‘วิษณุ’ ชี้ไม่เคยมี ‘รบ.แห่งชาติ’ ถ้าสังคมไม่ยอมรับก็จบ

2 มิ.ย. 2566 - 13:16

  • ‘วิษณุ’ ชี้ประเทศไทยไม่เคยมี ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ ถ้าสังคมไม่ยอมรับก็จบ

  • ย้ำไม่สามารถยกเว้น รธน. เพื่อเปิดช่องให้ทำได้

  • ปัดตอบเลือกตั้งเป็นโมฆะ หวั่นถูกตีความไม่เป็นธรรมกับ ‘ก้าวไกล’ ทำตั้งรัฐบาลสะดุด

Wissanu_points_out_that_Thailand_has_never_had_National_Government_SPACEBAR_Thumbnail_301ec7fb32.jpeg
ทำเนียบรัฐบาล (2 มิถุนายน 2566) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอให้มีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ว่า ไม่ทราบ ไม่รู้เรื่อง ตนไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าคำนี้หมายถึงอะไร เพราะประเทศไทยไม่เคยมี แต่ในต่างประเทศเคยมี 
  
เมื่อถามว่าทุกครั้งเวลามีปัญหาในประเทศมักจะมีการเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้นมา นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นธรรมดาเมื่อคนตกอยู่ในเหตุการณ์ที่เหมือนจมน้ำหรือไฟไหม้หรือตึกถล่ม มีอะไรคว้าได้ก็ต้องคว้า คิดอะไรออกก็คิด ไม่แปลกที่จะคิดและเสนอความคิดออกมา แต่ถ้าสังคมไม่ยอมรับก็ควรจะหยุดคิด  
เมื่อถามว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันเปิดช่องให้ทำได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถาม นายจเด็จ อินสว่าง ส.ว.ที่ออกมาเสนอเรื่องนี้  
 
เมื่อถามอีกว่าเห็นบอกว่าสามารถยกเว้นรัฐธรรมนูญได้ นายวิษณุ กล่าวว่า ทำไม่ได้จะไปยกเว้นรัฐธรรมนูญไม่ได้ รัฐธรรมนูญมี 200 กว่ามาตราจะไปยกเว้นได้อย่างไร สมัยก่อนพระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นนายกรัฐมนตรี เคยยกเว้น ซึ่งอันนั้นเป็นกรณีการยึดอำนาจ  
 
เมื่อถามว่า สถานการณ์บ้านเมืองต้องขนาดไหนถึงจะมีรัฐบาลแห่งชาติได้ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบ ไปถามคนอื่นเถอะ  
 
“ถ้าผมตอบก็จะกลายเป็นว่าผมไปรับลูก นายจเด็จ คนหนึ่งเป็นปี่ คนหนึ่งเป็นขลุ่ย จึงคิดว่าผมไม่ควรจะตอบอะไรแล้ว” 
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่มีกระแสกดดันว่า ส.ว.ต้องโหวตตามเสียงข้างมาก ซึ่งหน้าที่ของ ส.ว.ต้องทำตามเสียงข้างมากหรือทำตามที่มาหรือเจตนารมณ์ของการเป็น ส.ว. นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ตอบแล้ว คนเป็น ส.ว.จะพูดอย่างไรก็ตาม 
 
“อย่าว่าแต่ ส.ว.เลย แม้แต่ ส.ส.เองพรรคจะไปบังคับให้เขาโหวตก็ไม่ได้ เขามีอิสระ ซึ่งในรัฐธรรมนูญเขียนไว้เลยว่าเรื่องอื่นต้องโหวตตามพรรค และเรื่องไหนบ้างที่ต้องโหวตตามใจ เหมือนสมัยตอนปี 62 บางพรรคเลือกนายกฯ ปรากฏมี ส.ส.จากภูมิใจไทยคนหนึ่งที่ไม่ได้โหวตเลือก ซึ่งก็ไม่เป็นไร ใครก็ทำอะไรเขาไม่ได้ด้วย ใครจะไล่เขาออกจากพรรคก็มีเรื่องอ่ะ”  
 
เมื่อถามว่าความจริงกระแสก็ส่วนหนึ่งแต่ในแง่หลักการก็ควรจะมีการพิจารณาใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ละคนมีความรู้ มีหัวจิต หัวใจ ก็คิดกันเองก็แล้วกัน  
 
นายวิษณุ ยังปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงเจตนาของตนเองที่เคยระบุว่าหาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ถูกตัดสิทธิ จะทำให้การลงนามรับรองผู้สมัคร ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจะส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ  
 
“ผมขอไม่ตอบอะไรแล้ว เพราะที่ตอบในวันก่อน ก็คือสื่อถามและอยากรู้ และเมื่ออยากรู้ ผมก็ให้ความรู้ และควรจะจบแค่นั้น ถ้าขยายความต่อไป ผมคิดว่าไม่เป็นธรรมต่อพรรคก้าวไกล ที่เขากำลังดำเนินการไปในแนวทางที่เขาควรทำอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น อย่าไปทำอะไรที่ทำให้กระบวนการของเขาสะดุด ถ้าพูดมากกว่านี้ไป ก็แสดงว่าตั้งใจให้เขาสะดุด และเมื่อผมไม่ได้ตั้งใจ ก็อย่าไปพูดอะไรอีก” นายวิษณุ กล่าว  
 
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เจตนารมณ์ของนายวิษณุ ที่สื่อสารในลักษณะดังกล่าว แท้จริงเป็นอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า “ไม่มีเจตนารมณ์ ซึ่งเจตนารมณ์ก็เพราะสื่อถาม ผมเลยตอบ และเวลาที่ไปออกข่าวก็ไม่ได้นำเสนอคำถามด้วย จะเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศหรือไม่ทั้งประเทศก็ตามที เพราะเมื่อผมตอบไปก็มีสื่อแย้งว่าจะเป็นไปได้หรือ เป็นไปไม่ได้ ผมก็บอกว่าเคยมีเท่านั้นเอง ไม่ได้ไปเปรียบเทียบอะไร และความจริงก็เปรียบเทียบอะไรไม่ได้ เพราะเป็นคนละกรณีกัน ดังนั้นผมจึงจะไม่ตอบเรื่องนี้แล้ว”  
 
เมื่อถามย้ำว่า แต่ในทางกฎหมายตามที่เป็นข่าว จะเป็นอย่างที่เคยระบุไว้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ช่วยถามคนอื่นเถอะ”   

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์