วิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก ภายหลัง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ ว่า เคยเข้า-ออกและทำงานที่นี่มา 30 กว่าปีแล้ว ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ หรือตื่นเต้นโลดโผนอะไร วันนี้เป็นการทำหน้าที่ปรึกษาของนายกฯ ที่อนุญาตให้เข้าประชุม ครม.ได้ เผื่อจะมีประเด็นบางอย่างที่ท่านสั่ง หรือว่าประเด็นที่เกิดการถกเถียงกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ จะได้แสดงความเห็น คงมีแค่นั้น ไม่ได้มีอะไรมากมาย คงทำหน้าที่เหมือนที่ พิชิต ชื่นบาน เคยทำตอนเข้าประชุมครั้งแรกก่อนจะเป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ
เมื่อถามว่า นายกฯ ได้มีการให้ช่วยตรวจทานร่างคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร วิษณุ กล่าวว่า เป็นธรรมดา หนีไม่พ้น ต้องมีอยู่แน่ เพราะคนที่ทำจริงๆ คือทีมงานของนายกฯ พิชิตก็เป็น 1 ในทีมงานนั้น แต่นายกฯ ไม่ทราบรายละเอียดของพิชิต เพราะเป็นเรื่องของพิชิต ซึ่งทางคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพียงแค่เสนอมา เอามารวมกันให้ได้ตรวจดูอีกสักครั้งหนึ่ง เมื่อเสร็จแล้ว จะมีบุคคลอื่นตรวจสอบอีกทีหนึ่งก็ได้
ตอนนี้ทราบว่า ได้ร่างคำชี้แจงเสร็จเรียบร้อยแล้ว และจะให้ได้ดูวันเดียวกัน (4 มิ.ย.) เพื่อที่จะให้นายกฯ ลงนามเสนอไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ทันในวันที่ 6-8 มิ.ย. ส่วนรายละเอียดคำชี้แจงจะเป็นอย่างไรนั้น ขอว่าอย่าเปิดเผย เดี๋ยวเสียรูปคดี ส่วนที่มีการวิเคราะห์กันความเสี่ยงของนายกฯ อยู่ที่ 50:50 นั้นไม่ทราบ
เมื่อถามถึงคำยืนยันว่า มีช่องสู้คดีได้ใช่หรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า “ผมจะยืนยันได้อย่างไรว่า แพ้แหงๆ และผมยังไม่เห็นรายละเอียดคำชี้แจง วันนี้คงได้ดู”
เมื่อถามว่า เหตุผลอะไรที่เข้ามาช่วยนายกฯ ทั้งที่มีปัญหาสุขภาพ และหลายคนมองว่ามีอะไรมากกว่ามาช่วยนายกฯ วิษณุ กล่าวว่า คิดหนักอยู่แล้วว่าเหมือนคนไม่เจียมตัว แต่เห็นใจนายกฯ ได้ยกเหตุผลอะไรหลายอย่างให้ฟัง
แต่คิดว่า มาช่วยท่านสักระยะหนึ่ง คงไม่น่าทำให้ตัวเองเกิดอันตรายอะไร และไม่น่าเป็นผลเสียอะไรต่อประเทศชาติด้วย ไม่มีอะไรต้องตื่นเต้นมาก เพราะเป็นที่ปรึกษาธรรมดา หรืออาจจะให้เลขาธิการนายกฯ ปรึกษาเพื่อยืนยันให้ท่านมั่นใจในบางเรื่อง ส่วนใหญ่จะทำงานที่บ้าน มีแต่วันอังคารที่เข้ามา
เมื่อถามย้ำว่า เหตุผลที่มารับตำแหน่ง เงินก็มีแล้ว เกียรติยศก็มีแล้ว ยังต้องการอะไรอีก นายวิษณุ กล่าวว่า “ผมคิดว่าประเทศชาติต้องการคนช่วยแก้ปัญหา คนเล็กๆ คนหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาให้รัฐบาลในบางเรื่องที่มีข้อสงสัย สมัยที่นายพิชิตอยู่ หรือไม่ใช่นายพิชิต ใครก็ตามที่อยู่เขาก็ช่วยได้ ผมก็มาทำหน้าที่แทนในระดับอย่างนั้น เท่านั้นเอง ไม่ได้ต้องการเงิน ไม่ได้ต้องการเกียรติยศ ลดเกียรติด้วยซ้ำ จากรองนายกฯ มาเป็นที่ปรึกษา”
ส่วนใช้เวลาตัดสินใจนานหรือไม่นั้น วิษณุ กล่าวว่า ตัดสินใจกันต่อหน้านายกฯ ที่เข้าไปหา แต่มีการพูดคุยกันว่า อะไรที่ทำได้ และที่ไม่ควรทำ เมื่อถามต่อไปว่า ตอนรับตำแหน่งมีเงื่อนไขอะไรบ้าง วิษณุ กล่าวว่า “มี เป็นเงื่อนไขเล็กๆ แต่ขออย่าเล่า ไม่ใช่เงื่อนไขเกี่ยวกับผม เป็นเงื่อนไขที่นายกฯ ใช้คำว่า เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างนายกฯ กับผม”
เมื่อถามว่า การมารับงานตรงนี้ เหมือนกับการ ‘ลงเรือแป๊ะ’ ต่อใช่หรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า “ไม่ใช่ คนละแป๊ะ แป๊ะขึ้นไปแล้ว เวลานี้เศรษฐีมา ไม่ใช่แป๊ะแล้ว ส่วนจะเป็นเรืออะไร อย่าไปเปรียบเลย เปรียบไม่ได้ เพราะผมไม่ได้อยู่ในรัฐบาล ไม่เรียกว่าร่วมรัฐบาล” ส่วนก่อนหน้านี้เคยเตือนรัฐบาลชุดก่อนว่า ‘ระวังสนิมเกิดแต่เนื้อในตน’ อยากเตือนรัฐบาลนี้ว่าอะไร วิษณุ กล่าวว่า คงไม่ต้องเตือน ฝ่ายการเมืองเขารู้และเตือนกันเอง
เมื่อถามว่า หน้าที่แรกที่นายกฯ มอบหมายคืออะไร วิษณุ กล่าวว่า ยังไม่มีสักเรื่อง แต่การตรวจคำให้การเป็นที่เลขาธิการนายกฯ ไหว้วาน เมื่อถามว่า จะดูข้อกฎหมายเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตด้วยหรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า ยังไม่เคยมีการเอ่ยถึงเรื่องนี้ เมื่อถามต่อไปว่า จะช่วยจนครบวาระรัฐบาล หรือจะช่วยงานเพียงบางครั้ง วิษณุ กล่าวว่า อนาคตไม่ทราบ แต่เท่าที่คุยกับนายกฯ คือมาช่วยเป็นบางกรณี แต่บางภารกิจเมื่อหลายบางเข้ามันก็มากขึ้น
เมื่อถามถึงกรณีเคยให้สัมภาษณ์ว่า ใน ครม.บางทีจะมีข้อถกเถียงกันระหว่าง ‘คนไม่รู้ กับ คนไม่รู้’ ที่ผ่านมามีเรื่องอะไรที่ ครม.ไม่รู้และทำไปแล้วบ้าง วิษณุ กล่าวว่า ไม่มี สื่อฯ เป็นคนวิจารณ์กันเองระหว่างคนไม่รู้กับคนไม่รู้ และไม่ใช่แบบไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว เพียงแต่แต่ละคนรู้แต่เรื่องของตัว ก็อาจจะมีอะไรขัดแย้งกันบ้าง ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต
ส่วนในที่ประชุม ครม.จะมีอำนาจและสามารถทักท้วงอะไรได้บ้าง วิษณุ กล่าวว่า ไม่มีอำนาจอะไร แต่หากจะทักท้วงคงทำได้ แต่ไม่ใช่จะท้วงทุกเรื่อง อะไรทำมาดีแล้วก็ไม่มีอะไรต้องท้วง
การที่มีคนนอกมานั่งในที่ประชุม ครม. ไม่แปลกประหลาด มีหลายสมัย หากนั่งอยู่แล้วมีอะไรผิดพลาดก็อาจจะเขียนโน้ตส่งให้นายกฯ ไม่จำเป็นต้องทักท้วงให้เสียเวลา อย่างน้อยไม่ใช่นั่งเพื่อท้วง แต่วันหนึ่งเมื่อรัฐมนตรีไปกันหมดแล้วเกิดคดีความ จะได้มีคนช่วยจำ ช่วยเป็นพยานว่าตอนนั้นว่ากันอย่างไร ข้าราชการทำหน้าที่นี้ได้ แต่บางคดีต้องการคนนอกที่ไม่ใช่ข้าราชการ ที่ไม่มีส่วนได้เสีย
ผู้สื่อข่าวยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีมีกระแสต่อต้านการมาเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ จากคนในพรรคเพื่อไทย วิษณุ กล่าวว่า ไม่ได้เดือดร้อน ต้านมากๆ ก็ไม่อยู่ ไม่แปลกอะไร เพราะไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย
ส่วนเมื่อถามว่า การมาช่วยงานเช่นนี้ เป็นการการันตีว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมใช่หรือไม่ วิษณุ กล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องของผม เป็นเรื่องของฝีมือรัฐบาล”

แต่งตั้ง ‘วิษณุ’ เป็นความอัจฉริยะของ ‘เศรษฐา’ เชื่อจะทำให้รัฐบาลไปได้ดี
เมื่อถูกตั้งข้อสังเกตถึงกรณีการแต่งตั้ง วิษณุ เครืองาม เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี อาจสะท้อนถึงการสืบทอดอำนาจนั้น สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ก็ชี้แจงเรื่องดังกล่าวในทำนองว่า เป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่นั้นไม่รู้ แต่มองว่า วิษณุ เป็นปราชญ์เป็นผู้รู้
พร้อมอธิบายว่า เข้ามาทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้พบและรู้จักกับ วิษณุ ก็มีการพูดคุยกันมาตลอด อีกฝ่ายไม่เคยให้ร้ายใคร ให้แต่องค์ความรู้ในแต่ละยุคสมัย โดยตอนที่เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น วิษณุเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ล่าสุด ได้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ วิษณุ
ไม่มีอะไรที่ท่านให้ร้ายใคร ท่านพูดในองค์ความรู้ที่มีอยู่ ท่านเป็นปราชญ์ ไม่เห็นว่าจะมีอะไร ที่เป็นเรื่องเสียหาย และการที่นายกรัฐมนตรีไปเชิญนายวิษณุ มาเป็นที่ปรึกษาได้ ผมว่านายกรัฐมนตรีเขาอัจฉริยะนะครับ ผมถึงได้บอกว่าเราได้ผู้รู้ และผู้มีประสบการณ์แนะนำ รัฐบาลก็จะไปได้ดี
ส่วนภาพลักษณ์แล้วแต่คนมอง ถ้าเรามองในเรื่องความปรองดอง ผมว่ามันจบเลย คนไม่อยากให้ปรองดอง ก็อาจจะมองดูว่าเป็นอย่างไร ต้องยอมรับว่า ส่วนหนึ่งที่มาวิพากษ์วิจารณ์เพราะไม่ได้รู้ซึ้งถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าฟังแล้วเข้าใจจะเป็นเรื่องบวกมากๆ ทำให้ทุกอย่างเดินไปได้ด้วยดี ในความถูกต้องและมั่นใจ
เมินเสียงวิจารณ์ ‘เพื่อไทย’ ไร้มือกฎหมาย พร้อมอวย ‘วิษณุ’ เก่งที่สุด ดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย ถูกมองว่าไม่มีมือกฎหมาย สมศักดิ์ บอกว่า ไม่เป็นไร แล้วแต่คนจะพูด ฟังคำพูดผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง บางคนก็ชอบค้าความขัดแย้ง ก็ว่ากันไป ถ้าเราไม่มีความรู้อื่นใด เราก็ต้องใช้วาทะ โวหาร ค้าความขัดแย้ง ประเทศชาติเสียหาย ก่อนย้ำว่า การตอบลักษณะนี้ ไม่ได้เป็นการยอมรับว่าพรรคเพื่อไทย ไม่มีมือกฎหมายจริงๆ
แต่ว่าผมว่าอาจารย์วิษณุ เก่งที่สุด ก็หมายความว่าเก่งที่สุดแล้ว ผู้อื่นเขาก็รู้แบบในเรื่องประสบการณ์ ท่านดีที่สุด

ยินดี ‘เศรษฐา’ ทำสำเร็จเชิญ ‘วิษณุ’ ร่วมงาน
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ระบุว่า ต้องแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรี ที่ประสบความสำเร็จในการเชิญ วิษณุ เครืองาม มาเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ เพราะ วิษณุ เป็นรองนายกฯ มาตั้งแต่ปี 2545 เป็นหลายครั้ง รวมถึงรัฐบาลชุดที่ผ่านมา สิ่งสำคัญที่สุดคือ วิษณุ มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย มีลูกศิษย์เต็มบ้านเมือง จนได้ฉายา ‘กูรูกฎหมาย’ ส่วนนี้จะทำให้รัฐบาลมั่นใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญในเรื่องต่างๆ
การที่นายวิษณุ มาอยู่ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จะมีส่วนสำคัญกับการประชุม เพราะจากประสบการณ์การประชุมคณะรัฐมนตรีมาหลายสมัย บางเรื่องที่ผ่านสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มาแล้ว ในที่ประชุมมีการอภิปรายลงลึกเกี่ยวกับข้อกฎหมายว่า ทำได้หรือไม่ได้ เมื่อมีนายวิษณุ อยู่ในที่ประชุม จะสามารถชี้แจงประเด็นเหล่านี้ได้ดี และคิดว่ารัฐบาลจะมีนโยบายเกี่ยวกับการปฏิรูประบบราชการแน่นอน เพราะครั้งสุดท้าย ทำเมื่อปี 2545 เป็นเวลากว่า 26 ปีมาแล้ว นายวิษณุสามารถใช้ประสบการณ์มาช่วยตรงนี้ได้
ส่วนกรณีที่มีการวิจารณ์ว่าเป็นการใช้คนของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ สุริยะ กล่าวว่า “ถ้าวิจารณ์อย่างนั้น ตัวผมเองก็อยู่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ผมคิดว่าเรากำลังก้าวสู่การปรองดองเป็นมิติสำคัญที่สุด สังคมคงมองเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ จึงคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าเป็นประเด็น”




