หลังเผชิญข้อหาผิดจริยธรรมร้ายเเรงปม ‘คุกคามทางเพศ’ จนโดนโทษหนัก มติขับพ้นต้นสังกัด มาวันนี้ วุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวระบุว่า รู้สึกเสียหายทั้งส่วนตัวและครอบครัว และที่ไม่ได้ตอบสังคมเพราะที่ผ่านมาอยู่ในกระบวนการพรรค
รู้สึกผิดหวังที่มีมติรุนแรงที่สุด คิดว่ากระบวนการวินัย สส. ต้องเป็น สส.ก่อน ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น มิ.ย. 2565 ผมยังไม่ใช่ผู้สมัคร สส.ด้วยซ้ำไป
เมื่อถามถึงสาเหตุที่รู้สึกอึดอัดเป็นเพราะพรรคไม่ได้รับฟังคำชี้แจงหรือไม่นั้น วุฒิพงศ์ บอกว่า 9 ต.ค. คือวันที่แชร์ในโซเชียลฯ ตนเองชี้แจงกับพรรควันที่ 10 ต.ค. มีกรรมการบางท่านแถลง 2 ครั้งก่อนพรรคมีมติ ถือเป็นการชี้นำหรือไม่ โดยวันที่ 10 ต.ค. มีกรรมการมา 6 คน วันที่ 30 ต.ค. มีกรรมการมา 4 คน ซึ่งห้านาทีสุดท้าย กรรมการคนที่ 5 ถึงเดินเข้ามา ทำให้รู้สึกว่าข้อมูลที่ให้เหมือนไม่มีความสำคัญ
เคารพการตัดสินใจของพรรค แต่เป็นธรรมหรือไม่ ก็เป็นการพูดของผมฝ่ายเดียว การที่ สส.เป็นกรรมการเหมาะสมหรือไม่ การสอบสวนควรเป็นแพทย์ จิตแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ว่าผู้ถูกคุกคามรู้สึกว่าถูกคุกคามจริงหรือไม่

วุฒิพงศ์ ชี้ให้เห็นว่าตนเองเป็น สส.ภูธร ไม่มีเพื่อนที่ทำงานเชิงการเมือง และเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง สำหรับ ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กรุงเทพฯ ต้องการกระบวนการสอบสวนภายนอก ไม่ได้ต้องการเข้าสู่กระบวนการพรรค สส.หลายคนอึดอัด ทั้งนี้ เคยเสนอให้ใช้กระบวนการความยุติธรรมภายนอก แต่พรรคใช้กระบวนการภายใน หากไม่ถูกกับกรรมการบริหาร (กก.บห.) บางคน หรือเพื่อน สส.บางคนไม่ถูกกัน เหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นได้ใช่หรือไม่
เมื่อถามต่อไปว่า มีข้อเรียกร้องให้ลาออกจากการเป็น สส. วุฒิพงศ์ ก็บอกว่า
เหตุการณ์ยังพิพากษาไม่ถึงที่สุด ขณะที่เราไม่ยอมรับศาลรัฐธรรมนูญ แต่เราตั้งตัวเป็นศาลเพื่อตัดสิน
นอกจากนี้ วุฒิพงศ์ ยังนำตัวอย่างภาพจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งอ้างว่าอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิด มาโชว์กับผู้สื่อข่าวหลายภาพ พร้อมระบุว่า บางรูปจะนำไปใช้ในกระบวนการหลังจากนี้ เช่น ที่มีคนกล่าวหาว่าตนเองไปงานเลี้ยงรับปริญญาส่วนตัว แต่จริงๆ เป็นภาพการร่วมทานข้าวหลายคน เมื่อเดือน พ.ย. 2565 รวมทั้งยังโชว์โน้ตข้อความของผู้เสียหายที่ได้เขียนถึงตนเอง ซึ่งระบุในทำนองว่า "ผู้เสียหายยังคงต้องการจะลงพื้นที่ทำงานกับตนเองในทุกที่ทุกวัน และตลอดเวลาที่ออกไปทำงานมีความสุขไม่มีครั้งไหนที่ไม่อยากออกไปทำงาน" อีกทั้งยังได้นำโน้ตข้อความดังกล่าวไปปรึกษาจิตแพทย์ พร้อมอ้างด้วยว่า ได้รับคลิปส่วนตัวที่ไม่เหมาะสมอีก 50 คลิป จึงตัดสินใจให้ผู้เสียหายยุติการทำงานกับตนเองตั้งแต่เดือน พ.ย. 2565

วุฒิพงศ์ ยืนยันว่าให้ความสำคัญกับปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตเรื่องหลักฐานที่คณะกรรมการได้พิจารณาว่า เป็นเฉพาะการแคปข้อความบางส่วนเท่านั้น เพราะมีบางส่วนที่หายไป ซึ่งต่างกับกระบวนการสอบสวนยุติธรรมภายนอก ที่จะต้องดูในมิติความเชื่อมโยงต่อเนื่อง ทั้งนี้ พยามนำหลักฐานให้กรรมการได้รับทราบ ในการสอบครั้งที่ 2 แต่กรรมการเข้าไม่ครบ
ยืนยันว่าไม่เคยมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง หรือการมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายเลย และไม่เคยให้ความหวังผู้ร้อง โดยในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ ผมเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ไม่เคยคิดเรื่องใช้กำลัง ใช้อำนาจเป็นใหญ่ อย่างที่ได้ยินในสังคม

วุฒิพงศ์ บอกด้วยว่า ตอนนี้ยังไม่ได้มีคุยกับพรรคไหนเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ไม่ขอเปรียบเทียบเรื่องของเสียงโหวต แต่อยากให้โฟกัสเรื่องสัดส่วนความผิด สูงขนาดขับออกหรือไม่ ส่วนเมื่อถามว่า พร้อมจะลาออก สส.เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ วุฒิพงศ์ ตอบเลี่ยงว่า การที่เข้ามาทำงานตรงนี้ คือการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จึงมีหลายประเด็นที่หากเราก้าวถอยก็มีหลายคนยิ้มรอ เพราะในจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดโดยรอบ มีตนเองเพียงคนเดียวที่เป็น สส.พรรคก้าวไกล พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่กลางปี 2565 แต่เพิ่งมาร้องเรียนในช่วงที่ได้รับตำแหน่งแล้ว ทั้งนี้ ยินดีถ้าผู้เสียหายไปดำเนินคดีอาญาหลังจากนี้เพื่อจะได้พิสูจน์ พร้อมยืนยันว่า จะดำเนินคดีอาญาเรื่องหมิ่นประมาท
ครั้งแรกที่พูดได้ยากที่สุด คือคิดว่าผลกระทบกับเขาจะเกิดอะไรบ้าง แต่บุคคลที่ดึงเขาออกมาเป็นเหยื่อ ดันเขาออกมาข้างหน้านี่แหละ
ในส่วนของผู้ที่อยู่เบื้องหลังนั้น วุฒิพงศ์ บอกว่า ตนเองต้องการเพียงให้หลุดพ้นในประเด็นที่ถูกกล่าวหาเรื่องของการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่มีเจตนาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย เพราะต้องการออกมามีที่ยืนในฐานะ สส.อย่างสง่างาม
อย่างเรื่องรูปภาพ คลิปต่างๆ ที่ผู้เสียหายที่อ้างว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศส่งมามันเยอะมาก เราในฐานะผู้ชายเองเรายังต้องยุติการทำงานร่วม ถ้าผมเดินต่อก็ทำได้ แต่เราถอย
วุฒิพงศ์ ยังฝากถึงพรรคก้าวไกล ขอให้ปกป้อง สส.และสมาชิกพรรค โดยเปรียบเปรยถึงไอรอนโดม (Iron Dome: ระบบป้องกันขีปนาวุธ) เหมือนอิสราเอล เพื่อป้องกันการถูกแบล็กเมล์ เพราะทุกคนลำบากกว่าจะเข้ามา ต้องแบกรับความกดดันสูง ส่วนเรื่องคณะกรรมการวินัย อยากให้มีสัดส่วนภายนอก ซึ่งเป็นผู้เชียวชาญจริงๆ เช่น ตำรวจ จิตแพทย์ ให้มีสัดส่วน สส.น้อยที่สุด เพื่อป้องกันเรื่องการเมืองภายใน




