แม้ความเคลื่อนไหวของกลุ่ม ‘ทะลุวัง’ จะเงียบหายไปในช่วงนี้ แต่เรื่องคดีความยังมีความคืบหน้าต่อเนื่อง อย่างวันนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดฟังคำสั่งกรณีตำรวจ สน.ปทุมวัน ยื่นคำร้องขอศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกันตัว ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ‘ตะวัน’ และ เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ ‘บุ้ง’ จำเลยในคดีมาตรา 112 กรณีทำโพลสำรวจความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จฯ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565 หลังพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ยื่นคำร้องโดยอ้างเหตุที่ทั้งสองเข้าร่วมชุมนุมและพ่นสีหน้ากระทรวงวัฒนธรรม เรียกร้องให้ถอด เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ออกจากการเป็นศิลปินแห่งชาติ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2566
ขณะเดียวกัน ศาลยังนัดฟังคำวินิจฉัยคดีละเมิดอำนาจศาลของเนติพร กรณีกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจศาล เป็นเหตุให้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลของศาลอาญากรุงเทพใต้ ป้องกันตัวด้วยการใช้ดิ้ว (กระบองเหล็กยืดหด) ตีเข้าที่บริเวณข้อศอกจนบาดเจ็บ
ซึ่งผลปรากฏว่า ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว เนติพร กรณีไปชุมนุมเรียกร้องให้ถอดถอน สว.เนาวรัตน์ เนื่องด้วยปรากฏหลักฐานเป็นภาพถ่ายว่าเป็นบุคคลที่ไปพ่นสีธงสัญลักษณ์เบื้องสูง แม้ว่าขณะนั้นจะใส่หน้ากาก โดยศาลเชื่อว่าเป็นบุคคลเดียวกัน
ในส่วนของทานตะวัน ไม่ปรากฏหลักฐานชี้ให้เห็นว่าจำเลยเข้าร่วมชุมนุม จึงให้ยกคำร้อง
สำหรับคดีละเมิดอำนาจศาล ที่มีเหตุกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในบริเวณศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลเห็นว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำไปตามหน้าที่ ส่วนเนติพร แม้ไม่ได้ปีนเข้าไป แต่ไปกระชากคอเสื้อ ทำให้เจ้าหน้าที่ศีรษะกระแทกได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถือว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาล ลงโทษจำคุก 1 เดือน
ส่วน ธนลภย์ ผลัญชัย หรือ ‘หยก’ เยาวชนที่ปีนรั้วเข้าไป สืบเนื่องจากยังเป็นเยาวชน ศาลจึงให้ตักเตือน แต่เนื่องจากวันนี้ หยกไม่ได้มาศาล ศาลจึงออกหมายจับเพื่อให้มาฟังคำพิพากษาที่ให้ตักเตือน
ทั้งนี้ เนติพรได้แจ้งต่อทนายว่า ไม่ขอยื่นประกันตัวใหม่ หรือขออุทธรณ์ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้นำตัวเนติพร ไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิง
ตัวบุ้งเองเป็นลูกผู้พิพากษา ปกติได้เห็นความปกติของความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับประชาชนเยอะ มันเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงออกมาเรียกร้อง ซึ่งอยากให้มองที่เนื้อหาที่ออกไปเรียกร้อง อย่าไปมองว่าพวกเราก้าวร้าว อยากให้มองว่าเราทำเพื่อสังคมไม่ใช่ทำเพื่อตัวเอง เพราะอยากได้ประเทศที่ดี
— เนติพร เสน่ห์สังคม (บุ้ง)





