ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw) พร้อมด้วย อนุสราวดี มฤคศิรมาส ทนายความ และ กัลยกร สุนทรพฤกษ์ creative and data analyst iLaw ร่วมแถลงข่าวถึงแนวทางการต่อสู้คดีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องยิ่งชีพ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยศาลอาญากำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 14 ธันวาคม 2569 เวลา 09.00 น.
ปมฟ้องจากการแถลงข่าวตรวจสอบขบวนการโกงเลือก สว.
เนื้อหาตามคำฟ้องระบุถึงกรณียิ่งชีพแถลงข่าวภายหลังการยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา โดยเรียกร้องให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบบุคคลในรัฐบาลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงการเลือก สว. ปี 2567
ในการแถลงข่าวดังกล่าวมีการระบุชื่ออนุทิน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ก่อนหน้านั้นเคยถูกตั้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีในฐานทุจริตการเลือก สว. โดยในช่วงที่เกิดเหตุ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าจะมีคำสั่งฟ้องคดีหรือไม่
ยิ่งชีพระบุว่า เนื้อหาที่กล่าวถึงอนุทินในการแถลงข่าวมีสาระสำคัญเพียง 2 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นแรก มีพยานซึ่งเป็นผู้สมัคร สว. อ้างว่าเคยไปขอความช่วยเหลือจากอนุทิน และได้รับหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ไปพูดคุยกันเอง
ส่วนประเด็นที่สอง มีพยานอ้างว่าเห็นอนุทินนั่งพูดคุยกับ สว. ที่ได้รับเลือกแล้วที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ โดยมีการพูดคุยถึงผลว่าจะเลือกบุคคลใดเป็นประธานวุฒิสภา
ยืนยันข้อมูลมาจากพยานที่เคยให้ข้อมูลต่อสาธารณะและหน่วยงานรัฐ
สำหรับพยานปากแรกที่ถูกกล่าวถึง คือ กุสุมาวตี ศิริโกมุท ซึ่งเป็นผู้สมัคร สว. ที่เคยออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลายรายการตลอดช่วงที่ผ่านมา จึงเป็นข้อมูลที่ยิ่งชีพระบุว่าเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป
ส่วนพยานปากที่สอง คือพยานหมายเลข 25/26 ซึ่งขอปกปิดชื่อจริงด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยพยานรายนี้ได้ให้การไว้กับพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว ขณะที่ข้อมูลคำให้การบางส่วนถูกนำเสนอต่อสาธารณะ และยังถูกกล่าวถึงโดย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย
ยิ่งชีพจึงยืนยันว่า เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับอนุทินในการแถลงข่าวเป็นข้อมูลที่มีหลักฐานประกอบ ไม่ใช่การกล่าวอ้างลอย ๆ โดยมีเจตนาเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลไปตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือการทุจริตเกิดขึ้นในกระบวนการเลือก สว. หรือไม่ ซึ่งเห็นว่าเป็นการใช้สิทธิของประชาชนและไม่ควรถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ฟ้องเอง ไม่ใช้กลไกรัฐ
ยิ่งชีพกล่าวว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ตอบรับข้อเรียกร้องก่อนหน้านี้อย่างน้อย 2 ประการ คือ การแต่งตั้งทนายความด้วยตัวเอง และการยื่นฟ้องคดีในนามของตัวเอง โดยไม่ได้ใช้กลไกของรัฐ เช่น ตำรวจหรืออัยการในการสนับสนุนการดำเนินคดี
นอกจากนี้ การยื่นฟ้องต่อศาลอาญาถนนรัชดา ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ยังช่วยลดข้อกล่าวหาว่าการฟ้องคดีหมิ่นประมาทเป็นการยืมมือกลไกรัฐมาใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งให้จำเลยต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและต่อสู้คดี
อย่างไรก็ตาม ยิ่งชีพระบุว่า หากต้องพิสูจน์ว่าพยานที่เกี่ยวข้องกล่าวถึงอนุทินในลักษณะใด และเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่ บุคคลที่สามารถตอบคำถามได้ดีที่สุดคือโจทก์เอง ไม่ใช่ตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจ
ดังนั้น อนุทินในฐานะโจทก์ที่อ้างว่าตัวเองได้รับความเสียหาย จึงควรเดินทางมาเบิกความต่อศาลด้วยตัวเอง พร้อมตอบคำถามค้านจากฝ่ายจำเลย ไม่ควรมอบหมายให้ตัวแทนที่ไม่ได้รู้เห็นเหตุการณ์มาเบิกความจากข้อมูลที่รับฟังต่อกันมา เพราะยิ่งชีพเห็นว่าอาจมีน้ำหนักและความน่าเชื่อถือน้อยกว่า
ชี้คดีเข้าข่ายฟ้องโดยไม่สุจริต ขอศาลยกฟ้องตั้งแต่ต้น
ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดี ยิ่งชีพระบุว่า เนื้อหาที่กล่าวถึงเป็นข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในสังคม ไม่ใช่การใส่ร้าย และไม่ควรถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท อีกทั้งเป็นการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อให้มีการตรวจสอบ
ยิ่งชีพจึงเห็นว่า การดำเนินคดีดังกล่าวเป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต ตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกา พ.ศ. 2569 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 พร้อมขอให้ศาลอาญาพิจารณาสั่งยกฟ้องคดีได้ทันที และห้ามโจทก์ยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกันอีก
หากศาลยังมีคำสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้อง ยิ่งชีพเรียกร้องให้นายอนุทินเดินทางมาเบิกความต่อศาลด้วยตัวเองในวันที่ 14 ธันวาคม 2569 เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่โจทก์กล่าวอ้างเป็นความจริงหรือความเท็จ รวมถึงข้อเท็จจริงที่ฝ่ายจำเลยยืนยันว่าเป็นความจริง
ยิ่งชีพระบุว่า เนื่องจากอนุทินเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดยตรง จึงเป็นผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงมากที่สุด และหากเบิกความเท็จหรือฝ่าฝืนต่อความเป็นจริงก็อาจมีความผิดทางอาญาตามมา แต่หากไม่สามารถเดินทางมาศาลเพราะติดภารกิจอื่น หรือไม่สามารถอธิบายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองได้ ก็ควรถอนฟ้องด้วยตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อผู้อื่น
เตรียมขอศาลเรียกเอกสารคดีโกงเลือก สว. หากรับฟ้อง
หากศาลมีคำสั่งรับฟ้องและทั้งฝ่ายโจทก์กับจำเลยต้องนำสืบพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าเหตุการณ์ทั้ง 2 ประเด็นที่มีการกล่าวถึงเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ฝ่ายจำเลยระบุว่าจะใช้สิทธิขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารการสอบสวนคดีโกงการเลือก สว. ที่อยู่ในความครอบครองของคณะกรรมการการเลือกตั้งเข้ามาในสำนวน
เอกสารที่เตรียมขอให้ศาลเรียก ได้แก่
- เอกสารสรุปความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคณะที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเห็นควรให้ยื่นฟ้องอนุทินเป็นจำเลยต่อศาลฎีกาในคดีการโกงเลือก สว.
- เอกสารความเห็นของกรรมการการเลือกตั้ง 2 คน ซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยและเห็นควรให้ยื่นฟ้องอนุทินเป็นจำเลยต่อศาลฎีกาในคดีการโกงเลือก สว.
- เอกสารภาพจากกล้องวงจรปิดที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2567
- เอกสารภาพจากกล้องวงจรปิดของสำนักงานพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะบริเวณชั้น 4 และห้องที่เกี่ยวข้องกับงานธุรการการเงิน ในช่วงเวลาการเลือก สว. ปี 2567
- เอกสารข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์ที่แสดงสถานที่อยู่ของโทรศัพท์ของอนุทินเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 รวมถึงข้อมูลการติดต่อระหว่างอนุทินกับผู้สมัคร สว. และบุคคลต่าง ๆ ที่เคยถูกดำเนินคดีฐานโกงเลือก สว.
- บันทึกคำให้การของพยานในคดีโกงการเลือก สว. ได้แก่ กุสุมาวตี ศิริโกมุท พยานหมายเลข 25/26 รวมถึงพยานรายอื่นที่พบเห็นหรือทราบถึงบทบาทของอนุทินที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว.
เตรียมเรียก 10 พยานบุคคลพิสูจน์เหตุการณ์
นอกจากเอกสารหลักฐานแล้ว ฝ่ายจำเลยระบุว่าจะขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องและสามารถให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีมาเบิกความต่อศาล อย่างน้อย 10 ราย ประกอบด้วย
- สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง
- ชาย นครชัย กรรมการการเลือกตั้ง
- ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และอดีตประธานคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26
- พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
- พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
- เอกรินทร์ ดอนดง พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ
- เอกราช ช่างเหลา อดีต สส. จังหวัดขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย
- อัษฎางค์ แสวงการ สว. จากจังหวัดขอนแก่น
- กุสุมาวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว. ซึ่งเคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพบอนุทิน
- พยานรหัส 25/26 ซึ่งถูกอ้างว่าเคยพบเห็นอนุทิน ที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ




