วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการพิจารณากฎหมายในสภา ในสมัยประชุมที่เพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ว่า เราจะพิจารณากฎหมายที่จำเป็นเร่งด่วนก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ได้มากที่สุด ที่ผ่านมารัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำงานจึงเดินหน้าได้ไม่เต็มที่ แต่คิดว่าสมัยประชุมนี้น่าจะทำได้มากขึ้นประมาณ 20 ฉบับ เช่น ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประมง ที่ก่อนหน้านี้มี พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ออกมาทำให้เราเสียอำนาจทางการประมงไป พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเข้ามาแก้ไข ทำให้ประชาชนทำการประมงได้สะดวกมากขึ้นพ.ร.บ.ตั๋วร่วม ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
“มั่นใจว่าสมัยประชุมนี้เราจะทำได้อย่างเต็มที่ เรื่องกฎหมาย ผมไม่ได้กังวล แต่กังวลเรื่องเดียวคือการให้ สส.ร่วมประชุมสภาฯ ในวันพุธ พฤหัสบดี ขอให้ประชาชนอย่าเชิญ สส.ไปร่วมกิจกรรมในวันดังกล่าว นอกจากงานที่จำเป็นจริงๆ เช่นงานที่ต้องแต่งตัวขาวดำ”
ประธานวิปรัฐบาล กล่าวต่อว่า ตนอยากให้ สส.ให้ความสำคัญกับสภาฯ ถ้าไม่ใช่งานขาวดำหรือมีใครเจ็บป่วยในครอบครัว อยากให้อยู่ประชุมสภา เพราะหน้าที่หลักของ สส.คือต้องตรากฎหมาย หากจะเดินสายออกงานหาเสียงในพื้นที่มันไม่ใช่ตอนนี้ ประชาชนเลือกให้มาทำงานในสภาฯ แล้ว และตั้งแต่ตนเป็นประธานวิปฯ มา แม้จะมีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง แต่สภาฯไม่เคยล่ม ต้องขอบคุณสมาชิกที่ให้ความร่วมมือ ก็ขอให้ช่วยกันทำงานเหมือนสมัยที่ผ่านมา
เมื่อถามถึงการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทย ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ขณะนี้มีกฎหมายนิรโทษฯ ค้างในสภา 4 ฉบับ ของพรรคเพื่อไทยอยู่ระหว่างการตรวจความเรียบร้อย คิดว่าน่าจะเสร็จสิ้นหลังเดือนมกราคม 2568
“สิ่งสำคัญการเสนอกฎหมายอะไรของพรรคการเมือง ต้องคุยกับวิปรัฐบาลให้จบก่อน แล้วให้ทุกพรรคนำเรื่องที่คุยกับในวิปรัฐบาลไปหารือในพรรคของตนเอง จะไม่ต่างคนต่างเสนอ เพราะถ้าเสนอแล้วมีคนไม่เห็นด้วยประชาชนจะมองว่าพรรคร่วมขัดแย้งกัน ต้องคุยกันก่อนว่ามีมติอย่างไร หลังจากนี้การเสนอกฎหมายอะไรในนามพรรคการเมืองต้องปรึกษาในวิปรัฐบาลก่อน ถ้าขัดกันไม่ต้องเสนอมันจะเสียเวลา แนวทางนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีในการทำงานร่วมกัน”
เมื่อถามถึงกรณีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ที่พรรคร่วมรัฐบาลมีความเห็นแตกต่างกันจะทำให้เกิดปัญหาการทำงานหลังจากนี้หรือไม่ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เชื่อว่าหากคุยกันก่อนเสนอกฎหมายจะแก้ปัญหาเหล่านี้ จากนี้ไป การเสนอกฎหมายอะไร วิปรัฐบาลต้องคุยกันก่อนว่าเห็นเป็นเช่นไร แล้วค่อยไปถามที่พรรคตนเองว่าเอาหรือไม่ ถ้าเอาก็เสนอร่วมกันเลยจะได้ไม่มีปัญหาอีก





