สำนักพระราชวังออกประกาศเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 แจ้งว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 19.48 น. ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษา 47 ปี
ประกาศระบุว่า พระองค์ทรงพระประชวรหมดพระสติด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 โดยสำนักพระราชวังได้แถลงความคืบหน้าพระอาการเป็นระยะมาโดยตลอด
ต่อมา ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) อันเนื่องมาจากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ประกอบกับภาวะความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ และการแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดและเต็มกำลังความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนสิ้นพระชนม์ในที่สุด
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี โดยประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

เปิดกำหนดการประชาชนร่วมถวายความอาลัย
สำนักพระราชวังยังได้ประกาศกำหนดการให้ประชาชนเข้าร่วมถวายความอาลัย ดังนี้
วันที่ 13 มิถุนายน 2569
· เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง
· เวลา 08.30 – 12.00 น.
ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
· เปิดให้ประชาชนถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม
· เวลา 08.30 – 16.00 น. ของทุกวัน
· จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัยสำหรับประชาชน
ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
· เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา
· ภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน
· เวลา 14.00 – 21.00 น. ของทุกวัน
นอกจากนี้ ยังพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล ราชนิกูล คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน

การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี นับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของปวงชนชาวไทย โดยตลอดพระชนมชีพ พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ ทั้งด้านกฎหมาย การยุติธรรม การต่างประเทศ การพัฒนาสังคม และการคุ้มครองสิทธิสตรีและเด็ก อันเป็นคุณูปการต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างยิ่ง




