เหล่าคณะรัฐมนตรีชุดรักษาการ เริ่มทยอยเก็บของออกจากทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้ามาปฎิบัติหน้าที่
หนึ่งในนั้นคือ ‘วิษณุ เครืองาม’ รองนายกรัฐมนตรี ที่วันนี้ (25 ส.ค.) เริ่มทยอยเก็บของออกจากทำเนียบเช่นกัน
ช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ ‘วิษณุ’ โดยเขาบอกว่าตอนนี้เริ่มทยอยเก็บของจากห้องทำงาน ที่ตึกบัญชาการ 1 ไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่หมด ซึ่งหลังจากหมดวาระรองนายกฯ แล้ว ‘วิษณุ’ บอกว่าเขาจะอยู่บ้านพักผ่อน และเล่นกับหลาน รวมถึงเขียนหนังสือและสอนหนังสือ และอาจเป็นประธานหรือคณะกรรมการในบริษัทต่างๆ ที่พอจะมีรายได้บ้าง ส่วนตำแหน่งในคณะกรรมการกฤษฎีกา และราชบัญฑิต ยังทำหน้าที่อยู่ แต่งานในทางการเมืองไม่มีอะไรทำแล้ว ถือว่าจบแล้ว
‘วิษณุ’ ยังบอกว่าเขามีแนวคิดที่จะหยุดงานการเมืองตั้งแต่ปี 49 แต่ 8 ปีต่อมาก็มีเหตุได้กลับมาอีก แต่ครั้งนี้หวังว่าไม่มีแล้ว เพราะตนมีปัญหาสุขภาพแทรกเข้ามา ยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้ เป็นการปิดประตูการเมืองแล้ว
ช่วงหนึ่ง ผู้สื่อข่าว ได้ถามความเห็นของ ‘วิษณุ’ ต่อกรณีที่หาก ‘พรรคก้าวไกล’ ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจะตกไปที่พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ‘วิษณุ’อธิบายว่า ใช่ เพราะถือว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์มีเสียงมากที่สุดในฝ่ายค้าน เพราะผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้เอาเสียงมากอย่างเดียว แต่ต้องไม่มีตำแหน่งรองประธานสภาฯ ด้วย จึงถือว่าตำแหน่งดังกล่าวจะตกไปที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์โดยอัตโนมัติ แต่หัวหน้าพรรคจะต้องเป็น สส. ด้วยถึงจะได้ตำแหน่งนี้
‘วิษณุ’ ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ความจริงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ไม่ได้มีอำนาจบารมีเท่าไหร่ แต่ก็มีความสำคัญอยู่บ้างในบางเรื่อง เช่น การขอเปิดอภิปรายอะไรบางอย่างที่จะได้พูดเป็นคนแรก ที่สำคัญคืออยู่ในองค์ประกอบสมการสรรหาองค์กรอิสระ หลายองค์กร แต่ถ้าไม่มีผู้นำฝ่ายค้านก็จะขาดไป1 เสียง ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย
หนึ่งในนั้นคือ ‘วิษณุ เครืองาม’ รองนายกรัฐมนตรี ที่วันนี้ (25 ส.ค.) เริ่มทยอยเก็บของออกจากทำเนียบเช่นกัน
ช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ ‘วิษณุ’ โดยเขาบอกว่าตอนนี้เริ่มทยอยเก็บของจากห้องทำงาน ที่ตึกบัญชาการ 1 ไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่หมด ซึ่งหลังจากหมดวาระรองนายกฯ แล้ว ‘วิษณุ’ บอกว่าเขาจะอยู่บ้านพักผ่อน และเล่นกับหลาน รวมถึงเขียนหนังสือและสอนหนังสือ และอาจเป็นประธานหรือคณะกรรมการในบริษัทต่างๆ ที่พอจะมีรายได้บ้าง ส่วนตำแหน่งในคณะกรรมการกฤษฎีกา และราชบัญฑิต ยังทำหน้าที่อยู่ แต่งานในทางการเมืองไม่มีอะไรทำแล้ว ถือว่าจบแล้ว
‘วิษณุ’ ยังบอกว่าเขามีแนวคิดที่จะหยุดงานการเมืองตั้งแต่ปี 49 แต่ 8 ปีต่อมาก็มีเหตุได้กลับมาอีก แต่ครั้งนี้หวังว่าไม่มีแล้ว เพราะตนมีปัญหาสุขภาพแทรกเข้ามา ยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้ เป็นการปิดประตูการเมืองแล้ว
ช่วงหนึ่ง ผู้สื่อข่าว ได้ถามความเห็นของ ‘วิษณุ’ ต่อกรณีที่หาก ‘พรรคก้าวไกล’ ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจะตกไปที่พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ‘วิษณุ’อธิบายว่า ใช่ เพราะถือว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์มีเสียงมากที่สุดในฝ่ายค้าน เพราะผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้เอาเสียงมากอย่างเดียว แต่ต้องไม่มีตำแหน่งรองประธานสภาฯ ด้วย จึงถือว่าตำแหน่งดังกล่าวจะตกไปที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์โดยอัตโนมัติ แต่หัวหน้าพรรคจะต้องเป็น สส. ด้วยถึงจะได้ตำแหน่งนี้
‘วิษณุ’ ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ความจริงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ไม่ได้มีอำนาจบารมีเท่าไหร่ แต่ก็มีความสำคัญอยู่บ้างในบางเรื่อง เช่น การขอเปิดอภิปรายอะไรบางอย่างที่จะได้พูดเป็นคนแรก ที่สำคัญคืออยู่ในองค์ประกอบสมการสรรหาองค์กรอิสระ หลายองค์กร แต่ถ้าไม่มีผู้นำฝ่ายค้านก็จะขาดไป1 เสียง ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย




