‘นายกฯ’ ลั่น ‘สภาล่ม’ ไม่ควรเกิดขึ้น

1 ก.ย. 2566 - 11:02

  • ‘นายกรัฐมนตรี’ ลั่น เหตุการณ์ ‘สภาล่ม’ ไม่ควรเกิดขึ้น เล็งคุย สส.เพื่อไทยสัปดาห์หน้า

  • แนะ ‘บิ๊กตู่’ เที่ยวต่างประเทศบ้าง ไม่รู้ ‘ทักษิณ’ ชี้ เป็นเรื่องส่วนตัว

  • ย้ำ ‘พักหนี้เกษตรกร’ ควบคู่กับ ‘การเพิ่มรายได้’ มอบหมาย ธ.ก.ส.เร่งพิจารณาขั้นตอนและงบประมาณ เตรียมพิจารณามาตรการดูแลหนี้สินครู-ตำรวจและผู้ประสบวิกฤตโควิดไปพร้อมกันด้วย

PM_Srettha_said_parliament_should_not_break_short_SPACEBAR_Hero_8e0589be5d.jpeg
‘นายกรัฐมนตรี’ ลั่น เหตุการณ์ ‘สภาล่ม’ ไม่ควรเกิดขึ้น เล็งคุย สส.เพื่อไทยสัปดาห์หน้า คาดสรุปชื่อ ครม. ขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในวันนี้ แนะ ‘บิ๊กตู่’ เที่ยวต่างประเทศบ้าง ไม่รู้ ‘ทักษิณ’ ชี้ เป็นเรื่องส่วนตัว ย้ำ ‘พักหนี้เกษตรกร’  ควบคู่กับ ‘การเพิ่มรายได้’ มอบหมาย ธ.ก.ส.เร่งพิจารณาขั้นตอนและงบประมาณ เตรียมพิจารณามาตรการดูแลหนี้สินครู-ตำรวจและผู้ประสบวิกฤตโควิดไปพร้อมกันด้วย  

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายลดราคาพลังงานว่า ได้หารือกับว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก่อนหน้านี้แล้ว และวันนี้ก็จะหารือกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย เป็นผู้รับผิดชอบด้านนี้ ก็ขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ รอความชัดเจนอีกนิดหนึ่ง ทั้งในเรื่องของขั้นตอนและงบประมาณ เพราะเราต้องดูแลให้ครบทั้งองค์รวม  
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ได้รับทราบว่าประธานสภาอุตสาหกรรมแสดงความกังวลในการลดค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการ ไม่ว่าค่าไฟ ค่าพลังงาน ซึ่งทางเราคำนึงสูงสุดและได้ชี้แจงไปแล้วว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด  
 
สำหรับความคืบหน้าการพักหนี้เกษตรกรนั้น เศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนของพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ซึ่งกำลังพิจารณารายละเอียดว่าจะพักหนี้จำนวนเท่าไร นานเท่าไรและอย่างไร แต่จะพักทั้งต้นและดอก หลักการคือ ต้องการให้พี่น้องเกษตรกรมีเวลาไปพื้นฟูตัวเอง ไปทำมาหากินโดยไม่ต้องพะวงกับเรื่องหนี้สิน จะได้มีขวัญและกำลังใจในการรายได้ ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะทำได้ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ขณะนี้ได้ให้ ธ.ก.ส. ไปดูเรื่องของขั้นตอนต่างๆ โดยประสานงานใกล้ชิดกับกระทรวงการคลัง  
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ได้พูดคุยกับทางสถาบันจัดอับดับหนี้ ซึ่งดูแลหนี้สินทั้งหมดของพี่น้องประชาชน ดังนั้น จึงไม่ได้ดูแลแค่พี่น้องเกษตรกร แต่ยังจะดูแลครู ตำรวจและผู้ที่ประสบภัยพิบัติในช่วงโควิด (หมวด 21) ที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษด้วย ดังนั้นจึงขอเวลาในการพิจารณา แต่ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะดูแลให้ครบทุกภาคส่วนเพื่อให้คนไทยทุกคนที่ประสบปัญหาได้มีขวัญและกำลังใจกลับมาทำงานอีกครั้ง 
 
“การลดหนี้ชั่วคราวเป็นการบรรเทาความทุกข์ เป็นการฟื้นฟูจิตใจให้มีขวัญและกำลังใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใดการเพิ่มรายได้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้นนโยบายของพรรคเพื่อไทยคือเราจะพยายามเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งก็ต้องเร่งทำ” นายกรัฐมนตรีกล่าว  
 
เมื่อถามถึงกรณีที่ภาคธุรกิจมีคำถามเกี่ยวกับแนวนโยบายการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเรื่องของวีซ่า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ หมายถึงวีซ่าฟรี คือไม่ต้องขอวีซ่า เพราะฉะนั้นถ้าไม่ต้องขอวีซ่าในการเข้าประเทศ ก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า ซึ่งเป็นความประสงค์ที่เราได้พูดคุยกันมาโดยตลอด และมั่นใจว่าทุกภาคส่วนเข้าใจว่า เรายกเว้นการขอวีซ่า ซึ่งน่าจะเป็นชั่วคราวก่อนในช่วงไฮซีซั่น ยืนยันว่าในส่วนนี้ ไม่ได้ดูแค่กระทรวงการต่างประเทศที่รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้โดยตรง แต่ได้พูดคุยกับฝ่ายความมั่นคง และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน รวมไปถึงการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยด้วย เพื่อพิจารณาทั้งหมด ทั้งการเดินทางเข้าประเทศ การอำนวยความสะดวก รวมไปถึงรถโดยสารสาธารณะที่จะเข้าไปในสถานบินด้วยอีกหลายเรื่อง ซึ่งได้มีการพูดคุยกันแล้วและเห็นชอบในหลักการ รวมทั้งได้พูดคุยกับทางว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็เห็นด้วยและพร้อมผลักดันให้เกิดขึ้นได้  
 
เมื่อถามว่า นโยบายนี้จะสามารถเริ่มได้เมื่อไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในตอนต้นไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงพีคซีซั่นพอดี ก็หวังว่าจะเริ่มต้นภายใน 1 ตุลาคม  
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมาได้เชิญผู้เกี่ยวข้องกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬามาหารือกัน ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทยยังมีเรื่องกองทุนพัฒนากีฬา เข้าใจว่าอีกไม่ถึงเดือนก็จะถึงกีฬาเอเชียนเกมส์แล้ว แต่หลายสมาคมยังไม่ได้รับเงินอุดหนุน และค้างกันมาหลายล้านบาท ก็ฝากผู้ดูแลทางด้านกองทุนพัฒนากีฬาด้วยว่า หากจ่ายเงินได้ก็จะเป็นกำลังใจแก่นักกีฬาไทยที่จะไปช่วงชิงเหรียญทองมาเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ประเทศชาติ เพราะเท่าที่ฟังมาหลายๆสมาคมเดือดร้อน และค่อนข้างน่าเป็นห่วง   
 
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคุณสมบัติคณะรัฐมนตรี ซึ่งยังมีการวิพากษ์วิจารณ์กรณี พิชิต ชื่นบาน อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ไม่อยากให้เน้นไปที่พิชิต เพียงคนเดียว เพราะมีการพิจารณาคนอื่นๆ ด้วยเช่นกันเพื่อให้ถูกต้องที่สุด 
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุสภาล่มเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมาด้วยว่า ความรับผิดชอบต่อสภาเป็นเรื่องสำคัญ ในการประชุม สส. อีกครั้ง ในวันสัปดาห์หน้าก็คงมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ เพราะไม่ควรเกิดขึ้น  
 
เมื่อถามว่า หากมีการตั้งกระทู้ถามพร้อมไปตอบหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯเป็นฝ่ายบริหาร ต้องมีความรับผิดชอบต่อฝ่ายนิติบัญญัติด้วย หากฝ่ายนิติบัญญัติมีข้อกังวล มีความเป็นห่วงก็เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีที่ต้องเข้าไปตอบหรืออาจจะต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตอบ ยืนยันว่าจะต้องให้ความเคารพต่อสภา  
 
เศรษฐา เปิดเผยถึงการพูดคุยกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยว่า ในวันที่ได้เข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาล ก็ได้สอบถามว่าหลังจากนี้จะไปทำอะไร ซึ่งเข้าใจว่าพลเอกประยุทธ์ ชอบตีกอล์ฟ ก็ได้แนะนำว่าควรไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง ซึ่งพลเอกประยุทธ์ก็บอกว่า ลูกสาว 2 คนไปเที่ยวแล้วสนุก ก็เลยแนะนำลองให้ลูกสาวพาไปเที่ยวบ้าง ก็ขอให้พลเอกประยุทธ์ได้ไปเที่ยวต่างประเทศและรักษาสุขภาพให้ดี  
 
เมื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ตอบว่า อย่างที่บอกเรื่องของทักษิณ เป็นเรื่องส่วนตัว แล้วก็ทาง ทักษิณก็บอกแล้วทางพรรคการเมืองไม่เกี่ยวข้องด้วย 
 
อย่าไงรก็ตาม เศรษฐา ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงการทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม. คาดว่า วันนี้น่าจะมีความเรียบร้อยในการตรวจสอบรายชื่อ และจะมีการสอบถามไปยังสำนักงานเลขาธิการ ครม.ด้วย 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์