รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวให้ความเห็นกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ (ศาล รธน.) มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้วินิจฉัย ปมคำร้องมติรัฐสภาเสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) โหวตนายกฯ รอบ 2 ไม่ได้
รศ.ยุทธพร กล่าวว่า กรณีดังกล่าวอาจส่งผลต่อปัญหาทางกฎหมายและการเมือง ในแง่ของกฎหมายคือ มติสภาเดิมยังอยู่ คำวินิจฉัยยังไม่ชัดเจน ศาลฯ ชี้เพียงผู้ร้อง ไม่ใช่บุคคล ซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง จึงยังไม่ได้ข้อสรุปว่าการแนวทางในการโหวตนายกฯ ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือ มติของรัฐสภา
ส่วนในแง่ของการเมือง พิธา ยังมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องตีความมติดังกล่าวได้ ในฐานะผู้เสียหายจากกรณีดังกล่าว แต่ถึงแม้จะมีผลอย่างไร ในทางปฏิบัติก็คงเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะเป็นการสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองขึ้นมาใหม่ และเสียงพรรคร่วมเดิม 312 เสียง ก็คงไม่สามารถกลับมาเกาะติดกันเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
รศ.ยุทธพร กล่าวต่อว่า สำหรับการโหวตเลือกนายกฯ หลังจากนี้ ก็ต้องรอดูวิป 3 ฝ่ายว่าจะเอาอย่างไร เมื่อเกิดบรรทัดฐานทางกฎหมายและการเมืองขึ้นมาแบบนี้ แคนดิเดตนายกฯ ทุกคน จะต้องฝ่าด่านนี้ไปด้วยกันทุกคน โดยเฉพาะนายเศรษฐา ทวีสินแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่มีเงื่อนไขหลายอย่าง ต้องเผชิญกับข้อวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมต่างๆ ก็จะเป็นตัวกำหนด และกดดันทั้งตัวนายเศรษฐาเอง และพรรคเพื่อไทยด้วย หากโหวตไม่ผ่าน และมติสภาเดิมยังคงอยู่ ซึ่งหมายถึงการโหวตได้เพียงครั้งเดียว
รศ.ยุทธพร ยังมองด้วยว่า กรณีนายเศรษฐา หากโหวตไม่ผ่าน มองว่าโอกาสในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนต่อไปของพรรคคงไม่มี เพราะเป็นความเสี่ยงของพรรค หากเป็นดังนี้ก็มีโอกาสที่ตำแหน่งนายกฯ จะไหลกลับไปอยู่ขั้วรัฐบาลเดิมก็เป็นไปได้เช่นกัน
รศ.ยุทธพร กล่าวว่า กรณีดังกล่าวอาจส่งผลต่อปัญหาทางกฎหมายและการเมือง ในแง่ของกฎหมายคือ มติสภาเดิมยังอยู่ คำวินิจฉัยยังไม่ชัดเจน ศาลฯ ชี้เพียงผู้ร้อง ไม่ใช่บุคคล ซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง จึงยังไม่ได้ข้อสรุปว่าการแนวทางในการโหวตนายกฯ ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือ มติของรัฐสภา
ส่วนในแง่ของการเมือง พิธา ยังมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องตีความมติดังกล่าวได้ ในฐานะผู้เสียหายจากกรณีดังกล่าว แต่ถึงแม้จะมีผลอย่างไร ในทางปฏิบัติก็คงเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะเป็นการสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองขึ้นมาใหม่ และเสียงพรรคร่วมเดิม 312 เสียง ก็คงไม่สามารถกลับมาเกาะติดกันเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
รศ.ยุทธพร กล่าวต่อว่า สำหรับการโหวตเลือกนายกฯ หลังจากนี้ ก็ต้องรอดูวิป 3 ฝ่ายว่าจะเอาอย่างไร เมื่อเกิดบรรทัดฐานทางกฎหมายและการเมืองขึ้นมาแบบนี้ แคนดิเดตนายกฯ ทุกคน จะต้องฝ่าด่านนี้ไปด้วยกันทุกคน โดยเฉพาะนายเศรษฐา ทวีสินแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่มีเงื่อนไขหลายอย่าง ต้องเผชิญกับข้อวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมต่างๆ ก็จะเป็นตัวกำหนด และกดดันทั้งตัวนายเศรษฐาเอง และพรรคเพื่อไทยด้วย หากโหวตไม่ผ่าน และมติสภาเดิมยังคงอยู่ ซึ่งหมายถึงการโหวตได้เพียงครั้งเดียว
รศ.ยุทธพร ยังมองด้วยว่า กรณีนายเศรษฐา หากโหวตไม่ผ่าน มองว่าโอกาสในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนต่อไปของพรรคคงไม่มี เพราะเป็นความเสี่ยงของพรรค หากเป็นดังนี้ก็มีโอกาสที่ตำแหน่งนายกฯ จะไหลกลับไปอยู่ขั้วรัฐบาลเดิมก็เป็นไปได้เช่นกัน




