนอยู่ฝ่ายรัฐบาลจึงไม่รู้จะพูดอย่างไร ซึ่งตนเคยพูดมาแล้วว่าไม่ใช่การหาเสียง เพราะคนที่เป็นรัฐบาล เขาก็ต้องทำงาน ส่วนคนที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลเขาก็มีวิธีแสดงออกได้อย่างเดียวคือการพูด แต่หน้าที่ของรัฐบาลคือต้องบริหารประเทศ
“เวลาทำงานอาจจะแยกยากว่าเป็นการทำเพื่อหาเสียงหรือไม่ใช่หาเสียง แต่ถ้ามันโจ่งแจ้งเกินไปก็อาจถูกจับผิดได้ง่าย ดังนั้นทุกคนในรัฐบาลก็ต้องระมัดระวังตัวเอง”
เมื่อถามว่าเรื่องแบบนี้นายกฯ ทราบใช่หรือไม่ว่าต้องระวังอย่างไรบ้าง รองนายกฯ วิษณุ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทราบดีเหมือนกับทุกพรรคการเมืองก็ทราบดีเช่นกัน การที่นายกฯ ลงพื้นที่บ่อยในช่วงนี้ก็ต้องมองว่าเขาเป็นรัฐบาล เมื่อประชาชนมีปัญหา และอยู่ในโปรแกรมที่นายกฯ ต้องลงไป ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารประเทศ ซึ่งสามารถทำแบบนี้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า สมชัย ระบุว่านายกฯ ใช้ทรัพยากรของรัฐบาลทั้งเฮลิคอปเตอร์ รถยนต์ ฯลฯ รองฯ วิษณุ กล่าวว่า ตนไม่รู้ แต่ถ้าเป็นการใช้เครื่องไม้เครื่องมือเพื่อการบริหารประเทศก็ไม่เป็นไร
เมื่อถามว่าการใช้เวลาของนายกฯ ที่คาบเกี่ยวกับเวลาราชการ จะสุ่มเสี่ยงหรือไม่ รองฯ วิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้จะพูดคลุมเครือไม่ได้ ต้องดูเป็นวันๆ เป็นเวลาๆ และแต่ละเหตุการณ์ไป เวลาคนจะร้องเรียนก็ต้องร้องเรียนเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง เพราะฉะนั้นนายกฯ หรือคนในรัฐบาลอย่าไปพลาดก็แล้วกัน
รองนายกฯ วิษณุ ยังให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหา ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และนักธุรกิจ รวม 13 คน กรณีต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว จะมีผลต่อรัฐบาลอย่างไรหรือไม่ ว่า ไม่มีผลอะไรกับรัฐบาล แต่มีผลกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่าเขาจะเดินต่อไปอย่างไร
ส่วนที่ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะร้องให้ นายกฯ ตรวจสอบเรื่องนี้นั้น ป.ป.ช.ตรวจสอบอยู่แล้ว ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลจะตรวจสอบอะไรก็ตามก็ต้องไปที่ ป.ป.ช.อยู่ดี และการที่ ป.ป.ช. กล่าวหาทั้ง 13 คน ก็มีหลากหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าเท่าที่ดูเรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลตามที่ ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ รองฯ วิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ไม่ได้สนใจและไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับรัฐบาล ซึ่งการที่นายเรืองไกร ร้องจะให้รัฐบาลจัดการนั้น ก็ต้องถามว่าจะให้รัฐบาลจัดการอย่างไร เพราะไม่ว่ารัฐบาลจัดการอย่างไรก็ต้องส่งให้ ป.ป.ช. อยู่ดี
เมื่อถามว่านายกฯ ไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องนี้เลยใช่หรือ ไม่ รองฯ วิษณุ กล่าวว่า หาก ป.ป.ช. ไม่ได้ทำอะไร รัฐบาลก็จะต้องดู แต่กรณีนี้ทาง ป.ป.ช. ดำเนินการแล้ว ก็เป็นเรื่องของ ป.ป.ช.แล้ว รัฐบาลจะไปสอบอย่างไรในเมื่อเอกสารหลักฐานอยู่ที่ ป.ป.ช. หมดแล้ว เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ รองนายกฯ วิษณุ กล่าวยอมรับว่า “ใช่”
“เวลาทำงานอาจจะแยกยากว่าเป็นการทำเพื่อหาเสียงหรือไม่ใช่หาเสียง แต่ถ้ามันโจ่งแจ้งเกินไปก็อาจถูกจับผิดได้ง่าย ดังนั้นทุกคนในรัฐบาลก็ต้องระมัดระวังตัวเอง”
เมื่อถามว่าเรื่องแบบนี้นายกฯ ทราบใช่หรือไม่ว่าต้องระวังอย่างไรบ้าง รองนายกฯ วิษณุ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทราบดีเหมือนกับทุกพรรคการเมืองก็ทราบดีเช่นกัน การที่นายกฯ ลงพื้นที่บ่อยในช่วงนี้ก็ต้องมองว่าเขาเป็นรัฐบาล เมื่อประชาชนมีปัญหา และอยู่ในโปรแกรมที่นายกฯ ต้องลงไป ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารประเทศ ซึ่งสามารถทำแบบนี้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า สมชัย ระบุว่านายกฯ ใช้ทรัพยากรของรัฐบาลทั้งเฮลิคอปเตอร์ รถยนต์ ฯลฯ รองฯ วิษณุ กล่าวว่า ตนไม่รู้ แต่ถ้าเป็นการใช้เครื่องไม้เครื่องมือเพื่อการบริหารประเทศก็ไม่เป็นไร
เมื่อถามว่าการใช้เวลาของนายกฯ ที่คาบเกี่ยวกับเวลาราชการ จะสุ่มเสี่ยงหรือไม่ รองฯ วิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้จะพูดคลุมเครือไม่ได้ ต้องดูเป็นวันๆ เป็นเวลาๆ และแต่ละเหตุการณ์ไป เวลาคนจะร้องเรียนก็ต้องร้องเรียนเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง เพราะฉะนั้นนายกฯ หรือคนในรัฐบาลอย่าไปพลาดก็แล้วกัน
รองนายกฯ วิษณุ ยังให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหา ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และนักธุรกิจ รวม 13 คน กรณีต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว จะมีผลต่อรัฐบาลอย่างไรหรือไม่ ว่า ไม่มีผลอะไรกับรัฐบาล แต่มีผลกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่าเขาจะเดินต่อไปอย่างไร
ส่วนที่ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะร้องให้ นายกฯ ตรวจสอบเรื่องนี้นั้น ป.ป.ช.ตรวจสอบอยู่แล้ว ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลจะตรวจสอบอะไรก็ตามก็ต้องไปที่ ป.ป.ช.อยู่ดี และการที่ ป.ป.ช. กล่าวหาทั้ง 13 คน ก็มีหลากหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าเท่าที่ดูเรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลตามที่ ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ รองฯ วิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ไม่ได้สนใจและไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับรัฐบาล ซึ่งการที่นายเรืองไกร ร้องจะให้รัฐบาลจัดการนั้น ก็ต้องถามว่าจะให้รัฐบาลจัดการอย่างไร เพราะไม่ว่ารัฐบาลจัดการอย่างไรก็ต้องส่งให้ ป.ป.ช. อยู่ดี
เมื่อถามว่านายกฯ ไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องนี้เลยใช่หรือ ไม่ รองฯ วิษณุ กล่าวว่า หาก ป.ป.ช. ไม่ได้ทำอะไร รัฐบาลก็จะต้องดู แต่กรณีนี้ทาง ป.ป.ช. ดำเนินการแล้ว ก็เป็นเรื่องของ ป.ป.ช.แล้ว รัฐบาลจะไปสอบอย่างไรในเมื่อเอกสารหลักฐานอยู่ที่ ป.ป.ช. หมดแล้ว เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ รองนายกฯ วิษณุ กล่าวยอมรับว่า “ใช่”




