‘วิสุทธิ์ ไชยณรุณ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงผลการเจรจาในคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหารือถึงกรอบเวลาการประชุมสภาฯ เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ นายกฯ ซึ่งมีมติให้อภิปราย ในวันที่ 24 - 25 มี.ค. และลงมติวันที่ 26 มี.ค. โดยให้เวลาฝ่ายค้านได้อภิปรายรวม 28 ชั่วโมง จากเดิมที่เคยยืนยันจะให้เวลา 23 ชั่วโมงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการเจรจากันหลังจากที่ตนไม่ได้อยู่ในห้องประชุมแล้ว ซึ่งเหตุผลที่ตนออกจากห้องประชุมก่อนที่จะเจรจากันแล้วเสร็จเพราะ ฝ่ายค้านต่อรองขอเวลาแบบหยุมหยิม เป็นเด็ก ซึ่งไม่เห็นด้วย จึงออกจากห้องประชุมและให้ ‘มนพร เจริญศรี’ รมช.คมนาคม ในฐานะวิปคณะรัฐมนตรี (ครม.) และวิปจากพรรคร่วมรัฐบาลเป็นผู้เจรจา
เมื่อผลเจรจาออกมาว่าให้ ฝ่ายค้าน 28 ชั่วโมง และให้เวลา นายกฯ และรัฐมนตรีชี้แจง 7 ชั่วโมง นั้นขอให้ประชาชนตัดสินด้วยว่าเป็นธรรมกับรัฐบาลที่สมควรจะได้เวลาเพื่อชี้แจงต่อประชาชนเพียง 7 ชั่วโมงหรือไม่ ส่วนตัวไม่ยอมรับแต่เมื่อมติที่ประชุมและประธานเคาะเวลาแล้วต้องทำตาม อย่างไรก็ดีตนยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีเพียง 2 วันเท่านั้น
เมื่อถามว่าเมื่อฝ่ายค้านได้เวลาเพิ่มขึ้น 5 ชั่วโมง จากที่เคยยืนยันจะได้ 23 ชั่วโมงนั้นจะมีผลกระทบใดต่อการชี้แจงข้อกล่าวของรัฐบาลหรือไม่ วิสุทธิ์ กล่าวว่า เมื่อเขาได้ไป ก็ยินดีด้วยและขอให้ใช้เวลาให้ดี
เมื่อถามว่ารัฐบาลได้เวลาชี้แจง 7 ชั่วโมง จากเดิมที่กะเกณฑ์จะได้ 10 ชั่วโมง เท่ากับเสียเปรียบหรือไม่ วิสุทธิ์กล่าวว่า ขอให้ประชาชนได้ตัดสินว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะในคณะรัฐบาล นอกจากมีนายกฯ แล้ว ยังมีรัฐมนตรีอีก 10 กว่าคน จากพรรคร่วมรัฐบาล 7 พรรค หากพาดพิงไปถึงต้องให้ชี้แจงแต่การได้เวลาเท่านั้นเท่ากับปิดปากรัฐบาล ซึ่งมองว่าการอภิปรายในครั้งนี้จะ ‘ไม่ราบรื่นเท่าไร’
เมื่อถามว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะปรับรูปแบบการรับมือหรือไม่ รวมถึงกรณีพาดพิงคนนอก นายวิสุทธิ์ กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะประท้วงตามข้อบังคับ ส่วนที่มีการแก้ไขญัตติและระบุคนในครอบครัวของ 'แพทองธาร' นั้น ผู้ที่อภิปรายถึงต้องรับผิดชอบทางคดีด้วยตนเอง เพราะคนที่เขาจะพาดพิง ทั้ง ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ หรือ ‘เยาวภา วงศ์สวัสดิ์’ อาจได้รับความเสียหาย ซึ่งพวกเขามีสิทธิฟ้องร้องได้ หากอภิปรายทำให้เสียหายต้องพร้อมรับการฟ้องร้องด้วยตนเอง




