(24 ก.พ. 2566) วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี คาดศาลรัฐธรรมนูญ จะตัดสินกรณีการแบ่งเขตของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ในวันที่ 3 มีนาคม 2566 เพราะงดสืบพยานแล้ว และไม่ว่าศาลจะตัดสินออกมาอย่างไร กรอบระยะเวลาที่ไม่เกินช่วงกลางเดือนมีนาคม เป็นเวลาที่เหมาะสมของการยุบสภาฯ ซึ่งรัฐบาลก็จะยุบสภาฯ อยู่แล้ว ฉะนั้น ไทม์ไลน์การเลือกตั้งก็ยังเป็นเช่นเดิม
“เมื่อศาลตัดสินแล้ว กกต.ยังยืนยันกับตนว่า ต้องการเวลาให้พรรคเล็กทำไพรมารีโหวต โดยการทำไพรมารีโหวตมี 10 ขั้นตอน ต้องทําให้เสร็จภายใน 11 วัน ก่อนถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง ซึ่งการทำไพรมารีโหวต ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละพรรคการเมือง การทําไพรมารีขึ้นอยู่กับการแบ่งเขต หากยังไม่สามารถแบ่งเขตเลือกตั้งได้ ก็ไม่สามารถทำไพรมารีได้ และถ้าสามารถย่นระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง จะทำให้มีเวลาทำไพรมารีโหวตมากขึ้น” วิษณุ กล่าว
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ฉะนั้น มีเวลาของมันอยู่ รัฐบาลไม่ได้เลือกยุบสภาฯ ตามใจชอบ ถ้ายุบสภาฯได้คงยุบพรุ่งนี้ไปแล้ว แต่ทําไม่ได้ ฉะนั้น อยู่ที่คำตัดสินของศาลฯ ในวันที่ 3 มีนาคมนี้ หากศาลฯวินิจฉัย ว่าการแบ่งเขตของ กกต.ที่นับคนต่างด้าวสามารถทำได้ ก็จะง่ายหน่อย แต่ถ้าหากศาลฯ วินิจฉัยเปลี่ยนเรื่องนี้ จะทำให้เขตเลือกตั้งเกิดการเปลี่ยนแปลง ทาง กกต.อยากได้เวลาประมาณ 10 วัน เพื่อให้พรรคต่างๆ ทำไพรมารีโหวตได้ แต่จะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับศักยภาพของพรรค ถ้าย่นระยะเวลารับฟังความเห็นของประชาชน อาจใช้เวลาน้อยวันได้
“ผมคุยกับ กกต.ทุกวัน เพราะผมก็ร้อนใจอยากให้ยุบเร็ว” วิษณุ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถยุบสภาฯ ในวันที่ 15 มีนาคมนี้ ใช่หรือไม่ วิษณุ ตอบว่า “มันไม่ควรจะเกินนั้น แต่ผมไม่กล้าบอกว่าวันนั้น มันอาจจะเร็วกว่านั้นก็ได้” เมื่อถามถึงกรณีที่มีการมองว่าในเดือนมีนาคม เป็นวันธงชัย วันที่ 8, 10, 22 คิดว่าวันไหนเหมาะสมและเป็นวันธงชัย รองนายกรัฐมนตรีก็กล่าวติดตลกว่า “วันธงชัยต้องไปถามสมเด็จธงชัย”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ให้สัมภาษณ์เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเรื่องจำนวนราษฎรที่ กกต. เอามาคำนวณ จำนวน ส.ส. ในวันที่ 3 มีนาคมนี้ ว่าจะกระทบต่อไทม์ไลน์เลือกตั้งหรือไม่นั้น วิษณุ ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปนําเอกสารไทม์ไลน์เลือกตั้งของ กกต. จากในรถ มากางเปิดอ่านต่อหน้าผู้สื่อข่าว เพื่อยืนยันถึงการใช้เวลาทำไพรมารี่โหวต โดยในเอกสารดังกล่าว มีการระบุถึงวันยุบสภาฯ ที่กำหนดไว้ ในวัน 15 มีนาคม ตามที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ด้วย
“เมื่อศาลตัดสินแล้ว กกต.ยังยืนยันกับตนว่า ต้องการเวลาให้พรรคเล็กทำไพรมารีโหวต โดยการทำไพรมารีโหวตมี 10 ขั้นตอน ต้องทําให้เสร็จภายใน 11 วัน ก่อนถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง ซึ่งการทำไพรมารีโหวต ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละพรรคการเมือง การทําไพรมารีขึ้นอยู่กับการแบ่งเขต หากยังไม่สามารถแบ่งเขตเลือกตั้งได้ ก็ไม่สามารถทำไพรมารีได้ และถ้าสามารถย่นระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง จะทำให้มีเวลาทำไพรมารีโหวตมากขึ้น” วิษณุ กล่าว
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ฉะนั้น มีเวลาของมันอยู่ รัฐบาลไม่ได้เลือกยุบสภาฯ ตามใจชอบ ถ้ายุบสภาฯได้คงยุบพรุ่งนี้ไปแล้ว แต่ทําไม่ได้ ฉะนั้น อยู่ที่คำตัดสินของศาลฯ ในวันที่ 3 มีนาคมนี้ หากศาลฯวินิจฉัย ว่าการแบ่งเขตของ กกต.ที่นับคนต่างด้าวสามารถทำได้ ก็จะง่ายหน่อย แต่ถ้าหากศาลฯ วินิจฉัยเปลี่ยนเรื่องนี้ จะทำให้เขตเลือกตั้งเกิดการเปลี่ยนแปลง ทาง กกต.อยากได้เวลาประมาณ 10 วัน เพื่อให้พรรคต่างๆ ทำไพรมารีโหวตได้ แต่จะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับศักยภาพของพรรค ถ้าย่นระยะเวลารับฟังความเห็นของประชาชน อาจใช้เวลาน้อยวันได้
“ผมคุยกับ กกต.ทุกวัน เพราะผมก็ร้อนใจอยากให้ยุบเร็ว” วิษณุ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถยุบสภาฯ ในวันที่ 15 มีนาคมนี้ ใช่หรือไม่ วิษณุ ตอบว่า “มันไม่ควรจะเกินนั้น แต่ผมไม่กล้าบอกว่าวันนั้น มันอาจจะเร็วกว่านั้นก็ได้” เมื่อถามถึงกรณีที่มีการมองว่าในเดือนมีนาคม เป็นวันธงชัย วันที่ 8, 10, 22 คิดว่าวันไหนเหมาะสมและเป็นวันธงชัย รองนายกรัฐมนตรีก็กล่าวติดตลกว่า “วันธงชัยต้องไปถามสมเด็จธงชัย”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ให้สัมภาษณ์เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเรื่องจำนวนราษฎรที่ กกต. เอามาคำนวณ จำนวน ส.ส. ในวันที่ 3 มีนาคมนี้ ว่าจะกระทบต่อไทม์ไลน์เลือกตั้งหรือไม่นั้น วิษณุ ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปนําเอกสารไทม์ไลน์เลือกตั้งของ กกต. จากในรถ มากางเปิดอ่านต่อหน้าผู้สื่อข่าว เพื่อยืนยันถึงการใช้เวลาทำไพรมารี่โหวต โดยในเอกสารดังกล่าว มีการระบุถึงวันยุบสภาฯ ที่กำหนดไว้ ในวัน 15 มีนาคม ตามที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ด้วย





