จินตนา ศรีสารคาม ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ พร้อมด้วยตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สมชาย แสวงการ ส.ว. ฐานะประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เพื่อขอความเห็นใจและช่วยเหลือในการคุ้มครองนักเรียนนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการและช่วยเหลือเด็กในภาวะเสี่ยง ในกรณีของ ‘หยก’
ทั้งนี้ จินตนา กล่าวว่า ทางโรงเรียนพยายามช่วยเหลือหยก รวมถึงให้โอกาสในการเข้ามาเรียนรู้ในโรงเรียน แม้ขณะนี้จะไม่มีสภาพความเป็นนักเรียนในสังกัด เนื่องจากไม่ได้มอบตัวกับโรงเรียนอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดีทางโรงเรียนได้ติดต่อไปยังผู้ปกครองซึ่งเป็นมารดาและบิดา โดยครูประจำชั้น เดินทางไปถึง จ.ร้อยเอ็ด พบว่ามีแม่และน้าอยู่ภายในบ้าน เพื่อขอให้ดำเนินการมอบตัวให้หยก ตามระเบียบของโรงเรียน แต่ถูกปฏิเสธและไล่ให้กลับ พร้อมบอกว่าไม่ต้องมายุ่งอีก
“ขณะนี้บรรยากาศในโรงเรียนมีความถดถอย และมีความหวาดกลัว เพราะน้องหยกที่เข้าโรงเรียนมาได้ ได้ถ่ายคลิปในพื้นที่ไว้ และสนทนากับบุคคลภายนอกผ่านทางโทรศัพท์ตลอดเวลา ทำให้เพื่อนนักเรียนมีภาวะถดถอยด้านการเรียน มีความวิตก และหวาดกลัว ทั้งนี้ตัวแทนผู้ปกครองได้ส่งจดหมายถึงความชัดเจนในเรื่องแก้ปัญหา แต่ทางโรงเรียนพยายามช่วยเหลือแต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากนักเรียน ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่านักเรียนภายในโรงเรียนนั้นถูกละเมิดสิทธิเช่นกัน” จินตนา กล่าว
จินตนา กล่าวด้วยว่าทางโรงเรียนได้พยายามทำความเข้าใจกับหยก ว่าสามารถสมัครสอบได้ใหม่อีกครั้งในปีการศึกษาหน้า แต่ขณะนี้ไม่มีสถานภาพเป็นนักเรียนแล้ว ขณะที่ข้อเสนอเช่น การแต่งกายด้วยชุดไปรเวท นั้นทางโรงเรียนรับไม่ได้ เพราะต้องยึดตามระเบียบของโรงเรียนที่ออกตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงขอความช่วยเหลือจาก กมธ. ให้คุ้มครองสิทธิเด็กนักเรียนคนอื่นที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากกังวลว่าจะมีผลกระทบกับการสอบที่ใกล้จะมาถึง
ขณะที่ สมชาย กล่าวว่า ทาง กมธ.จะรับเรื่องไว้ รวมถึงประสานไปยัง กมธ.การพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส และกมธ.การศึกษา เพื่อหารือแนวทางร่วมกัน เบื้องต้นอาจจะไม่เร็วนัก แต่จะดำเนินการให้ อย่างไรก็ดีตนเห็นใจหยก เพราะอาจมีอาการเคว้ง เพราะไม่มีสภาพเป็นนักเรียน ทั้งนี้ตนเข้าใจในสิทธิและเสรีภาพในตัวบุคคลของหยก แต่ต้องไม่ทะลุทะลวง
ทั้งนี้ จินตนา กล่าวว่า ทางโรงเรียนพยายามช่วยเหลือหยก รวมถึงให้โอกาสในการเข้ามาเรียนรู้ในโรงเรียน แม้ขณะนี้จะไม่มีสภาพความเป็นนักเรียนในสังกัด เนื่องจากไม่ได้มอบตัวกับโรงเรียนอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดีทางโรงเรียนได้ติดต่อไปยังผู้ปกครองซึ่งเป็นมารดาและบิดา โดยครูประจำชั้น เดินทางไปถึง จ.ร้อยเอ็ด พบว่ามีแม่และน้าอยู่ภายในบ้าน เพื่อขอให้ดำเนินการมอบตัวให้หยก ตามระเบียบของโรงเรียน แต่ถูกปฏิเสธและไล่ให้กลับ พร้อมบอกว่าไม่ต้องมายุ่งอีก
“ขณะนี้บรรยากาศในโรงเรียนมีความถดถอย และมีความหวาดกลัว เพราะน้องหยกที่เข้าโรงเรียนมาได้ ได้ถ่ายคลิปในพื้นที่ไว้ และสนทนากับบุคคลภายนอกผ่านทางโทรศัพท์ตลอดเวลา ทำให้เพื่อนนักเรียนมีภาวะถดถอยด้านการเรียน มีความวิตก และหวาดกลัว ทั้งนี้ตัวแทนผู้ปกครองได้ส่งจดหมายถึงความชัดเจนในเรื่องแก้ปัญหา แต่ทางโรงเรียนพยายามช่วยเหลือแต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากนักเรียน ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่านักเรียนภายในโรงเรียนนั้นถูกละเมิดสิทธิเช่นกัน” จินตนา กล่าว
จินตนา กล่าวด้วยว่าทางโรงเรียนได้พยายามทำความเข้าใจกับหยก ว่าสามารถสมัครสอบได้ใหม่อีกครั้งในปีการศึกษาหน้า แต่ขณะนี้ไม่มีสถานภาพเป็นนักเรียนแล้ว ขณะที่ข้อเสนอเช่น การแต่งกายด้วยชุดไปรเวท นั้นทางโรงเรียนรับไม่ได้ เพราะต้องยึดตามระเบียบของโรงเรียนที่ออกตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงขอความช่วยเหลือจาก กมธ. ให้คุ้มครองสิทธิเด็กนักเรียนคนอื่นที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากกังวลว่าจะมีผลกระทบกับการสอบที่ใกล้จะมาถึง
ขณะที่ สมชาย กล่าวว่า ทาง กมธ.จะรับเรื่องไว้ รวมถึงประสานไปยัง กมธ.การพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส และกมธ.การศึกษา เพื่อหารือแนวทางร่วมกัน เบื้องต้นอาจจะไม่เร็วนัก แต่จะดำเนินการให้ อย่างไรก็ดีตนเห็นใจหยก เพราะอาจมีอาการเคว้ง เพราะไม่มีสภาพเป็นนักเรียน ทั้งนี้ตนเข้าใจในสิทธิและเสรีภาพในตัวบุคคลของหยก แต่ต้องไม่ทะลุทะลวง




