วิบากกรรม ‘ยิ่งลักษณ์’ ชนักติดหลัง ‘เมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน’

7 ก.ย. 2566 - 15:20

  • อ่านคดีความย้อนหลังในวันที่ ‘ทักษิณกลับบ้าน’ และวิบากกรรมของ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ กับชนักติดหลังมี่เตรียมรอวันเช็กบิล

Yingluck_Shinawatra_political_lawsuit_SPACEBAR_Hero_9cf498c7c0.jpeg
หากจะพูดถึงการกลับเมืองของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ คงมีมิติที่สามารถนำมาเล่าอีกหลายเรื่องราว หนึ่งในนั้นคือประเด็นระหว่าง ‘พี่น้อง’ ที่วันนี้ดูแล้วผู้เป็น ‘พี่ชาย’ ตัดสินใจ ‘กลับบ้านก่อน’ และดูมีทีท่าไปได้สวย เพราะล่าสุดได้รับพระราชทานอภัย ‘ลดโทษ’ จากโทษจำคุก 8 ปี เหลือโทษจำคุกเพียง 1 ปี และยังมีกระแสข่าวว่า ‘พี่แม้ว’ เตรียมใช้ช่องทางขอลดโทษและพักโทษเพิ่มเติม รวมถึงยังมีโอกาสที่เขาจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในวาระวันสำคัญอีกด้วย 

ขณะที่ ‘น้องสาว’ อย่าง ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ ทำได้แค่ส่งพี่ชายขึ้นเครื่อง ก่อนโพสต์ข้อความระลึกไว้เป็นปฏิมากรรมความเศร้าว่า  

“และแล้ววันที่พี่รอคอยก็มาถึง ตลอดเวลา 17 ปี พี่คงจะรู้สึกโดดเดี่ยว เหงา ทุกข์ และคิดถึงบ้านมากแต่พี่ก็ต้องอดทน และน้องเชื่อว่าพี่ก็คงใช้เวลาคิดตัดสินใจอยู่นาน แต่สุดท้ายด้วยความคิดถึงครอบครัวและอยากใช้ชีวิตที่ประเทศบ้านเกิดของเรา น้องก็เคารพในการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของพี่ครั้งนี้ น้องขอเก็บภาพความทรงจำที่ได้ร่วมเดินทางจากดูไบมาส่งพี่ จนถึงเครื่องบินก่อนที่จะกลับเมืองไทย  

น้องขอให้พี่โชคดี เดินทางกลับอย่างปลอดภัย ทุกอย่างราบรื่น และอย่าลืมรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะคะ พี่ไม่ต้องห่วงน้องนะ น้องจะเข้มแข็ง อดทน และจะดูแลตัวเองแม้อยู่ในต่างที่ ต่างบ้าน ต่างเมืองคนเดียว เพราะตลอด 6 ปีที่น้องจากบ้านเกิดมา น้องมีพี่คอยดูแลเป็นอย่างดี แต่ก็อดใจหายไม่ได้ เพราะนี้คือครั้งแรกที่เราไม่ได้เดินทางไปด้วยกัน  

อย่างไรก็ตามขอให้วันเวลาที่พี่ตั้งตารอที่จะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัววันนั้นมาถึงโดยเร็ว โชคดีนะคะพี่ รักพี่เสมอพี่ชายที่แสนดีของน้องค่ะ” 

พูดในบริบทของคนที่ต้องอยู่แดนไกลหลายปี เชื่อว่าทั้งพี่แม้ว - น้องปู คงมีความรู้สึกไม่ต่างกัน แต่แน่นอนบางอย่างต้องพึ่งโชคและโอกาสที่เหมาะสม  

หากเปิดรายงานที่ระบุถึงชนักของ ‘ยิ่งลักษณ์’ จะพบว่ามีคดีความที่เกี่ยวข้องด้วยกันหลายคดี ซึ่งส่วนนี้ถือเป็นวิบากกรรมของ ‘อดีตนายกฯ’ ช่วงเข้ามาบริหารประเทศก่อนการรัฐประหารปี 2557 ที่นำโดยกลุ่มทหาร ‘คสช.’ 

คดีที่ถูกออกหมายจับ 

คดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการจำนำข้าว โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่างทางการเมือง ประทับรับฟ้องปี 2558 มีการไต่สวนในชั้นศาลนานราว 2 ปี 4 เดือน จำเลยอย่างยิ่งลักษณ์ อ้างปัญหาสุขภาพ  ไม่มาศาล ต่อมามีคำพิพากษาให้ต้องโทษจำคุก 5 ปีโดยไม่รอลงอาญา 

คดีปล่อยปละละเลยเอื้อประโยชน์ให้สื่อจัดโรดโชว์ ส่งผลให้รัฐต้องเสียหาย 240 ล้านบาท หลังจำเลยไม่เดินทางมาศาล และศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องครั้งล่าสุด เมื่อ 19 เมษายน 2565 พร้อมกับออกหมายจับ เป็นครั้งที่ 2  

คดีการโยกย้ายตำแหน่งไม่โปร่งใส กรณีมีคำสั่งย้าย ‘ถวิล เปลี่ยนศรี’ จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ มาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำโดยมิชอบ ถูกกล่าวหาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ล่าสุดศาลฎีกาได้ออกหมายจับแล้ว โดยคาดว่าจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี  

นอกจากนี้คดีที่อยู่ระหว่างการไตร่สวน ยังมีเหลืออยู่อีก 3 คดี ได้แก่ คดีร่วมทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือที่สื่อมวลชนมักใช้คำว่า ‘จีทูจีล็อต 2’ และคดีร่ำรวยผิดปกติ จากกรณีไม่แจ้งรายการทรัพย์สิน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการไตร่สวนโครงการจำนำข้าว และ จีทูจีล็อต 2  

อย่างไรก็ดี มีอีกหลายคดีที่ถูกตีตกไปส่งผลให้จำเลยกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะคดีใหญ่คดีดังที่ถูกจับจ้อง เช่นคดีจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง ระหว่างปี 2548-2553 จำนวน 34 คน โดยไม่มีกฎหมายรองรับ ทำให้รัฐเสียหาย 1.9 พันล้านบาท คดีกู้เงินการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบออกพ.ร.ก.กู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำฯ และคดีประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ช่วงการชุมนุมของม็อบ กปปส. เป็นต้น 

อย่างไรก็ดี จากการรายงานความคาดการณ์ของสื่อมวลชนและนักวิชาการภาคการเมืองง เชื่อว่าการกลับมาของ ‘ทักษิณ’ ในครั้งนี้ เป็นไปตาม ‘ดีล’ และมีปัจจัยเกี่ยวเนื่องกับการจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดย ‘เศรษฐา ทวีสิน’ อยู่ แต่กรณีสำหรับ ‘ยิ่งลักษณ์’ นั้นยังไม่มีใครเคยตั้งข้อสังเกตว่า อะไรคือเหตุผลที่เธอจะใช้ในการตัดสินใจ เพื่อกลับมารับโทษ และไม่รู้เมื่อไหร่ ‘อดีตนายกฯ ปู’ จะกลับมาคืนสู่อ้อมอกครอบครัวชินวัตรได้อย่างใจหวัง... 

แต่การเมืองแบบไทยๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ บางเรื่อง ‘เร็ว’ จนใครหลายคนตั้งตัวไม่ทันก็มีให้เห็นมาแล้ว... 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์