‘วันเอดส์โลก’ 1 ธ.ค. ‘นายกฯ’ รณรงค์ย้ำเจตนารมณ์ไทย ยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573

1 ธ.ค. 2565 - 17:08

  • นายกฯ รณรงค์ ‘วันเอดส์โลก’ 1 ธ.ค. ย้ำเจตนารมณ์ยุติปัญหาเอดส์ในปี 2573

  • ไทยจะใช้เวทีเจ้าภาพประชุมโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติย้ำเป้าหมายหลัก “ไม่ติด-ไม่ตาย-ไม่ตีตรา” ลดเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ

World_AIDS_Day_1_Dec_PM_Prayut_emphasizes_Thai_intentions_end_the_AIDS_problem_by_2030_SPACEBAR_Thumbnail_16e249a0c9.jpeg
ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมรณรงค์ ‘วันเอดส์โลก’ (World AIDS Day) ซึ่งองค์การอนามัยโลก ได้กำหนดให้ตรงกับวันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคเอดส์ การยอมรับ และเข้าใจผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลก โดยสนับสนุนการรณรงค์ยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อเอดส์ ให้ประชาชนมีมาตรการในการป้องกันตนเองที่ถูกต้องและสามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน 

นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของประเทศไทยที่มุ่งมั่นที่จะยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 โดยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ.2560-2573 มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ “ไม่ติด-ไม่ตาย-ไม่ตีตรา” สู่การแก้ไขปัญหาตามยุทธศาสตร์ 1.ลดการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ เหลือไม่เกิน 1,000 รายต่อปี 2.ลดการเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อเอชไอวี เหลือปีละไม่เกิน 4,000 ราย และ 3.ลดการเลือกปฏิบัติ อันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวี และเพศภาวะลงจากเดิมร้อยละ 90 โดยมีหลักการพื้นฐาน สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ มีความเสมอภาคทางเพศ 

ไตรศุลี กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อยุติปัญหาเอดส์ในระยะยาว 6 ยุทธศาสตร์ 1.มุ่งเน้นและเร่งรัดจัดชุดบริการที่มีประสิทธิผลสูงให้ครอบคลุมพื้นที่และประชากรที่อยู่ในสภาวะเสี่ยง 2.ยกระดับคุณภาพและบูรณาการดำเนินงานป้องกันให้เข้มข้นและยั่งยืน 3.พัฒนาและเร่งรัดการรักษา ดูแลและช่วยเหลือทางสังคม ให้มีคุณภาพรอบด้าน 4.ปรับภาพลักษณ์ความเข้าใจทั้งระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน มีกลไกการคุ้มครองสิทธิเพื่อลดการรังเกียจ กีดกัน การเลือกปฏิบัติ 5.การลงทุนเพื่อประสิทธิภาพการจัดการในทุกภาคและทุกระดับ 6.ส่งเสริมและพัฒนาการเข้าถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและงานวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ 

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ปี 2565 ประเทศไทยได้ทำหน้าที่ในการเป็นประธานคณะกรรมการบริหารโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ หรือ UNAIDS PCB ในโอกาสนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นผู้แทนประเทศไทยผลักดันผ่านกิจกรรมต่างๆ ให้ทั่วโลกเห็นความสำคัญใน 3 ประเด็น

ได้แก่ การปกป้องวัยรุ่นคนหนุ่มสาว ให้พ้นจากโรคเอดส์ เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่เป็นทั้งอนาคตของประเทศและของโลก, การเร่งให้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าครอบคลุมถึงบริการเอชไอวี/เอดส์ และ การส่งเสริมให้ลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ ทั้งในการให้บริการสุขภาพ สถานศึกษา ที่ทำงาน และชุมชน 

ทั้งนี้ ในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม UNAIDS PCB ครั้งที่ 51 ซึ่งจะมีประเทศสมาชิก 22 ประเทศ องค์กรไม่แสวงหากำไร(NGO) และหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน (Co-Sponsor) เข้าร่วม และ อนุทิน จะเป็นประธานการประชุม ซึ่งในการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไทยจะผลักดันให้ทั่วโลกเห็นความสำคัญของการยุติการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกและการดูแลให้เข้าถึงการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี และเน้นย้ำในประเด็นการไม่เลือกปฏิบัติและการลดการตีตรา ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่ลดปัญหาภัยคุกคามต่อระบบสาธารณสุขโลกและการลดทอนศักยภาพของประเทศจากปัญหาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้เป็นโรคเอดส์ได้  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์