‘วิษณุ’ แจงสอบคุณสมบัติ ครม.ใหม่ ไร้ปัญหา ชี้ไม่จำเป็นต้องมีรัฐมนตรีดูงานกฎหมาย

1 ก.ย. 2566 - 10:57

  • ‘วิษณุ’ แจงหน้าที่ ‘เนติบริกร’ ชี้ไม่จำเป็นต้องมีรัฐมนตรีดูงานด้านกฎหมายโดยเฉพาะ

  • เผยตรวจสอบประวัติ ‘ครม.ชุดใหม่’ แล้วไม่มีปัญหา มีแค่บางคนต้องขอหลักฐานยืนยันความชัดเจน

  • ย้ำหากพบประวัติมีปัญหา ตัวรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบเอง ปัดเปิดชื่อมีใครบ้างที่ต้องขอเอกสารเพิ่ม

Wissanu_said_qualifications_of_new_cabinet_no_problem_SPACEBAR_Thumbnail_cb18080ba8.jpeg
วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงประเด็นรัฐมนตรีที่จะมาดูแลงานด้านกฎหมายให้กับรัฐบาลว่า ในอดีตไม่เคยบอกว่า จะต้องมีรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ที่ดูฝ่ายกฎหมาย เพราะงานกระจัดกระจายกันไป เกี่ยวพันกับกระทรวงไหน กระทรวงนั้นก็ดูแลไป แต่ในส่วนของนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะช่วยดูให้  
 
ซึ่งสมัยที่เป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก็ไม่มีรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ก็ได้ใช้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งสมัยเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ได้ช่วยดูด้วย และข้าราชการประจำช่วยดูได้ ไม่แปลกอะไร หรือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ดูได้ เพียงแต่ระยะหลังๆ มีงานมากขึ้น  
  
“ระบบราชการไทย อย่างที่ใครต่อใครเรียกผมว่า เนติบริกร พูดก็พูด ก็เป็นเช่นนั้นแหละ ผมไม่ปฏิเสธ แต่งานที่ผมให้บริการคณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี กลับน้อยกว่าที่ผมให้บริการกระทรวงต่างๆ หรือกรมต่างๆ งานเหล่านี้อยู่ข้างล่าง อาจจะไม่เคยเห็นกัน แต่สำหรับผม คนนั้นคนนี้ที่ต้องมาประชุมกัน กรมนั้นกรมนี้ขัดกระทรวงกัน ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ ขัดแย้งกัน ดังนั้น ก็ต้องมีใครมาช่วยดูในภาพรวม จึงได้เกิดรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีขึ้นมาดูแล และต่อไปในรัฐบาลหน้า ถ้าโฉมหน้าเป็นไปอย่างที่หนังสือพิมพ์ลง ผมคิดว่า จริงๆแล้ว รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็สามารถดูกฎหมายได้” วิษณุ ระบุ 
  
ส่วนภาพลักษณ์หรือประวัติของรัฐมนตรี จะกระทบกับการทำงานของฝ่ายข้าราชการในเรื่องความน่าเชื่อถือหรือไม่นั้น วิษณุ กล่าวว่า ตรงนี้ขอไม่วิจารณ์ งานกฎหมายของรัฐบาลอยู่ในกฤษฎีกาส่วนหนึ่ง ซึ่งในคณะกรรมการกฤษฎีกาจะเป็นหัวหน้า และอยู่ในสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รับผิดชอบ และอยู่ในสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ และอยู่ในสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่ง อัยการสูงสุดรับผิดชอบ แต่ไม่ได้อยู่ใต้อาณัติรัฐบาล  
  
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการประสานขอความช่วยเหลือ หากเป็นกรณีปัญหากฎหมายระหว่างประเทศ กรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศ เป็นเจ้าของเรื่อง เป็นการแบ่งกันทำอย่างนี้ ส่วนเมื่อถามว่าจะมีอะไรแนะนำงานด้านกฎหมายกับรัฐมนตรีใหม่ที่จะมารับผิดชอบหรือไม่ วิษณุ ตอบว่า “ไม่มี” 
  
ส่วนจากการตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ มีใครไม่ผ่านบ้างหรือไม่นั้น วิษณุ ตอบว่า เท่าที่ตรวจสอบขณะนี้ ได้รับรายงานว่าไม่มี ขณะนี้ มีปัญหาเพียงว่ากำลังขอหลักฐานยืนยันมาให้ชัดเจนเท่านั้น บางอย่างหลักฐานไม่ได้มีที่เรา แต่อยู่ที่เจ้าตัวหรืออยู่ที่หน่วยงาน เช่น กระทรวงพาณิชย์ สำหรับการตรวจสอบในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ซึ่งแบบนี้ ต้องการหลักฐานยืนยัน  
  
“อันดับแรก รัฐมนตรีจะต้องกรอกประวัติ แล้วเซ็นชื่อรับผิดชอบ มีอะไรขึ้นมา ตัวเองจะต้องรับผิดชอบ จะเคยติดคุกหรือไม่อะไรนั้น เราไม่รู้หรอก แต่เบื้องต้น เขาต้องเซ็นมา พอได้มา เราจึงจะเช็กกลับไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง อย่างกรณีบกพร่องทางคุณธรรม จริยธรรม มันไม่มีหน่วยงานไหนให้เช็กได้ มันเป็นนามธรรม แต่เจ้าตัวเขาเซ็นรับรอง ว่าข้าพเจ้าไม่ได้เป็นผู้ประพฤติบกพร่อง ในทางศีลธรรม อะไรอย่างนี้ ก็ต้องวางใจ หลังจากนั้น มีปัญหาอะไรก็ไปถอดถอนกัน เพราะเราไม่รู้จะไปถามที่ไหน ตรงนี้ ถามวัดก็ไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้ แต่อย่างอื่นสามารถเช็กกับตำรวจได้ แม้กระทั่งบางอย่าง เช็กจากกรมควบคุมความประพฤติได้ ว่าอยู่ระหว่างควบคุมความประพฤติหรือไม่ รอลงอาญาหรือเปล่า อย่างนี้เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เท่าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ ได้รับรายงานว่าไม่มีปัญหา แต่กำลังอยากจะได้หลักฐานยืนยันที่ชัดเจนเท่านั้น” วิษณุ ระบุ 
  
พร้อมย้ำด้วยว่า หากตรวจสอบคุณสมบัติแล้วไปพบปัญหาในภายหลัง เจ้าตัวจะต้องรับผิดชอบเอง และหากใครสงสัย ก็ไปร้องตามช่องทางและขั้นตอนที่มี พร้อมมองว่า กระบวนการจะไม่ล่าช้าออกไป หากต้องรอเอกสารตรงนี้ 
  
ส่วนจะสามารถนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ในวันที่ 1 กันยายนนี้ เลยหรือไม่นั้น วิษณุ ตอบว่า “ไม่ทราบ” เมื่อถามต่อไปว่าเปิดเผยได้หรือไม่ สำหรับคนที่ต้องขอเอกสารเพิ่มเติม วิษณุ ตอบว่า “อย่าไปเปิดเผยเลย”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์