วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มองกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา มีแนวคิดพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรค 4 การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ไม่สามารถทำได้ทันในสภาฯ ชุดนี้ เพราะใกล้กับช่วงหมดอายุของสภาฯ ที่เหลือประมาณ 1 เดือนครึ่ง ดังนั้น ต้องพับเก็บแนวคิดนี้ไปก่อน แต่รัฐบาลหน้าสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ได้ หรือจะแก้ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับก็ยังทำได้
“ถ้าจะมาทำในช่วงจะปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 นี้ จึงไม่มีโอกาสที่จะทำได้ เพราะโดยกำหนดเวลาก็มีข้อจำกัด ไม่สามารถทำได้ทัน นอกจากนั้น ในความเห็นของ ส.ส. ก็คงจะไม่เห็นด้วย และโดยตรรกะก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไปทำไม แม้ว่าในทางวิชาการอาจพูดได้ทั้งสองทาง แต่ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดกันในขณะนี้ วันนี้เอาความเป็นจริงในทางการเมืองมากกว่าจะไปเอาอุดมการณ์หรือหลักการ เพราะถ้าเป็นหลักการ มีหลักการในรัฐธรรมนูญเยอะแยะไปที่ควรจะแก้ แต่โดยสภาพทางการเมืองไม่มีอะไรที่จะไปแก้” วิษณุ กล่าว
ด้าน เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ยืนยันว่า ประเด็นดังกล่าวไม่มี กมธ.คัดค้าน แต่ได้แสดงความเห็นที่หลากหลาย ทั้งนี้ ในการเขียนรายงานเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา ต้องเขียนเจตนารมณ์ให้ชัดเจนว่า ไม่ได้ศึกษาเพื่อประโยชน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมต.กลาโหม แต่เมื่อมีประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้น ทำให้สังคมคิดไปว่าเพื่อเป็นข้อเสนอให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะอยู่ในช่วงใกล้เลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจนในประเด็นแก้ไขมาตรา 158 ว่าจะยกเลิกการจำกัดวาระ หรือแค่ปรับแก้ไข เพราะต้องศึกษาให้ครบถ้วน รอบด้าน แต่ยืนยันว่า กมธ.ได้ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนำประเด็นการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้ามาพิจารณา ส่วนจะแก้ไขในรายละเอียดใดและต้องทำประชามติหรือไม่ ต้องพิจารณาอีกครั้ง เบื้องต้น ในการประชุมสัปดาห์หน้า กมธ.จะพิจารณาเนื้อหาและสรุปอีกครั้ง ว่าจะเสนอให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาได้เมื่อใด ขณะนี้ ต้องรอให้คณะทำงานได้ดำเนินการให้ครบถ้วนก่อน
“ถ้าจะมาทำในช่วงจะปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 นี้ จึงไม่มีโอกาสที่จะทำได้ เพราะโดยกำหนดเวลาก็มีข้อจำกัด ไม่สามารถทำได้ทัน นอกจากนั้น ในความเห็นของ ส.ส. ก็คงจะไม่เห็นด้วย และโดยตรรกะก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไปทำไม แม้ว่าในทางวิชาการอาจพูดได้ทั้งสองทาง แต่ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดกันในขณะนี้ วันนี้เอาความเป็นจริงในทางการเมืองมากกว่าจะไปเอาอุดมการณ์หรือหลักการ เพราะถ้าเป็นหลักการ มีหลักการในรัฐธรรมนูญเยอะแยะไปที่ควรจะแก้ แต่โดยสภาพทางการเมืองไม่มีอะไรที่จะไปแก้” วิษณุ กล่าว
ด้าน เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ยืนยันว่า ประเด็นดังกล่าวไม่มี กมธ.คัดค้าน แต่ได้แสดงความเห็นที่หลากหลาย ทั้งนี้ ในการเขียนรายงานเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา ต้องเขียนเจตนารมณ์ให้ชัดเจนว่า ไม่ได้ศึกษาเพื่อประโยชน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมต.กลาโหม แต่เมื่อมีประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้น ทำให้สังคมคิดไปว่าเพื่อเป็นข้อเสนอให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะอยู่ในช่วงใกล้เลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจนในประเด็นแก้ไขมาตรา 158 ว่าจะยกเลิกการจำกัดวาระ หรือแค่ปรับแก้ไข เพราะต้องศึกษาให้ครบถ้วน รอบด้าน แต่ยืนยันว่า กมธ.ได้ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนำประเด็นการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้ามาพิจารณา ส่วนจะแก้ไขในรายละเอียดใดและต้องทำประชามติหรือไม่ ต้องพิจารณาอีกครั้ง เบื้องต้น ในการประชุมสัปดาห์หน้า กมธ.จะพิจารณาเนื้อหาและสรุปอีกครั้ง ว่าจะเสนอให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาได้เมื่อใด ขณะนี้ ต้องรอให้คณะทำงานได้ดำเนินการให้ครบถ้วนก่อน



