‘วิษณุ’ แจงขั้นตอน หาก ‘ทักษิณ’ ขอพระราชทานอภัยโทษ ชี้ต้องคิดให้รอบคอบ

27 ก.ค. 2566 - 13:07

  • ‘วิษณุ’ กางขั้นตอน หาก ‘ทักษิณ’ ขอพระราชทานอภัยโทษ

  • เผยยื่นได้ภายในวันแรก หลังรับโทษ แต่ต้องคิดให้รอบคอบอบ เพราะหากไม่โปรดเกล้าฯ ต้องรออีก 2 ปี

  • รับต้องให้สิทธิพิเศษกว่านักโทษคนอื่น เหตุกังวลเรื่องความปลอดภัย

Wissanu_explains_the_process_if_Thaksin_asks_for_royal_pardon_SPACEBAR_Thumbnail_b4250c3cbf.jpeg
วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปฏิเสธให้ความเห็นถึงการเดินทางกลับประเทศไทยของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะขั้นตอนปฏิบัติ และขอให้ไปสอบถามกระทรวงยุติธรรม เพราะต้องเตรียมดําเนินการในเรื่องนี้ แต่ไม่ทราบว่าได้มีการประสานมาที่กรมราชทัณฑ์ แล้วหรือยัง  

“เห็นมีออกทีวีกันทั่วบ้านทั่วเมืองว่านายทักษิณ จะเดินทางกลับวันที่ 10 สิงหาคมนี้ แล้วก่อนหน้านั้น นายทักษิณ ก็โพสต์ทวิตเตอร์บอกเอง รวมถึงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว ก็พูดเอง ซึ่งเมื่อทางกรมราชทัณฑ์ รับทราบ เขาก็ต้องเตรียมการ แต่เร็วไปที่จะบอกว่าต้องเตรียมอย่างไรบ้าง แต่ความจริงกรมราชทัณฑ์ เตรียมการมาตั้งแต่มีข่าวว่านายทักษิณ จะกลับมาในวันเกิดแล้ว” วิษณุ ระบุ  

เมื่อถามว่า จะได้เห็นภาพ ทักษิณ ปรากฏตัวต่อสื่อฯ หรือไม่ วิษณุ ตอบว่า ไม่ทราบ ตนขอเวลาตั้งเนื้อตั้งตัวนิดหนึ่ง ส่วนเจ้าตัวมีโอกาสที่จะขอพระราชทานอภัยโทษหรือไม่นั้น เรื่องดังกล่าวเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องขังทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่เงื่อนไขคือต้องอยู่ระหว่างการรับโทษ เมื่อรับโทษแล้ว สามารถยื่นขอพระราชทานอภัยโทษได้ตั้งแต่วันแรก เพียงแต่ต้องรับโทษเข้าห้องขังก่อน โดยตามขั้นตอนแล้ว เมื่อ ทักษิณ เดินทางมาถึง กรมราชทัณฑ์จะมารับตัวและนําไปรับหมายศาลที่ศาล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไปฟังคำพิพากษาที่ศาล เพราะศาลได้ตัดสินไปแล้ว จบไปแล้ว ส่วนคดีที่เหลือก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน  

“คดีที่นายทักษิณต้องคำพิพากษาที่ถึงที่สุดไปแล้วสามคดี คดีหนึ่งจําคุก 2 ปี อีกคดีหนึ่งจําคุก 3 ปี ส่วนอีกคดีจําคุก 5 ปี รวมทั้งหมดเป็น 10 ปี แต่จะเหลืออีกกี่คดีตนไม่ทราบ และไม่ทราบว่ามีคดีไหนที่หมดอายุความไปแล้วบ้าง เพราะทราบว่ามีทั้งคดีที่หมดอายุความไปแล้ว และมีที่ยังไม่ได้ฟ้องอีก แต่เป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างกรณีหลบหนีออกนอกประเทศ ก็ต้องถูกฟ้อง ซึ่งเป็นอีกข้อหาหนึ่ง แต่ยังไม่ได้มีการฟ้อง ซึ่งเขาอาจจะฟ้องหรือไม่ก็ได้หลังจากที่ได้ตัวกลับมา” วิษณุ ระบุ  

สำหรับขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษนั้น วิษณุ ชี้แจงว่า เมื่อ ทักษิณ เดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ถ้าพร้อม ก็สามารถดำเนินการขอได้เลย ซึ่งต้องมีการเขียนฎีกา อธิบายกันยืดยาวพอสมควร เพราะหากยื่นไปแล้วไม่โปรดเกล้าฯ ลงมา ก็จะไม่สามารถยื่นได้อีกภายใน 2 ปี เพราะฉะนั้นต้องคิดให้ดี ส่วนประเด็นที่ครอบครัวมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของ ทักษิณ นั้นตนได้กำชับเรื่องนี้กับเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ว่าให้ดูแลสามเรื่องเป็นพิเศษ ได้แก่ 
  1. ความปลอดภัย ซึ่งตรงนี้อาจทำให้ ทักษิณ ได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากนักโทษคนอื่น เพราะนักโทษคนอื่นไม่มีปัจจัยเสี่ยงตรงนี้  
  2. ให้มีความสะดวกตามสมควร ไม่ถึงขนาดสะดวกมากจนเป็นอภิสิทธิ์อะไร แต่ต้องสะดวก เพราะจะมีคนเข้าเยี่ยม โดยคาดหมายว่าจะมีองค์การระหว่างประเทศ หรือองค์กรสิทธิมนุษยชน มีแฟนคลับและมวลชนเยอะ ดังนั้น ก็ให้มีความสะดวกพอสมควร 
  3. ให้มีความสบายพอสมควร ไม่ถึงขนาดให้สบายมากนัก แต่สบายในที่นี้ เพราะอายุเกิน 70 ปี และป่วย ก็ต้องมีอะไรที่ไม่เหมือนคนอายุ 25-30 ปี  
ทั้งนี้ ยอมรับว่าการที่ ทักษิณ อายุ 74 ปี อาจส่งผลให้ได้สิทธิพิเศษ ตามเงื่อนไขคือ 1. พวกอายุ 70 ปีขึ้นไป 2. พวกที่ป่วย ก็จะมีสิทธิพิเศษอะไรบางอย่าง ซึ่งตรงนี้ นักโทษทุกคนจะเสมอกันหมด 

ส่วนกรณีหาก ทักษิณ มีอาการป่วย ก็สามารถไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้หรือไม่นั้น วิษณุ ชี้แจงว่า หากป่วย แม้นักโทษอายุ 20 ปีขึ้นไป ก็สามารถอยู่ได้ ไม่จำเป็นต้องอายุถึง 74 ปี แต่รายละเอียดต่างๆ ต้องอยู่ที่การพิจารณาของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งใช้กับนักโทษมาเป็นจำนวนมาก และไม่ได้ยุ่งยากอะไร เมื่อถามว่ากรณีของ ทักษิณ จะมีอะไรที่แตกต่างจากนักโทษทั่วไปหรือไม่ เช่น ห้องพิเศษ วิษณุ ก็บอกว่า โอกาสเป็นไปได้ทั้งนั้น ขอให้ทางกรมราชทัณฑ์ เป็นฝ่ายพิจารณา และจะรายงานมาที่ตนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การที่จะกักตัวอยู่บ้านนั้นคงทำไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรก็ต้องอยู่ในเรือนจำ  

เมื่อถามย้ำว่า การเข้าไปอยู่ในเรือนจำ แม้แค่หนึ่งวันก็ได้ใช่หรือไม่ วิษณุ ก็ย้อนว่า แล้วจะอยู่ทำไมหนึ่งวัน ไม่งั้นวันที่สองจะไปอยู่ที่ไหน ไม่มี ก็ต้องอยู่ในห้องขังอย่างนั้น ส่วนจะต้องอยู่ห้องขังกี่วันถึงจะขอพระราชทานอภัยโทษได้นั้น วิษณุ ตอบว่า ภายใน 24 ชั่วโมง ก็ทำได้แล้ว แต่ตนไม่รู้ว่าเขาจะขอพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ ตนพูดแทนไม่ได้ ส่วนต้องอยู่ในห้องขังกี่วัน ถึงจะให้ประชาชนหรือแฟนคลับไปเยี่ยมได้นั้น วิษณุ ตอบว่า ปกติก็เยี่ยมได้อยู่แล้ว แต่จะแบ่งว่าเป็นแฟนคลับหรือครอบครัว ตนไม่ทราบ ขอเวลาหาข้อมูล เพราะตนเกิดมาก็ไม่เคยถูกขัง อย่างไรก็ตาม สำหรับคนในครอบครัวสามารถเยี่ยมได้ตั้งแต่ต้น พร้อมยืนยันว่า  ประชาชนสามารถเดินทางไปรับ ทักษิณ ที่สนามบินได้ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว สื่อมวลชน หรือมวลชน แต่จะได้ขนาดไหนตนไม่ทราบ 

ส่วนจะได้เห็นภาพ ทักษิณ กราบแผ่นดินอีกหรือไม่นั้น วิษณุ ตอบว่า เรายังไม่รู้เลยว่า ทักษิณ จะมาด้วยสายการบินไทยอะไร ลงที่ไหน แม้จะรู้ว่าเป็นที่สนามบินดอนเมือง แต่ก็มีสนามบินหลายแห่ง ทั้ง บน.6 อาคารผู้โดยสารพาณิชย์ และลาดจอดเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว แต่อย่างน้อยก็ตัดสนามบินสุวรรณภูมิ ออกไปได้ พร้อมปฏิเสธให้ความเห็นว่า การเดินทางกลับมาของ ทักษิณ ครั้งนี้ จะทำให้การเมืองประเทศไทยคึกคักขึ้นหรือไม่ พร้อมระบุ รู้อย่างเดียวว่าต้องปรับการเตรียมตัว เพราะกำหนดการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งแสดงความห่วงหากกลับวันที่ 31 กรกฎาคม เพราะเป็นวันหยุดราชการ ซึ่งจะทำให้ยุ่งยากในการปฏิบัติภารกิจหลายอย่าง โดยเฉพาะการนำตัว ทักษิณ ไปศาล เพราะสำนักงานศาลปิด รวมทั้งปฏิเสธให้ความเห็นว่า หาก ทักษิณ กลับมาช่วงที่มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะส่งผลอะไรหรือไม่ โดยขอให้ไปถามนายกฯ คนใหม่ อย่างไรก็ตาม วิษณุ ยอมรับว่าที่เรือนจำของกรมราชทัณฑ์ มีห้องพิเศษสำหรับนักโทษคนเดียว เช่น กรณีของ ราเกซ สักเสนา หรือ วิโรจน์ นวลแข ซึ่งมีหลายคน แต่ไม่ยืนยันว่าห้องพิเศษมีแอร์ด้วยหรือไม่  

“ปกติห้องพิเศษก็มีแอร์ทั้งนั้น แล้วคุณจะไปเดือดร้อนอะไรกับแอร์ ถ้าคุณไม่เปิด นักโทษทั่วไปสามารถอยู่ห้องแอร์ได้ แต่ไม่ใช่นอนในห้องแอร์ แต่เป็นการทำงานในห้องแอร์ ลองไปถามคนมีชื่อเสียง ก็อยู่ในห้องแอร์ทั้งนั้น แต่เป็นการอยู่ในห้องเพื่อทํางาน” วิษณุ ระบุ  

เมื่อผู้สื่อข่าวถามยํ้าว่า ในห้องนอนมีแอร์หรือไม่ วิษณุ ตอบว่า ไม่ทราบ และไม่รู้ด้วยว่า ทักษิณ จะนอนห้องไหน ห้องเบอร์อะไร เมื่อถามอีกว่านักโทษจะสามารถนำแอร์ไปติดในห้องนอนเองได้หรือไม่ วิษณุ ตอบว่า เอาไว้ค่อยดูก่อน ทั้งนี้ ตนและกรมราชทัณฑ์ก็ยังไม่รู้ว่า ทักษิณ มีโรคอะไร 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์