ยุทธนา ศรีตะบุตร สส.หนองคาย ในฐานะเลขาธิการและโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการทำหน้าที่ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ว่า พล.อ.ประวิตร วางมือทางการเมือง แต่ยังคงเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำเกี่ยวกับความมั่นคงและเรื่องน้ำ รวมถึงส่งต่อประสบการณ์ทางการเมือง
ซึ่งนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐทำมาก่อน ส่วนตัวได้อภิปรายในสภาฯ เสนอแนะให้รัฐบาลเพิ่มวงเงิน แม้รัฐบาลจะเพิ่มไม่มาก แต่เป็นผลงานของพรรค นอกจากนี้ ยังมีเรื่อง “เปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนด” ที่ พล.อ.ประวิตร อยากให้สานต่อ และรัฐบาลต่อมาก็ทำ
การขาด พล.อ.ประวิตร ก็เป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนพรรค แต่พรรคต้องปรับตัวในการขับเคลื่อนการเมือง พรรคอาจจะไม่กลับมาเป็นพรรคที่ใหญ่โต แต่จะต้องมีจำนวนเสียงที่สามารถเสนอกฎหมายได้และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
ส่วนแนวทางการทำงานของพรรคพลังประชารัฐหลังเลือกตั้ง ได้มีการปรับโครงสร้างพรรค โดยที่ทำการพรรคเดิมย่านบางโพค่อนข้างใหญ่ จากจำนวน สส. ที่มีแค่ 5 คน จึงต้องปรับเปลี่ยนที่ทำการพรรคใหม่ให้เหมาะสม ต่อไปจะมีการขับเคลื่อนกิจกรรมทางการเมืองของพรรค
แม้จะมี สส. 5 คน ก็จะทำงานในพรรคพลังประชารัฐต่อได้ ซึ่ง ตรีนุช เทียนทอง สส.สระแก้ว หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีประสบการณ์เป็น สส. มานาน ให้คำยืนยันว่า สามารถดำเนินกิจการพรรคต่อไปได้ และยืนหยัดทำการเมืองภายใต้พรรคต่อไป
ยุทธนา ยังกล่าวถึงแนวนโยบายของพรรคที่เสนอต่อพรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ว่า มีเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทหารเกณฑ์ก้าวหน้า และคนไทยต้องมีงานทำ ซึ่งทำให้เห็นว่าพรรคพลังประชารัฐยังคงขับเคลื่อนงานทางการเมืองอยู่ และในฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ซึ่งเป็นประเพณีทางการเมืองที่ต้องอยู่ร่วมรัฐบาลเดิม
ขณะเดียวกัน ต้องทำตามเจตจำนงที่ให้ไว้กับประชาชนและอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ที่มาเป็นอันดับ 1 ซึ่งตำแหน่งทางการเมืองในตอนนี้ที่พรรคไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีและประธานกรรมาธิการ เชื่อว่า จะมีการพัฒนาในอนาคต
ส่วนข่าวลือที่พรรคพลังประชารัฐจะไปรวมกับพรรคภูมิใจไทยนั้น ยุทธนา ชี้แจงว่า “จะเป็นการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และตอนนี้ยังทำงานเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่”
ไร้ปัญหาทำงานร่วม ‘ภูมิใจไทย’ รอวิปรัฐบาลเคาะเก้าอี้ กมธ.ให้ ‘ตรีนุช’
ยุทธนา ยังกล่าวถึงการทำงานร่วมที่ไม่ได้ทั้งตำแหน่งรัฐมนตรีและไม่ได้รับการจัดสรรประธานกรรมาธิการเลย ว่า “ในฐานะที่เคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในรัฐบาลสมัยที่แล้ว ก็เป็นประเพณีที่เราต้องไปกับรัฐบาล และเราได้ดำเนินตามเจตจำนงของประชาชน ในการเลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคหลัก และเลือก อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งทางการเมืองก็จะพัฒนาในโอกาสต่อไป ซึ่งพรรคพลังประชารัฐยอมรับในจุดนี้ ในด้านหลักการ พรรคทำครบถ้วนแล้วในการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย”
ส่วนการทำงานในตำแหน่งกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร ตรีนุช เทียนทอง สส.สระแก้ว และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นความประสงค์เป็นคนสุดท้าย ซึ่งเป็นไปตามประเพณีว่าใครถนัดด้านใด ส่วนการจัดลงตำแหน่งจะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้งในวิปรัฐบาล ซึ่งตำแหน่งในวิปรัฐบาล พรรคเองได้รับการจัดสรรมา 1 ตำแหน่ง และได้ส่งรายชื่อไปแล้ว ซึ่งต้องใช้เวลาในการจัดสรรตำแหน่ง เนื่องจากบางกรรมาธิการมีผู้ส่งรายชื่อถึง 70 คน ในสัปดาห์หน้าคาดว่า วิปรัฐบาลจะเรียกมาหารือเพื่อจัดสรรหรือขยับตำแหน่ง
‘พลังประชารัฐ’ ไม่ส่งคนลงชิง ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ เปิดทาง ‘ม.ล.กรกสิวัฒน์’ ลงอิสระ
ส่วนจะส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่ง “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” ในนามพรรคหรือไม่นั้น ยุทธนา ยอมรับว่า “มีบุคลากรของพรรคให้ความสนใจคือ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งจากการพูดคุยกับหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็มีความชัดเจนว่าพรรคไม่ได้ส่งผู้สมัคร เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ อีกทั้งผ่านการเลือกตั้งใหญ่มาและอยู่ในช่วงของการทำให้พรรคเข้มแข็ง จึงค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ส่ง”
จากการพูดคุยกับ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เมื่อวันที่ 30 เม.ย. แนวโน้มอาจจะต้องลงสมัครในนามอิสระ ซึ่งเจ้าตัวจะต้องไปพูดคุยกับหลายฝ่าย และต้องไปสอบถามว่า สุดท้ายการเจรจาจะเป็นอย่างไร เพราะเท่าที่ทราบเห็นว่า ยังไม่ลงตัว
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคพลังประชารัฐจะยังสู้อยู่หรือไม่ ยุทธนา กล่าวว่า “ในชั้นนี้ยังคงยืนยันตามเจตจำนงและเจตนารมณ์ ในการจัดตั้งพรรคในการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพราะการเมืองยังเหลือวาระอีก 3 ปีกว่า แต่เบื้องต้นด้วยอายุทางการเมืองและอายุของหัวหน้าพรรค และ สส. ในพรรคยังสามารถที่จะทำงานการเมืองได้”




