วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โหวตให้ วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานสภาฯ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีบทเรียนทางการเมืองอะไร เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ที่หมุนไปหมุนมาซ้ำรอยกัน เพราะเมื่อพรรคการเมืองที่เป็นพรรคใหญ่ไม่สามารถตกลงกันได้ก็ต้องเสนอทางออก เหมือนสมัยก่อนที่ อุทัย พิมพ์ใจชน นั่งเป็นประธานสภาฯ แม้จะมีเพียง 3 เสียง แต่ทุกพรรคการเมืองจะต้องมีความไว้วางใจ
“เห็นได้ชัดว่า นอกจากพรรคที่มีเสียงมากคือพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยจะไว้ใจแล้ว พรรคการเมืองในซีกรัฐบาลปัจจุบัน 188 เสียง ไม่เสนอใครขึ้นไปแข่งขัน ก็แสดงว่าไว้ใจ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อีกทั้งได้ฟังเสียงจากผู้ใหญ่รุ่นเก่าในสภาฯ อย่างนายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ยังชมว่านายวันมูหะมัดนอร์ มะทา มีบุคลิก มีความรู้ มีความสามารถมีความเพียงพอ แค่นี้ก็เพียงพอที่จะบริหารสภาฯ ไปได้ ด้วยความราบรื่น” วิษณุ กล่าว
พร้อมกันนี้ มองว่ากรณีที่มีการเสนอชื่อ วิทยา แก้วภราดัย จากพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นคู่แข่งชิงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง นั้นเป็นเรื่องธรรมดา นอกจากนี้ ส่วนตัวแล้วเชื่อมั่นว่า วันมูหะมัดนอร์ จะสามารถควบคุมให้สภาฯ มีความเรียบร้อยได้ เพราะอีกฝ่ายเคยเป็นรัฐมนตรีมาหลายสมัย และตนเองก็เคยทำงานด้วยในสมัยที่เป็นรัฐมนตรี อีกทั้งเจ้าตัวก็เคยเป็นอดีตประธานสภาฯ ไม่เคยมีข้อด่างพร้อยอะไร
“ในส่วนของความเป็นกลางท่านก็มีพอสมควรอยู่แล้ว เพียงแต่ท่านต้องลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาชาติ เพราะตำแหน่งประธานสภาฯ จะเป็นกรรมการบริหารพรรคไม่ได้ ซึ่งก็เป็นขั้นตอนตามปกติธรรมดา” วิษณุ กล่าว
“เห็นได้ชัดว่า นอกจากพรรคที่มีเสียงมากคือพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยจะไว้ใจแล้ว พรรคการเมืองในซีกรัฐบาลปัจจุบัน 188 เสียง ไม่เสนอใครขึ้นไปแข่งขัน ก็แสดงว่าไว้ใจ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อีกทั้งได้ฟังเสียงจากผู้ใหญ่รุ่นเก่าในสภาฯ อย่างนายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ยังชมว่านายวันมูหะมัดนอร์ มะทา มีบุคลิก มีความรู้ มีความสามารถมีความเพียงพอ แค่นี้ก็เพียงพอที่จะบริหารสภาฯ ไปได้ ด้วยความราบรื่น” วิษณุ กล่าว
พร้อมกันนี้ มองว่ากรณีที่มีการเสนอชื่อ วิทยา แก้วภราดัย จากพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นคู่แข่งชิงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง นั้นเป็นเรื่องธรรมดา นอกจากนี้ ส่วนตัวแล้วเชื่อมั่นว่า วันมูหะมัดนอร์ จะสามารถควบคุมให้สภาฯ มีความเรียบร้อยได้ เพราะอีกฝ่ายเคยเป็นรัฐมนตรีมาหลายสมัย และตนเองก็เคยทำงานด้วยในสมัยที่เป็นรัฐมนตรี อีกทั้งเจ้าตัวก็เคยเป็นอดีตประธานสภาฯ ไม่เคยมีข้อด่างพร้อยอะไร
“ในส่วนของความเป็นกลางท่านก็มีพอสมควรอยู่แล้ว เพียงแต่ท่านต้องลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาชาติ เพราะตำแหน่งประธานสภาฯ จะเป็นกรรมการบริหารพรรคไม่ได้ ซึ่งก็เป็นขั้นตอนตามปกติธรรมดา” วิษณุ กล่าว




