ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหนังสือต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ขอให้ยกฟ้องคดีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ฟ้องหมิ่นประมาท โดยไม่ต้องดำเนินกระบวนการไต่สวนมูลฟ้องต่อไป โดยเห็นว่าคดีเข้าข่ายการฟ้องโดยไม่สุจริต ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 และคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ. 2569
เปิดที่มาคดี หลัง iLaw เรียกร้องฝ่ายค้านตรวจสอบปมเลือก สว.
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังอนุทินมอบอำนาจให้ ศุภชัย ใจสมุทร ยื่นฟ้อง ยิ่งชีพต่อศาลอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328
มูลเหตุของคดีมาจากการแถลงข่าวของยิ่งชีพเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ iLaw ยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้านฯ) เรียกร้องให้ฝ่ายค้านใช้อำนาจหน้าที่ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เมื่อปี 2567 เนื่องจากมีบุคคลหลายคนในคณะรัฐมนตรี รวมถึงอนุทิน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกตั้งข้อหาโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ในการแถลงข่าวครั้งนั้น iLaw ได้ส่งมอบข้อมูลส่วนหนึ่งให้ฝ่ายค้านนำไปตรวจสอบต่อ พร้อมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับข้อสงสัยที่เชื่อมโยงอนุทินกับกระบวนการเลือก สว.
เปิดข้อมูลพยานโยง ‘อนุทิน’ ทั้งเบอร์โทรศัพท์และการพบกลุ่ม สว.
ข้อมูลที่ iLaw เปิดเผยประกอบด้วยคำให้ข้อมูลของพยานซึ่งเป็นผู้สมัคร สว. รายหนึ่ง ระบุว่าเคยขอให้อนุทินช่วยเหลือ และอนุทินได้ให้หมายเลขโทรศัพท์ของ สุขสมรวย วันทนียกุล ไว้เพื่อติดต่อพูดคุยต่อ โดยขณะนั้น สุขสมรวยดำรงตำแหน่ง สส.อำนาจเจริญ เขต 1 และปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากพยานที่ระบุว่า พบเห็นอนุทินนั่งร่วมโต๊ะกับ เนวิน ชิดชอบ และ สว. หลายคน ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ในวันที่มีผู้ได้รับเลือกเป็น สว. จำนวนหนึ่งเดินทางไปประชุมหารือเรื่องการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา
ในหนังสือที่ยื่นต่อศาลอาญา ยิ่งชีพระบุว่า ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยมีที่มาจากสำนวนการสอบสวนของหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างที่ปราศจากแหล่งที่มา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และไม่ปล่อยให้การสืบสวนล่าช้าไปกว่านี้
ชี้เข้าข่าย “ฟ้องไม่สุจริต” อ้างคำแนะนำประธานศาลฎีกา
ภายหลังได้รับหมายนัดจากศาลอาญา ยิ่งชีพจึงยื่นหนังสือขอให้ศาลพิจารณาว่า การฟ้องคดีดังกล่าวเข้าข่ายการฟ้องโดยไม่สุจริตตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ. 2569 หรือไม่
โดยยกคำแนะนำข้อ 2 (2) ซึ่งกล่าวถึงการฟ้องคดีเพราะจำเลยเรียกร้องหรือแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ และข้อ 2 (3) ซึ่งกล่าวถึงการฟ้องคดีเพราะจำเลยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
ยิ่งชีพเห็นว่า การเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับความสุจริตในการเลือก สว. เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ ขณะที่ข้อมูลที่เปิดเผยมีที่มาจากสำนวนการสอบสวนของหน่วยงานรัฐ จึงเห็นว่าการฟ้องคดีนี้มีลักษณะเป็นการก่อกวน ข่มขู่ คุกคาม หรือสร้างภาระและความเดือดร้อนแก่จำเลยเกินสมควร ตามคำแนะนำฯ ข้อ 1 (1)
ขอใช้มาตรา 161/1 ยกฟ้อง หวั่นกระบวนการยุติธรรมสร้างความกลัว
ยิ่งชีพขอให้ศาลพิจารณาใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 เพื่อมีคำสั่งยกฟ้องโดยไม่ต้องดำเนินกระบวนการไต่สวนมูลฟ้องต่อไป
พร้อมให้เหตุผลว่า การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยรักษามาตรฐานการบังคับใช้กฎหมาย และป้องกันไม่ให้นักการเมืองใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือสร้างภาระหรือความหวาดกลัวแก่ประชาชนที่พยายามตรวจสอบการกระทำอันไม่ชอบด้วยกฎหมายของนักการเมือง
ทั้งนี้ คำขอให้ยกฟ้องดังกล่าวเป็นข้อเรียกร้องของยิ่งชีพที่ยื่นต่อศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าคดีเข้าข่ายการฟ้องโดยไม่สุจริตหรือไม่ โดยผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลอาญา




