วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ลงนามในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในวันนี้ (16 ธ.ค.) หรืออย่างช้าวันที่ 17 ธันวาคม ทั้งนี้ เมื่อมีการทูลเกล้าฯ ไปแล้ว จะอยู่ในพระบรมราชวินิจฉัย 90 วัน เมื่อมีการโปรดเกล้าฯลงมา และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็จะมีผลบังคับใช้ในวันถัดไป พร้อมระบุ การที่ ส.ส.ลาออกจำนวนมากนั้นไม่กระทบงานสภาฯ ซึ่งยังมีเวลาเหลือ 2 เดือนกว่า และรัฐบาลคงไม่เสนอกฎหมายใหม่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ยังไม่เคยได้รับสัญญาณยุบสภาฯ จากนายกฯ
รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยด้วยว่า ในวันอังคารที่ 20 ธันวาคมนี้ จะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง พีระพันธุ์ สาลีรัฐภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่วนกรณีที่นายกฯ มีคำสั่งแต่งตั้ง ดิสทัต โหตระกิตย์ เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีนั้น เจ้าตัวได้แจ้งต่อนายกฯ มานานแล้วว่า ประสงค์ขอลาออกไปทำงานอย่างอื่น และจะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดและต่างประเทศบ่อยครั้ง อาจไม่สามารถปฏิบัติภารกิจเลขาธิการนายกฯได้ โดยยืนยันว่า เป็นความประสงค์ของ ดิสทัต เอง ไม่มีใครสั่งให้ออก
พร้อมมองการแต่งตั้งหัวหน้าพรรคการเมือง มาเป็นเลขาธิการนายกฯ ไม่ได้ถือเป็นปัญหา หรือเป็นจุดอ่อนทำให้ถูกโจมตีทางการเมือง เนื่องจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ เป็นข้าราชการการเมือง ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน และต้องมีความรับผิดชอบทางการเมืองด้วย
พร้อมยกตัวอย่างนายกรัฐมนตรีในอดีต ไม่ว่าจะเป็น ชวน หลีกภัย, บรรหาร ศิลปอาชา, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือ ทักษิณ ชินวัตร ต่างก็ตั้งคนของพรรคมาเป็นเลขาธิการนายกฯ เพื่อช่วยงาน โดยอาจมีหน้าที่หลายอย่าง อาทิ ดูงบฯลับให้นายกฯ ประสานกับสภาฯ ประสานกับมวลชน และประสานกับงานต่างประเทศ ซึ่ง พีระพันธุ์ มีคุณสมบัติที่ไม่ต่างจาก ดิสทัต ที่เป็นนักกฎหมาย ก็จะมาช่วยงานนายกฯ ด้านกฎหมายได้
อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้ความเห็นว่าการดึง พีระพันธุ์ มาเป็นเลขาธิการนายกฯ จะเป็นการหาเสียงทางอ้อมหรือไม่ แต่ได้ระบุถึงข้อควรระวัง ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง เรื่องการไปช่วยหาเสียงว่า อย่าใช้เวลาราชการ หรือใช้ทรัพย์สิน-ทรัพยากรของทางราชการ
รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยด้วยว่า ในวันอังคารที่ 20 ธันวาคมนี้ จะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง พีระพันธุ์ สาลีรัฐภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่วนกรณีที่นายกฯ มีคำสั่งแต่งตั้ง ดิสทัต โหตระกิตย์ เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีนั้น เจ้าตัวได้แจ้งต่อนายกฯ มานานแล้วว่า ประสงค์ขอลาออกไปทำงานอย่างอื่น และจะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดและต่างประเทศบ่อยครั้ง อาจไม่สามารถปฏิบัติภารกิจเลขาธิการนายกฯได้ โดยยืนยันว่า เป็นความประสงค์ของ ดิสทัต เอง ไม่มีใครสั่งให้ออก
พร้อมมองการแต่งตั้งหัวหน้าพรรคการเมือง มาเป็นเลขาธิการนายกฯ ไม่ได้ถือเป็นปัญหา หรือเป็นจุดอ่อนทำให้ถูกโจมตีทางการเมือง เนื่องจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ เป็นข้าราชการการเมือง ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน และต้องมีความรับผิดชอบทางการเมืองด้วย
พร้อมยกตัวอย่างนายกรัฐมนตรีในอดีต ไม่ว่าจะเป็น ชวน หลีกภัย, บรรหาร ศิลปอาชา, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือ ทักษิณ ชินวัตร ต่างก็ตั้งคนของพรรคมาเป็นเลขาธิการนายกฯ เพื่อช่วยงาน โดยอาจมีหน้าที่หลายอย่าง อาทิ ดูงบฯลับให้นายกฯ ประสานกับสภาฯ ประสานกับมวลชน และประสานกับงานต่างประเทศ ซึ่ง พีระพันธุ์ มีคุณสมบัติที่ไม่ต่างจาก ดิสทัต ที่เป็นนักกฎหมาย ก็จะมาช่วยงานนายกฯ ด้านกฎหมายได้
อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้ความเห็นว่าการดึง พีระพันธุ์ มาเป็นเลขาธิการนายกฯ จะเป็นการหาเสียงทางอ้อมหรือไม่ แต่ได้ระบุถึงข้อควรระวัง ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง เรื่องการไปช่วยหาเสียงว่า อย่าใช้เวลาราชการ หรือใช้ทรัพย์สิน-ทรัพยากรของทางราชการ



